posttoday
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

21 ตุลาคม 2555

พนักงานบริษัทคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี เล่นเทนนิสทุกสัปดาห์ วันหนึ่งไปตรวจสุขภาพประจำปี หมอบอกว่าคุณเป็น “หัวใจรั่ว” เขาได้ยินก็ตกใจ เพราะในความเข้าใจของเขา หัวใจรั่วก็คือหัวใจเป็นรูและมีเลือดพุ่งออกมาเวลาหัวใจบีบตัว เขาไม่รู้ว่าที่จริงหมอตั้งใจจะบอกว่า ลิ้นหัวใจของเขารั่ว ซึ่งไม่ได้เลวร้ายถึงตาย เขายังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ออกกำลังกายก็ยังได้ แต่พอเขาเข้าใจว่าหัวใจตัวเองรั่วก็เลยกังวลและเครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ปรากฏว่าสองวันหลังจากนั้นเขาก็เข้าโรงพยาบาลเลย แล้วอาการก็แย่ลง จนต้องเข้าห้อง ICU และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ที่จริงแล้วอาการของเขาไม่ได้หนักหนามาก แต่เนื่องจากใจมีความวิตกกังวลมาก ก็ทำให้ร่างกายทรุดหนักจนถึงตายได้

พนักงานบริษัทคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี เล่นเทนนิสทุกสัปดาห์ วันหนึ่งไปตรวจสุขภาพประจำปี หมอบอกว่าคุณเป็น “หัวใจรั่ว” เขาได้ยินก็ตกใจ เพราะในความเข้าใจของเขา หัวใจรั่วก็คือหัวใจเป็นรูและมีเลือดพุ่งออกมาเวลาหัวใจบีบตัว เขาไม่รู้ว่าที่จริงหมอตั้งใจจะบอกว่า ลิ้นหัวใจของเขารั่ว ซึ่งไม่ได้เลวร้ายถึงตาย เขายังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ออกกำลังกายก็ยังได้ แต่พอเขาเข้าใจว่าหัวใจตัวเองรั่วก็เลยกังวลและเครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ปรากฏว่าสองวันหลังจากนั้นเขาก็เข้าโรงพยาบาลเลย แล้วอาการก็แย่ลง จนต้องเข้าห้อง ICU และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ที่จริงแล้วอาการของเขาไม่ได้หนักหนามาก แต่เนื่องจากใจมีความวิตกกังวลมาก ก็ทำให้ร่างกายทรุดหนักจนถึงตายได้

ชาวบ้านคนหนึ่งเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล โดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แล้ววันหนึ่งหมอก็บอกว่า “ป้าเป็นมะเร็งตับนะ อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน” เธอตกใจมาก เครียด วิตกกังวลอย่างหนัก อยู่ได้แค่ 12 วันก็ตาย คือตอนที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็ยังมีเรี่ยวแรง แต่พอรู้แล้วก็ทรุดเลยเพราะถูกความกลัว ความเครียด ความวิตกกังวล เล่นงานจิตใจก็เลยตายเร็ว ลำพังก้อนมะเร็งที่ตับนั้นมันไม่ได้ทำให้เธอตายเร็วขนาดนั้น แต่เป็นเพราะใจของเธอต่างหากที่ทำให้เธอตายเร็วขึ้น

ตรงข้าม ผู้หญิงคนหนึ่ง หมอบอกว่าเธอเป็นมะเร็งตับ อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน แต่ปรากฏว่าเธออยู่ได้ถึง 6 ปี อันนี้เป็นเพราะใจ ถ้าใจไม่สู้ ใจกลัว ใจวิตก ก็ตายเร็ว ด้วยเหตุนี้จึงพูดได้ว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ทุกข์กายนั้นไม่เท่าไหร่ แต่ทุกข์ใจน่ากลัวกว่า ทุกข์กายนั้นยังพอประคับประคองไปได้ แต่พอทุกข์ใจแล้วร่างกายมันทรุดไปเลย เพราะใจไม่ยอมรับความจริง ถ้ายอมรับความจริง อาการก็จะไม่ทรุดหนักขนาดนั้น แต่เป็นเพราะว่าใจปฏิเสธ ไม่ยอมรับ ทนไม่ได้ พยายามดิ้นรนผลักไส มีความรังเกียจ มีการต่อต้านอยู่ข้างใน ก็เลยทำให้เครียด แถมยังปรุงแต่งไปในทางร้ายอีก ของเดิมยังไม่เท่าไร แต่พอปรุงแต่งให้มันเลวร้ายขึ้น อาการก็เลยหนักกว่าเดิม อย่างเช่น พยาธิปากขอไม่ใช่โรคร้าย แต่พอปรุงแต่งว่าตัวเองเป็นมะเร็ง เป็นไตวาย แล้วหลงเชื่อความคิดปรุงแต่งนั้น มันก็ฉุดใจและกายให้ทรุดหนัก จนกระทั่งป่วยหนักหรือตายเร็วเข้า

การที่เราหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องใจนั้นจำเป็นมาก เพราะถึงแม้ว่าเราป่วย แต่ถ้าใจเราเป็นปกติได้ ก็จะป่วยแค่กาย แต่ใจไม่ป่วย สามารถที่จะอยู่ได้อย่างปกติสุข คนที่เป็นมะเร็งหลายคนอยู่ได้อย่างปกติสุข ทำงานทำการได้ เพราะว่าเขายอมรับความจริงและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมะเร็ง บางคนติดเชื้อ HIV มา 20 ปีแล้วก็ยังสามารถมีชีวิตได้เหมือนคนปกติเพราะใจ แต่บางคนติดเชื้อ HIV ได้แค่ 34 ปีก็ตายแล้ว นั่นเป็นเพราะใจเช่นกัน คุณภาพของใจนั้นสำคัญมาก ไม่ใช่แต่เฉพาะเวลาเจ็บป่วย ซึ่งเป็นธรรมดาของชีวิต แต่รวมถึงมีเหตุเภทภัยอื่นๆ เกิดขึ้น ทั้งที่เกี่ยวกับทรัพย์สมบัติก็ดี เกี่ยวกับงานการก็ดี เกี่ยวกับคนรักหรือความสัมพันธ์ก็ดี สิ่งที่คนมักจะมองข้ามก็คือใจที่วางไว้ไม่ถูกหรือยอมรับไม่ได้ คือตัวการที่ทำให้เราทุกข์อย่างแท้จริง

ที่จริงแล้วเหตุเภทภัยที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ทรัพย์สมบัติ คนรัก ไม่ได้ทำให้เราทุกข์มากเท่ากับใจที่วางไว้ผิด หากวางใจถูก แม้เจอเหตุร้ายก็ยังมีความสุขได้ เด็กผู้หญิงอายุ 14 ปี เป็นมะเร็งสมอง วันหนึ่งมีอาสาสมัครไปเยี่ยม เธอแปลกใจมากว่าเด็กคนนี้เป็นมะเร็งสมอง ผมร่วงทั้งหัว แต่ทำไมถึงหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส คุยไปคุยมาเด็กคนนั้นบอกว่า “หนูโชคดีที่ไม่ได้เป็นมะเร็งมดลูก มีญาติคนหนึ่งเป็นมะเร็งมดลูก เขาปวดมากเลย” แล้วเธอก็บอกต่อว่า “หนูโชคดีที่เป็นแค่มะเร็งสมอง” กรณีนี้ตรงข้ามกับบางคนที่สุขภาพดี แต่แค่มีสิว ผิวแห้ง ผมแตกปลาย หน้าไม่เต่งตึงเท่านั้นก็จะเป็นจะตายให้ได้

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

 

คนหนึ่งเป็นมะเร็งแต่ใจยอมรับได้ แล้วมองโลกในแง่บวก อีกคนหนึ่งสุขภาพปกติ แต่ว่ารูปร่างหน้าตาไม่เป็นดั่งใจกลับทุกข์ระทม จะเป็นจะตายให้ได้ ที่ฆ่าตัวตายก็มี มีบางคนเป็นสิว รู้สึกอับอายมาก ไปที่ไหนก็กลัวเพื่อนล้อ พอเจอเพื่อนล้อก็ไปจริงจังกับคำพูดของเขา กลุ้มใจ น้อยเนื้อต่ำใจมากถึงกับฆ่าตัวตาย

เห็นได้ว่า ใจเป็นนายจริงๆ สุขหรือทุกข์ของคนเรานั้นขึ้นอยู่กับใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา แม้ว่ามีโรคร้ายเกิดขึ้น ถ้าใจเป็นปกติหรือรู้จักวางใจให้ถูก ก็มีความสุขได้ แต่ถ้าวางใจผิด ยึดติด ถือมั่น หรือปรุงแต่งไปในทางลบ แถมเชื่อหรือยึดติดในสิ่งที่ปรุงแต่ง ก็ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ อาจจะถึงตายได้ ตายเพราะตรอมตรมหรือเพราะมีความกังวลมาก

 

คนเราเวลาไปทำบุญก็มักจะขอให้ไม่มีเหตุเภทภัยกับเรา แต่เราลืมมองไปว่าแม้จะไม่มีเหตุเภทภัย แต่ว่าถ้าเราวางใจไม่ถูกก็มีความทุกข์ได้ อย่าว่าแต่มีเหตุเภทภัยเลย แม้เจอโชคลาภแต่ถ้าวางใจไม่ถูกก็กลับเป็นทุกข์ มีชาวบ้านคนหนึ่งแทงหวยสามตัว แทงไป 15 บาท ปรากฏว่าแทงถูก ได้เงินมา 600 บาท แกดีใจจนยิ้มแก้มปริ แต่พอรู้ว่าเพื่อนอีกคนหนึ่งแทงตัวเดียวกัน แต่แทงมากกว่า ได้เงินมา 2,000 บาท ที่ยิ้มอยู่ก็หุบเลย กลายเป็นเสียใจขึ้นมาเลย ทุกข์ขึ้นมาทันทีทั้งๆ ที่ได้โชคได้ลาภแท้ๆ

แต่กรณีนี้ก็ยังไม่หนักเท่ากับอีกรายหนึ่ง มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ไปเจอคุณป้าคนหนึ่งซึ่งเป็นนักเล่นหุ้นเหมือนกัน แกเล่าว่าเมื่อ 23 วันก่อน แกขายหุ้นไปได้กำไร 10 ล้านบาท ผู้ชายคนนี้ก็เลยบอกคุณป้าว่าขอแสดงความยินดีด้วยครับคุณป้า แต่คุณป้าตอบกลับมาว่า “ยินดีอะไรกันล่ะ ถ้าฉันขายหุ้นวันนี้ฉันก็ได้กำไรแล้ว 20 ล้าน” คุณป้าไม่มีความสุข ไม่รู้สึกยินดีทั้งๆ ที่ได้กำไร 10 ล้าน ซึ่งยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เสียอีก เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น วันรุ่งขึ้นคุณป้าไม่ได้มาที่ตลาดหุ้นเหมือนเคย ผู้ชายคนนี้จึงไปถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดว่า คุณป้าหายไปไหน ก็ได้คำตอบว่าเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว ที่เข้าโรงพยาบาลก็เพราะเครียดที่ได้กำไรแค่ 10 ล้าน

คนเรามักคิดว่าขอให้ฉันมีโชคมีลาภ อย่าให้มีเหตุเภทภัย แต่มันก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าถึงแม้จะไม่มีเหตุเภทภัย หรือถึงแม้จะได้โชคได้ลาภก็ใช่ว่าเราจะมีความสุขเสมอไป มันอยู่ที่ใจ ถ้าเราวางใจไว้ไม่ถูกก็เป็นทุกข์ได้ ที่จริงจะดีกว่าหากขอให้ตัวเองมีปัญญา มีสติ พร้อมยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยจิตใจแช่มชื่นเบิกบาน เพราะถ้าหากมีสติ มีปัญญา ฉลาดทำใจ ไม่ว่าเจออะไร ก็ไม่ทุกข์

มีหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนมีน้ำใจดี ชอบช่วยเหลือหมู่บ้านในชนบท บางทีก็พาคนอื่นไปทำความดีด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาพานักศึกษาไปช่วยเหลือโรงเรียนยากจนใน จ.แม่ฮ่องสอน เสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปยังแม่สอด จ.ตาก ระหว่างที่ลงจากเขา เราคงทราบดีว่าแม่ฮ่องสอนมีโค้งนับพันโค้ง รถเกิดอุบัติเหตุลื่นไถลลงมาจากไหล่เขา โชคดีที่เหวไม่ได้ลึกมาก ประมาณ 1020 เมตร ตอนที่รถเสียหลักเขาภาวนาว่าขออย่าให้นักศึกษาคนไหนมีอันเป็นไป ปรากฏว่าทุกคนปลอดภัย ยกเว้นตัวเขาเอง เขาเป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงมา ระหว่างที่พักฟื้นที่โรงพยาบาล หลายคนที่มาเยี่ยมพูดเหมือนตัดพ้อว่า ทำความดีขนาดนี้ ทำไมถึงต้องมาเจอเหตุร้าย พูดคล้ายๆ กับว่าทำดีไม่ได้ดี แต่ว่าหนุ่มคนนี้เป็นคนฉลาดในการมองโลกและชีวิต เขาพูดปลอบใจและเตือนสติเพื่อนว่า “ก็เพราะทำความดีน่ะสิ ถึงรอดมาได้ขนาดนี้” คือรอดมาได้ครึ่งตัว ถ้าไม่ทำความดีก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้ จะเห็นได้ว่าถึงแม้เจอเหตุเภทภัย แต่ถ้าวางใจไว้ถูก เช่นในกรณีนี้ ได้แก่การมองในแง่บวก ใจก็จะไม่ทุกข์ เพราะฉะนั้นถ้าหากเรารู้จักมองแบบนี้บ้างก็จะทำให้สามารถรับมือกับเหตุเภทภัยต่างๆ ได้

การมองในแง่บวกหมายถึงการมองที่ไม่ได้เห็นแต่สิ่งที่เลวร้าย แต่ยังเห็นสิ่งที่ดีๆ ที่เกิดขึ้นกับเราด้วย เวลาเราเจ็บป่วย เช่น ปวดท้อง หรือปวดหัว ถ้ามองในแง่บวกก็คือว่าเรายังมีร่างกายส่วนอื่นที่ยังทำงานได้ดี ถ้าเรามัวจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ไม่ดี เรียกว่าเป็นการมองในแง่ลบ การมองในแง่บวกก็คือมองเห็นสิ่งดีๆ หรือรู้จักชื่นชมสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ กนกวรรณ ศิลป์สุข เป็นโรคทาลัสซีเมียตั้งแต่เกิด โรคนี้คนไทยเป็นกันมาก เป็นโรคเลือดติดต่อทางกรรมพันธุ์ หมอบอกว่าอยู่ได้ไม่เกิน 20 ปี แต่เธอก็อยู่มาได้ 30 ปีแล้ว เธอมีร่างกายแคระแกร็น กระดูกเปราะ ขาและแขนหักเป็นประจำ แต่เป็นคนที่มีความสุขมาก มีคนถามว่าทำไมเธอถึงมีความสุขทั้งๆ ที่จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ร่างกายก็ไม่ค่อยดี ต้องรับเลือดเป็นประจำทุกสัปดาห์ เธอตอบว่า “เลือดเราอาจจะจาง จะแย่หน่อย แต่เราก็ยังมีตาเอาไว้มองสิ่งที่สวยๆ มีจมูกไว้ดมกลิ่นหอมๆ มีปากไว้กินอาหารอร่อยๆ แล้วก็มีร่างกายที่ยังพอทำอะไรได้อีกหลายอย่าง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เราจะมีความสุข” เธอยังพูดต่อว่า “โลกมีเอาไว้อยู่ ไม่ได้มีเอาไว้แบก”

บางคนเป็นโรคทาลัสซีเมียก็เอาแต่บ่นว่า ทำไมถึงต้องเป็นฉัน ทำไมถึงต้องเป็นฉัน ใจจดจ่ออยู่กับโรคหรือกับเลือดที่ไม่ดี แต่ลืมมองไปว่าสิ่งดีๆ ในตัวเองก็ยังมีอยู่เยอะ ตาก็ยังมองเห็น ขาก็ยังเดินไปไหนมาไหนได้ มือก็ยังทำงานทำการได้ สามารถเก็บเกี่ยวความสุขที่มีอยู่รอบตัวได้ มองอย่างนี้เป็นการมองในแง่บวก คือมองเห็นสิ่งดีๆ ท่ามกลางสิ่งที่ไม่ดี

มองในแง่บวกอีกอย่างก็คือมองว่าในสิ่งที่แย่ๆ นั้นก็มีประโยชน์หรือข้อดีอยู่ และก็ดีที่มันไม่แย่ไปกว่านี้ บางคนบอกว่าโชคดีที่เป็นมะเร็งเพราะทำให้ได้หันมาหาธรรมะ ถ้าไม่เป็นมะเร็งก็คงไม่สนใจธรรมะ หรือบางคนขอบคุณที่ธุรกิจล้มละลายเมื่อปี 2540 เพราะการล้มละลายทำให้‌เขาเข้าหาธรรมะ เพื่อดับร้อน ดับความทุกข์ ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจธรรมะมาก่อนเลย แต่พอ‌ธุรกิจล้มละลาย เป็นหนี้ล้นพ้นตัว กลุ้มใจมากก็เลยมาวัด บางคนไม่ได้มาเอง มีคนชวนมา ‌เพราะว่าทุกข์มาก พอมาวัด ได้ปฏิบัติธรรม จึง‌รู้จักปล่อย รู้จักวาง ทำใจได้ ก็เลยหันมาสนใจ‌ธรรมะและพบความสุขที่แท้จริง จึงต้องขอบคุณ‌ที่ธุรกิจล้มละลาย อย่างนี้เรียกว่าในสิ่งที่แย่ก็มี‌ประโยชน์หรือข้อดีอยู่ไม่น้อย นี่เป็นการมองในแง่บวกอีกแบบหนึ่ง ถ้าเรามองแบบนี้ให้เป็น‌มันจะช่วยได้มาก มันไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่‌เป็นการมองเห็นความจริงอีกมุมหนึ่งที่ผู้คนมักจะ‌ไม่ค่อยมอง เพราะว่าเห็นแต่เรื่องลบ มองแต่‌เรื่องร้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท