
เนื้อหาแท็บเล็ตต้องมีครูช่วยดู
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
ภาคเรียนนี้ โรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งยังตัดสินใจที่จะไม่แจกแท็บเล็ต ป.1 ให้นักเรียนนำกลับบ้าน ทั้งที่ได้รับแจกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้วหลายเดือน โดยระบุชัดว่าอำนาจการตัดสินใจเรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับโรงเรียนเป็นผู้กำหนด
โรงเรียนบางแห่งให้เหตุผลว่ายังไม่มีความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองเรื่องการใช้งานแท็บเล็ต ขณะที่ผู้ปกครองก็ตั้งข้อสงสัยกลับไปยังโรงเรียนเรื่องความชัดเจนด้านความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย หากเกิดสูญหาย หรือชำรุดเสียหายนอกเหนือจากสาเหตุที่สัญญาประกันไม่คุ้มครอง
นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว เมื่อลองเปิดแท็บเล็ต ป.1 แล้วพลิกดูเนื้อหาภายใน ก็เริ่มพบประเด็นข้อสงสัยเรื่องของเนื้อหาออฟไลน์
ทั้งนี้ เนื้อหาออฟไลน์ส่วนแรก เป็นอีบุ๊กที่แปลงเนื้อหาในหนังสือเดิมจาก 5 กลุ่มสาระ อีกส่วนหนึ่งเป็นมัลติมีเดียที่มีเนื้อหาภาพนิ่ง คลิปภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพลงสำหรับเด็ก
ส่วนสุดท้ายที่เป็นอีเลิร์นนิง หรือบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีจำนวน 336 บท รวมถึงส่วนที่เป็นแอพพลิเคชันที่เป็นทั้งแบบฝึกหัด แบบทดสอบ เช่น การคัดลายมือ วาดภาพระบายสี ข้อสอบต่างๆ เกมการเรียนรู้ ทั้งหมดประมาณ 50 แอพพลิเคชัน
และส่วนนี้เอง พบว่าจำเป็นต้องมีครูผู้สอน หรือผู้ปกครองแนะนำเพิ่มเติมจึงจะเข้าใจเรื่องนั้นๆ ได้
ในกรณีที่กล่าวมาสามารถยกตัวอย่างในส่วนของแบบฝึกหัดคลังข้อสอบ ซึ่งเมื่อเข้าไปในคลังข้อสอบออฟไลน์ วิชาภูมิศาสตร์พบว่าข้อสอบซึ่งเป็นตัวเลือกแทบทุกข้อคำถามและคำตอบ จำเป็นที่จะต้องมีคำอธิบายจากครูผู้สอนเพื่อสร้างความเข้าใจหรือให้ความกระจ่าง เพราะลำพังข้อสอบและคำตอบที่ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมอาจจะสร้างความงุนงงให้กับเด็กหรือกระทั่งผู้ใหญ่บางคนได้
ยกตัวอย่างเช่น คำถามข้อ 7 ของวิชาภูมิศาสตร์ ที่ถามว่า แผนผังมีประโยชน์อย่างไร โดยมีคำตอบให้เลือก 3 ข้อ คือ 1.หาคนได้ง่าย 2.รู้ที่ตั้งของบ้านแต่ละหลัง 3.หาสถานที่ต่างๆ ได้ง่าย หากเด็ก ป.1 ลองทำข้อสอบข้อนี้ แล้วลองเดาไปเรื่อยๆ จนได้คำตอบที่ถูก คือตัวเลือกข้อที่ 3 ทั้งนี้ คำถามและคำตอบ แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังเข้าใจไปว่า แม้จะมีข้อที่ถูกที่สุด แต่คำตอบอาจจะถูกทุกข้อก็ได้ หากใช้เหตุผลอธิบายในเชิงลึก
กรณีนี้อาจจะไม่มีปัญหาหรือข้อสงสัยตามมาหากมีครูผู้สอนที่มีประสบการณ์คอยอธิบายเพิ่มเติมว่าทำไมคำตอบที่ 3 จึงถูกกว่าข้ออื่นๆ ขณะเดียวกันเด็กก็จะเข้าใจโดยไม่ต้องท่องจำคำตอบ
ขณะที่ ข้อ 8 ถามว่า การเขียนแผนที่ เหมือนภาพจำลองการมองของสัตว์ชนิดใด คำตอบที่มีให้เลือก 3 ข้อ คือ ลิง กวาง และนก ข้อสอบเฉลยว่า ลิง โดยอธิบายเพียงว่าเป็นภาพจากมุมสูง ข้อนี้ก็สามารถตอบว่า นก ได้
อย่างไรก็ดี แอพพลิเคชันที่เป็นเกมการเรียนรู้ จับคู่ ฝึกเขียนรูปทรงต่างๆ ฝึกภาษา ฝึกออกเสียง พบว่าส่วนนี้เด็กสามารถใช้เรียนรู้ได้โดยลำพัง
แสงระวี วาจาวุทธ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาที่โรงเรียนเล็งเห็นแล้ว จึงได้กำชับให้ครูผู้สอนให้ความสำคัญในเรื่องนี้
“เด็ก ป.1 ยังไม่สามารถแยกแยะหลายสิ่งได้ด้วยตัวเอง ถ้าปล่อยให้อยู่กับแท็บเล็ตเลยเพียงลำพัง พวกเขาก็จะอยู่แต่กับสิ่งที่ตัวเองชอบหรือเข้าใจได้ ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบหรือทำความเข้าใจเองไม่ได้ โดยไม่มีใครให้ถาม ก็อาจเลิกล้มหรือไม่สนใจไปเลย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะอยู่แต่กับสิ่งที่ชอบก็คือเกมต่างๆ” แสงระวี กล่าว







