
การเมืองยื้อส่งออกไตรมาส3แย่
โพสต์ทูเดย์
— หอการค้าไทย จี้เร่งยุติปัญหาการเมือง หลังท่องเที่ยวกระทบหนัก คาดหากยืดเยื้อส่งออกไตรมาส 3 พัง ถก กกร. 5 เม.ย. หาทางออกนายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยหลังการประชุมกรรมการหอการค้าไทยประจำเดือน มี.ค. ว่า ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นมาหารือ โดยภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบแล้ว ข้อมูลในที่ประชุมระบุชัดว่า ห้องพักโรงแรมโดยเฉพาะในเกาะรัตนโกสินทร์ 6,000 ห้อง ถูกยกเลิกกว่าครึ่ง ส่งผลต่อการจ้างงานของแรงงานในพื้นที่ดังกล่าว และหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป ภาคธุรกิจในส่วนอื่นๆ จะได้รับผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แสดงจุดยืนต่อเรื่องดังกล่าว โดยต้องการให้ยุติปัญหาการเมืองโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ และจะนำเสนอปัญหาผลกระทบดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ที่กำหนดประชุมกันทุกต้นเดือน เพราะนอกจากผลกระทบต่อภาคธุรกิจในประเทศแล้ว หากปัญหายืดเยื้อต่อไปจะกระทบต่อความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ โดยหอการค้าต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าไทยได้มีคำถามเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นและแสดงความกังวลว่าจะกระทบต่อการลงทุน ที่ไม่สามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้ แม้จะมีการชี้แจงสถานการณ์ที่แท้จริงให้ทราบแล้วก็ตาม
“
เอกชนต้องช่วยเหลือตัวเองมาตลอด 34 ปีที่ผ่านมา และมาเจอเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างนี้ บอกได้เพียงว่า เราปราชัยแล้ว อยากให้ยุติปัญหาโดยเร็ว แต่จะยุติอย่างไร ทางการเมืองเห็นว่าวิธีใดดี ก็อยากให้เร่งทำอยากให้ยุติ อย่าให้ยืดเยื้อ” นายดุสิตกล่าว นายดุสิต กล่าวว่า ส่วนภาคการส่งออกแม้ขณะนี้จะยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนผู้นำเข้าในต่างประเทศไม่เชื่อมั่นว่าไทยจะส่งสินค้าได้ตามปกติ ก็อาจเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจากประเทศอื่นจนส่งผลกระทบต่อการส่งออกในไตรมาส 3 ได้ ซึ่งจะกระทบไปถึงการจ้างงานในภาพรวมอีกด้วย เบื้องต้นประเมินว่าภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ อัญมณี และอาหารจะได้รับผลกระทบหากเหตุการณ์ยืดเยื้อนายสุรพล ว่องวัฒนโรจน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุรพลฟู้ดส์ กล่าวว่า ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออก แต่ยอมรับว่าต้องชี้แจงให้ผู้ซื้อในต่างประเทศเข้าใจถึงสถานการณ์ว่าไม่กระทบต่อการขนส่งสินค้า และเป็นการชุมนุมที่จำกัดพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ต้องการให้สถานการณ์จบลงโดยเร็ว ขณะนี้ยังเชื่อว่าการส่งออกไตรมาส 2 จะขยายตัวต่อเนื่องตามทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ยอมรับว่าปัญหาความมั่นคงทางการเมือง ก็เป็นอีกปัจจัยที่อยู่ในการพิจารณาทางการค้าเช่นเดียวกับการลงทุน
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมากสุดในขณะนี้ โดยสถานการณ์เปลี่ยนแปลงวันต่อวัน ทำให้ประเมินผลกระทบยาก ขณะที่การส่งออกยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากยืดเยื้อต่อไปการลงทุนและการใช้จ่ายประชาชนจะได้รับผลกระทบตามมา
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเจรจาของสองฝ่าย คือ รัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดง โดยกำหนดช่วงเวลาให้ชัดเจนให้รัฐบาลทำงาน อาจเป็น 6 เดือน 9 เดือน หรือ 10 เดือน จากนั้นก็ให้ผู้ชุมนุมสลายตัว เพราะขณะนี้ปัญหาทางเศรษฐกิจมีมาก เช่น ราคาข้าวตกต่ำ รัฐบาลควรได้มีเวลาเดินหน้านโยบายต่อไปก่อน
**********เอกชนระดมทางออก แก้ปัญหาการเมือง ในการประชุมกกร. 5 เม.ย. เพื่อเสนอรัฐบาลและทุกฝ่าย
ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. มีจุดยืนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง โดยการชุมนุมจะต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย และต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ซึ่งข่าวความรุนแรงที่ปรากฏออกมาส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยส่งผลต่อการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก และถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็จะกระทบความเชื่อมั่นของประเทศ
ทั้งนี้ ส.อ.ท. จะเสนอให้มีการหารือเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส.อ.ท. และสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 5 เม.ย. 2553 เพื่อเสนอให้กับรัฐบาลและทุกฝ่ายผ่านสื่อมวลชน โดยภาคเอกชนต้องการให้มีการเจรจาในรัฐสภา หรือ 2 ฝ่ายหารือกัน ส่วนการลอบยิงระเบิด ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องออกมาพิสูจน์ว่าใครทำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งนี้ การชุมนุมทางการเมืองมีมาตั้งแต่ต้นปีและที่ผ่านมาสถานการณ์ยังไม่มีความรุนแรง แต่มีการลอบยิงระเบิดหลายครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องมาพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยภาคเอกชนต้องการให้มีการหารือทางออกในรัฐสภาหรือให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาหาทางออกแต่การเจรจาก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งภาคเอกชนยังสนับสนุนให้มีการเจรจาเพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้และจะทำให้ประเทศมีทางออก โดยผู้ที่จะมาเจรจาจะต้องมีความจริงใจที่จะร่วมแก้ปัญหาของประเทศจริงและไม่ควรมีเงื่อนไขที่ทำให้การเจรจามีความยากลำบากมากขึ้น
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงได้นัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งวันเสาร์ที่ 27 มี.ค. ซึ่งภาคเอกชนยังต้องการเห็นการเจรจา เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ โดยต้องการเรียกร้องให้ทั้งสองเจรจากันมากกว่าที่จะเผชิญหน้ากันและถ้าทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อพูดคุยก็เชื่อว่าการชุมนุมครั้งต่อไปจะไม่เกิดความรุนแรง โดยจะทำให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสในการ่วมหาทางออกร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ได้ข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย







