posttoday
ค่าไฟเอาไม่อยู่

ค่าไฟเอาไม่อยู่

22 ตุลาคม 2555

ปีหน้าทำท่าพุ่งราคาเชื้อเพลิงตลาดโลกขยับแถมต้องคืนหนี้กฟผ.กว่าหมื่นล.

ปีหน้าทำท่าพุ่งราคาเชื้อเพลิงตลาดโลกขยับแถมต้องคืนหนี้กฟผ.กว่าหมื่นล.

ค่าไฟปีหน้าส่อทะลุ4 บาท/หน่วย เหตุต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง แถมภาระหนี้อุ้มค่าไฟบานกว่าหมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บอร์ด กฟผ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าปี 2556 จะยังทรงตัวในระดับสูง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนจะทะลุ 4 บาท/หน่วย จากขณะนี้อยู่ที่ 3.71 บาท/หน่วย เป็นการประเมินจากต้นทุนเชื้อเพลิง เนื่องจากหลายฝ่ายคาดการณ์ทิศทางน้ำมันดิบตลาดโลกที่เคลื่อนไหวสูงขึ้นในระดับ 105110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยจะสะท้อนไปยังราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าถึง 72% ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ การคิดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ในงวดเดือน ก.ย.ธ.ค. 2555 นั้น ปรับขึ้นไปเพียง 18 สตางค์/หน่วย จากต้นทุนจริงต้องปรับขึ้น 38.24 สตางค์/หน่วย โดยให้ กฟผ.รับภาระไปก่อน และจะไปทยอยคืน 3 งวดในปี 2556 งวดละ 6.55 สตางค์/ หน่วย หรือคิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ก็เป็นอีกภาระที่มีผลโดยตรงต่อการขึ้นค่าไฟฟ้า

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเข้ามาช่วยได้บ้างเล็กน้อย เนื่องจากแนวโน้มเงินบาทน่าจะแข็งค่าด้วยการเข้ามาเก็งกำไรของกองทุน หรือเฮดจ์ฟันด์ต่างๆ

“เมื่อพิจารณาราคาน้ำมันถ่านหิน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงรองในการผลิตไฟฟ้า พบว่าก็มีแนวโน้มแพงเช่นกัน หรือจะใช้พลังงานน้ำ เขื่อนใหญ่ก็มีภาระต้องดูแลภาคเกษตรเพราะสถานการณ์น้ำในปีนี้มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะภัยแล้ง ทำให้คงใช้ผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มที่แต่เชื่อว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือเรกูเลเตอร์จะใช้วิธีตรึงค่าไฟฟ้าต่อ แล้วให้ กฟผ.แบกรับภาระยาว” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านนายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานเรกูเลเตอร์ กล่าวว่า แนวโน้มค่าเอฟทีในงวดถัดไปคงต้องดูปัจจัยราคาน้ำมันและค่าเงินบาทเป็นสำคัญ แต่ทิศทางค่าเงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำลงได้ แต่ยอมรับว่าภาระเดิมในการตรึงค่าเอฟทียังมีอยู่ เรกูเลเตอร์จะพยายามบริหารจัดการให้เหมาะสม หากต้องปรับขึ้นจำนวนมาก ก็อาจเลือกวิธีเฉลี่ยปรับขึ้นในงวดอื่นๆ ออกไป

“นโยบายการตรึงค่าไฟฟ้า หากมองในระยะยาวคงไม่เป็นผลดีแน่นอนต้องคำนึงถึงการประหยัดและภาระ กฟผ.ด้วย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 ไทยเองจะต้องปรับบทบาทที่สอดรับกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน” นายดิเรก กล่าว

ทั้งนี้ องค์กรกำกับกิจการพลังงานประเทศในกลุ่มอาเซียนได้รวมตัวกันจัดตั้ง Interim of ASEAN Energy Regulators’ Network (AERN) ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ และตนได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของ Network ดังกล่าว โดยเน้นหลักการกำกับกิจการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนทางด้านพลังงานและมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อรับการเข้าสู่เออีซี ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์ในการเชื่อมระบบสายส่งที่ไทยจะมีโอกาสซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศในราคาที่ต่ำลงได้

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์