posttoday
รวบตำรวจนอกรีตปล้นทรัพย์

รวบตำรวจนอกรีตปล้นทรัพย์

22 ตุลาคม 2555

คดีสีกากีนอกรีตที่ตั้งแก๊งอุ้มผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้วปล้นทรัพย์เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งหลายครา

โดย...วัสยศ งามขำ

คดีสีกากีนอกรีตที่ตั้งแก๊งอุ้มผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้วปล้นทรัพย์เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งหลายครา สร้างความเสื่อมเสียแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่เว้นแต่ละวัน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ด.ต.วีระพงศ์ แซมสีม่วง อายุ 46 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม สน.สามเสน และพวกรวม 3 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ธรรมศาลา จับกุมได้คาเครื่องแบบ หลังแอบอ้างเป็นตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ก่อเหตุอุ้ม นายสมหมาย ลุงยี อายุ 35 ปี อาชีพรับเหมาทาสี จากย่านบางซื่อ ขึ้นรถกระบะ โดยหาว่าเกี่ยวข้องกับยานรก ก่อนรีดเงินแล้วหลบหนีไป

ล่าสุดก็เกิดเรื่องงามหน้าวงการสีกากีอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บก.สส.บช.ภ.1) จับกุมตำรวจ สน.บางยี่ขัน ที่ร่วมกับพวกตั้งแก๊งปล้นทรัพย์ชาวบ้าน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นายประจักษ์ โชคศิริ อายุ 28 ปี และ น.ส.สมิตานัน ชยะโยธินกุล อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา กำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 96/251 หมู่บ้านร่วมทางฝัน เสนาวิลล่า หมู่ 6 ถนนเลียบคลอง 2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จู่ๆ ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกเข้ามาขอตรวจค้น

จากนั้นชายกลุ่มดังกล่าวได้ช่วยกันจับสองสามีภรรยามัดมือและปิดตา แล้วพากันรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน ได้เงินสดไป 2 แสนบาท ก่อนอุ้มผู้เสียหายขึ้นรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ ของผู้เสียหาย พร้อมทั้งขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก ของผู้เสียหาย นำตัวไปข่มขู่ให้บอกรหัสบัตรเอทีเอ็ม ก่อนกดเงินไป 1.4 แสนบาท และฉกโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 4 นาฬิกาข้อมือ 4 เรือน อาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก รวมทรัพย์สินทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท

เมื่อได้ทรัพย์สินจนพออกพอใจแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาก็ได้นำตัวสองสามีภรรยาไปปล่อยไว้ที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวสองพี่น้อง คลอง 7 ถนนรังสิตองครักษ์ ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อพ้นเงื้อมมือโจรมาได้ ทั้งคู่ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด จึงรีบเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งนี้มาดำเนินคดี

พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1 ) เปิดเผยถึงเบื้องหลังพิชิตแก๊งตำรวจนอกรีตกับทีมข่าวอาชญากรรมเอเอสทีวีผู้จัดการ ว่า หลังได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายตนก็ได้ระดมกำลังเข้าสืบสวนสอบสวน โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบประวัติแก๊งปล้นทรัพย์ รีดทรัพย์ ในพื้นที่ภาค 1 และพื้นที่ใกล้เคียงที่มีพฤติกรรมดังกล่าว กระทั่งพบข้อมูลแก๊งคนร้ายต้องสงสัยกลุ่มหนึ่ง

พล.ต.ต.ทวิชชาติ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ต้องสงสัย พบว่านายศราวุทธ จุ้ยม่วงศรี วัย 44 ปี ได้ถูกพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ และมีพฤติกรรมตั้งแก๊งก่อเหตุคล้ายคลึงกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นสองสามีภรรยา

จากนั้นฝ่ายสืบสวน บก.สส.ภ.1 ได้ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนายศราวุทธ พบว่าก่อนมีการปล้นสองสามีภรรยาที่ จ.ปทุมธานี นายศราวุทธได้โทรศัพท์ไปหานายชูพงษ์ สระทองยอด อายุ 47 ปี หลายครั้ง จึงนำกำลังไปเชิญตัวนายชูพงษ์จาก จ.พิษณุโลก มาสอบสวน เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธ และพยายามบ่ายเบี่ยง แต่เมื่อถูกสอบเครียดจึงยอมคายความลับออกมาจนหมดว่ามีใครร่วมขบวนการบ้าง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนถึงกับตะลึงเมื่อพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมขบวนการนี้ด้วย

รวบตำรวจนอกรีตปล้นทรัพย์

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัว ร.ต.อ.ธีรรัตม์ สุวรรณวาส์น อายุ 38 ปี รอง สวป. สน.บางยี่ขัน ได้ที่บริเวณหน้าบ้านแฟนสาว หมู่บ้านพฤกษา ต.คลอง 3 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุมนายเอกลักษณ์ ชุ่มเชื้อ อายุ 25 ปี ได้ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ส่วนนายอนิวัตต์ รอเดช อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาค 2 จับกุมได้ที่ จ.ระยอง พร้อมของกลางรถโตโยต้า คัมรี่ สีดำ ทะเบียน ชฐ 7017 กรุงเทพมหานคร นาฬิกาคาสิโอ รุ่นจีช็อก 2 เรือน กางเกงยีนส์ เสื้อยืดคอปกสีแดงลายปืนบาร์เร็ตตา และหมวกแก๊ป ที่ใส่ในวันก่อเหตุมาให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 แถลงข่าว

พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาจะร่วมกันตั้งแก๊งแอบอ้างเป็นตำรวจ บช.ปส. โดยเลือกเหยื่อเป็นบุคคลมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะคิดว่าผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความ โดยหาข่าวจากวงการพนันและวงการยาเสพติด หลังก่อเหตุจะแบ่งทรัพย์สินกันแล้วเอาเงินไปเที่ยวเตร่

“ร.ต.อ.ธีรรัตม์ มีฉายาว่า ‘นาย’ ทำหน้าที่วางแผนควบคุมการทำงานของลูกน้องและแบ่งทรัพย์สิน รวมทั้งเป็นคนขับรถของผู้เสียหายไปรีดเงิน ส่วนนายศราวุทธที่ยังหลบหนีอยู่มีหน้าที่ขับรถเข้าไปก่อเหตุ จัดหาเหยื่อ และกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหาย ส่วนคนที่เหลือคอยควบคุมตัวผู้เสียหายและกวาดทรัพย์สิน” รอง ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ประสานข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เพราะมีเหตุเกิดในลักษณะเดียวกันจนได้ข้อมูลว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุในพื้นที่ภาค 1 โดยคนร้ายมีพฤติกรรมอ้างตัวเป็นตำรวจ บช.ปส.เข้าค้นบ้านแล้วจับเจ้าของบ้านก่อนปล้นเอาทรัพย์สินไป เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาน่าจะก่อคดีมามากกว่านี้ ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผลและจับกุมนายศราวุทธ ที่อยู่ระหว่างการหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.ทวิชชาติ เล่าย้อนรอยไปถึงที่มาที่ไปของคนร้ายแก๊งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.ธีรรัตม์ เคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และได้รู้จักมักคุ้นกับนายศราวุทธมานานหลายปี เนื่องจากนายศราวุทธน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและทำงานเป็นสายลับให้กับ ร.ต.อ.ธีรรัตม์

ต่อมานายศราวุทธได้เห็นช่องทางว่า หากก่อเหตุรีดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะไม่มีใครกล้าเข้าแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าจะถูกดำเนินคดียาเสพติดด้วย นายศราวุทธจึงชักชวน ร.ต.อ.ธีรรัตม์ ซึ่งมีข้อมูลแก๊งยาเสพติดอยู่ในมือจำนวนมาก รวมทั้งมีเครื่องแบบรับประกันความน่าเชื่อถืออีกด้วย จากนั้นนายศราวุทธได้ทำการชักชวนเพื่อนที่รู้จักกัน ประกอบด้วย นายชูพงษ์ นายเอกลักษณ์ และนายอนิวัตต์ มาร่วมแก๊งก่อเหตุมาหลายครั้ง

ส่วนวิธีการนั้น ร.ต.อ.ธีรรัตม์ จะแสดงตัวเป็นตำรวจ บช.ปส. ขอเข้าไปตรวจค้นบ้านเหยื่อที่มีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนใหญ่เหยื่อไม่กล้าขัดขืนเพราะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจริงตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง จากนั้นผู้ต้องหาที่เหลือจะช่วยกันจับเหยื่อพันธนาการ ขู่บังคับเรียกเอาเงินและทรัพย์สิน แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 10 ครั้ง ในพื้นที่ภาค 1 และภาค 2 เช่นเมื่อกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาได้ก่อเหตุปล้นบ้านริมคลอง 1 ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน เดือน ก.ย. ปล้นบ้านย่านราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ได้ทรัพย์สินรวมกว่า 2 ล้านบาท และปล้นบ้านตรงข้ามกรมสรรพาวุธทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ทรัพย์สินและยาเสพติดมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท กระทั่งย่ามใจบุกปล้นบ้านนายประจักษ์ และ น.ส.สมิตานัน สองสามีภรรยาใน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แต่ผู้เสียหายไม่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงเข้าแจ้งความกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

ส่วนทรัพย์สินที่ได้นำมาแบ่งกัน โดยเฉลี่ยแล้วได้คนละ 2.5 หมื่นบาท ส่วน ร.ต.อ.ธีรรัตม์ และนายศราวุทธ จะได้มากกว่าคนอื่น สอบสวน ร.ต.อ.ธีรรัตม์ รับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่เงินส่วนแบ่งนั้นยังไม่ได้รับ ก็มาถูกจับกุมเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ ควบคุมตัวส่ง สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับ ร.ต.อ.ธีรรัตม์ สุวรรณวาส์น เดิมชื่อ ร.ต.อ.วิรัตน์ ทองอยู่ ก่อนหน้านี้เป็นตำรวจชั้นประทวนอยู่ที่ บช.ปส. แต่สอบบรรจุเข้าเป็นนายตำรวจได้ กระเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2553 ได้ถูกพักราชการเพราะกรรโชกทรัพย์ จากนั้นได้มีการต่อสู้คดีแล้วศาลยกฟ้อง จึงได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้งในตำแหน่งรอง สวป.สน.ธรรมศาลา ก่อนย้ายไปเป็น รอง สวป.สน.บางยี่ขัน ในฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายล่าสุด กระทั่งมาก่อเหตุสร้างความอัปยศแก่วงการสีกากีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ ร.ต.อ.ธีรรัตม์ ไปก่อเหตุนั้นอยู่ระหว่างการอบรมสารวัตร

พล.ต.ต.ทวิชชาติ เปิดเผยด้วยว่า แก๊งรีดทรัพย์ลักษณะดังกล่าวก่อเหตุมาหลายครั้งในพื้นที่ภาค 1 ที่ผ่านมาเหยื่อไม่กล้าเข้าแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีเรื่องยาเสพติด ทำให้แก๊งดังกล่าวได้ใจก่อเหตุไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าในพื้นที่ บช.ภ.1 มีแก๊งลักษณะดังกล่าวจำนวน 2 แก๊ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกราชการเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

หลังทราบข่าวว่าผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแก๊งปล้นทรัพย์ชาวบ้าน ทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไม่รอช้าได้สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ ร.ต.อ.ธีรรัตม์ ออกจากราชการ พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

“ถ้าตำรวจไม่ดี ต้องไม่เอาไว้ ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” ผบช.น. กล่าว

“นิ้วใดร้ายจะต้องตัดทิ้ง” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวผ่านโฆษก สตช.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท