posttoday
การทูตสาธารณะ

การทูตสาธารณะ

22 ตุลาคม 2555

ถ้าเอ่ยถึงเรื่องการทูต คุณผู้อ่านอาจจะนึกถึงระเบียบพิธีการต่างๆ หลายประการ ระหว่างผู้นำระดับสูงในภาครัฐของประเทศต่างๆ ในโลก ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ในความเป็นจริงแล้วลักษณะและประเภทของ “การทูต” มีอยู่หลายนัย แต่หลักๆ ก็จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การทูตแบบดั้งเดิมตามระเบียบประเพณีที่มีมาช้านาน เป็นเรื่องกิจการระหว่างประเทศของบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในภาครัฐบาล และการทูตอีกแบบที่เรียกว่า การทูตสาธารณะ หรือการทูตภาคประชาชนที่ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายเหมือนแบบแรก และผู้ดำเนินกิจกรรมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการระดับสูงหรือนักการทูตในภาครัฐ

ถ้าเอ่ยถึงเรื่องการทูต คุณผู้อ่านอาจจะนึกถึงระเบียบพิธีการต่างๆ หลายประการ ระหว่างผู้นำระดับสูงในภาครัฐของประเทศต่างๆ ในโลก ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ในความเป็นจริงแล้วลักษณะและประเภทของ “การทูต” มีอยู่หลายนัย แต่หลักๆ ก็จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การทูตแบบดั้งเดิมตามระเบียบประเพณีที่มีมาช้านาน เป็นเรื่องกิจการระหว่างประเทศของบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในภาครัฐบาล และการทูตอีกแบบที่เรียกว่า การทูตสาธารณะ หรือการทูตภาคประชาชนที่ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายเหมือนแบบแรก และผู้ดำเนินกิจกรรมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการระดับสูงหรือนักการทูตในภาครัฐ

ถ้าจะถามว่า ทำไมหลายประเทศทั่วโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา หลายประเทศในทวีปยุโรป จีน เกาหลีใต้ และแม้แต่ญี่ปุ่น ต่างหันมาให้ความสำคัญกับการทูตสาธารณะหรือการทูตภาคประชาชน ก็เห็นจะต้องตอบว่า 1) ระเบียบวิธีการปฏิบัติเป็นไปได้โดยง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย 2) การสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนกับภาครัฐผ่านกิจกรรมสาธารณะที่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมจะเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพมากกว่าการถูกจับมานั่งเซ็นสัญญาตามพิธีการที่กำหนดเอาไว้แล้ว 3) กิจกรรมทางการทูตแบบดั้งเดิมที่อาศัยนักการทูตทำหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียว ได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่าไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีตามต้องการของแต่ละรัฐบาลได้อย่างครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ 4) การทูตสาธารณะสามารถซึมซับความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในหลายๆ ด้านได้ดีกว่ากิจกรรมที่เป็นระเบียบแบบแผนตามพิธีการทางการทูต

ความหมายในภาพรวมของการทูตสาธารณะก็จะหมายถึง การสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีจากรัฐบาลหนึ่งไปสู่อีกรัฐบาลหนึ่ง หรือหลายๆ รัฐบาลโดยผ่านทางกิจกรรมหลากหลายระหว่างภาคประชาชนต่อประชาชน โดยกิจกรรมดังกล่าวครอบคลุมไปถึงกิจกรรมด้านความบันเทิง เช่น ภาพยนตร์ ดนตรี กีฬา รายการทีวี เพลง และการละเล่นพื้นเมือง การติดต่อผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกด้านวัฒนธรรมทุกรูปแบบและการแลกเปลี่ยนการฝึกอบรมในด้านต่างๆ ระหว่างภาคประชาชนด้วยกัน โดยภาครัฐอาจจะเข้ามาให้การสนับสนุนหรือไม่ก็ได้

สำหรับประเทศที่ดำเนินวิเทโศบายด้านการทูตภาคประชาชนหรือการทูตสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องได้แก่ สหรัฐ ตั้งแต่หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา โดยเฉพาะช่วงสงครามเย็นระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียตในอดีต ที่ต่างแย่งชิงแนวร่วมและมวลชนระหว่างประเทศกันอย่างดุเดือด เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายไป การดำเนินกิจกรรมการทูตภาคประชาชนในสหรัฐเริ่มแผ่วลงไป และมาเริ่มเข้มข้นอีกครั้งเมื่อหลังเกิดเหตุการณ์ตึกเวิลด์เทรดและอาคารกระทรวงกลาโหมถูกโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายข้ามชาติในเหตุการณ์ที่เรียกว่า “11 กันยา”

สหรัฐมีการตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการดำเนินการการทูตภาคประชาชนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940 เพื่อช่วยประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพ ของการทูตภาคประชาชน โดยคณะกรรมการดังกล่าวมักจะมาจากนักการทูตและนักการระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์ด้านการต่างประเทศมายาวนาน เราจะเห็นว่าปัจจุบันหันมาใช้การทูตภาคประชาชนเข้าช่วยมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายด้านการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสหรัฐกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกยาวนานจนกว่าจะบรรลุผลสำเร็จตามต้องการ

นอกจากสหรัฐแล้ว เราจะเห็นว่าปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างหันมานิยมใช้การทูตภาคประชาชนเป็นเครื่องมือในการรักษาและส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งกันและกัน และช่วยให้การดำเนินการด้านนโยบายต่างประเทศเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ปัจจุบันคนไทยหันมานิยมเพลง ละครทีวี การเต้นสไตล์เกาหลี และศัลยกรรมด้านความงามแบบเกาหลีกันมากขึ้น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากการทูตภาคประชาชนผ่านสื่อต่างๆ จากเกาหลีใต้ ทำให้นโยบายด้านการโปรโมตประเทศเกาหลีใต้ในไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาปัจจุบันที่สังคมการติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว ทำให้การดำเนินการด้านการทูตภาคประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและได้ผลมากยิ่งขึ้น

วิธีการดำเนินการด้านการทูตภาคประชาชนหลักๆ มีอยู่ 5 ประการ ได้แก่ 1) ทำอย่างไรก็ได้ให้กลุ่มเป้าหมายรับฟัง 2) ใช้การสร้างกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่ส่งเสริมสันติภาพและความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศต่างๆ 3) การใช้กิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ 4) การแลกเปลี่ยนทางการทูต เช่น แลกเปลี่ยนทูตด้านวัฒนธรรมหรือแลกเปลี่ยนทูตด้านสิ่งแวดล้อม หรือการแลกเปลี่ยนทูตสันติภาพภาคประชาชน เป็นต้น และ 5) การใช้การสื่อสารข้ามประเทศผ่านสื่อทุกแขนง เช่น รายการข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐ หรือบีบีซีของอังกฤษ รวมทั้งรายการที่มีการสื่อสารทางความคิดและสามารถมีอิทธิพลต่อความคิดและความรู้สึกของผู้ชมทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาขึ้นอยู่กับว่าแต่ละรัฐบาลมีเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศด้วยรูปแบบไหน และอย่างไร สิ่งสำคัญที่แต่ละรัฐบาลพึงต้องตระหนักให้มากก็คือ ถ้าประเมินและวิเคราะห์ได้อย่างแตกฉานว่าการดำเนินการทางทูตแบบตามระเบียบพิธีดั้งเดิมผ่านกระทรวงการต่างประเทศจะไม่ทำให้ประเทศได้เปรียบหรืออาจจะเสียเปรียบในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลนั้นๆ ต้องหันมาใช้การดำเนินการทางการทูตภาคประชาชนเข้าช่วยอีกแรงเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีและผลประโยชน์แห่งชาติระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท