
‘มะเร็ง’คร่าเกริกเกียรติอดีตบิ๊กบีบีซี
ปิดสำนวนคดีอาญา เหลือเพียงคดีแพ่งที่ต้องตามล่าเงินที่ถูกยักยอกกลับคืนมา
ปิดสำนวนคดีอาญา เหลือเพียงคดีแพ่งที่ต้องตามล่าเงินที่ถูกยักยอกกลับคืนมา
นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ(บีบีซี) ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์บีบีซี เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งปอด ในวัย 63 ปีเมื่อเช้าวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาส่งผลให้การดำเนินคดีอาญากับนายเกริกเกียรติสิ้นสุดลง คงเหลือเพียงคดีแพ่งที่จะต้องติดตามนำทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไปกลับมาเป็นของแผ่นดิน
ทั้งนี้ นายเกริกเกียรติได้เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้บริหารบีบีซี ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว ตั้งแต่ปี 2529 ภายหลังพบการบริหารงานผิดพลาด โดยมีการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มนักการเมืองและปล่อยสินเชื่อเพื่อเทกโอเวอร์กิจการในตลาดหลักทรัพย์ จนเกิดหนี้เสียหลายหมื่นล้านบาท กระทั่งถูกธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งปิดกิจการเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2539
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบีบีซีในครั้งนั้น ได้ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญของประเทศไทยในปี 2539 หรือที่รู้จักกันในนามวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งต่อมาได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีนายเกริกเกียรติกับพวก ในข้อหายักยอกทรัพย์และฉ้อโกงรวม 17 คดี รวมมูลค่าความเสียหายในขณะนั้นกว่า 5 หมื่นล้านบาท
นายเกริกเกียรติได้ใช้สิทธิต่อสู้คดีในชั้นศาลตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหลายคดีได้มีการพิพากษาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไปแล้ว เช่น เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2553 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำคุกนายเกริกเกียรติเป็นเวลา 150 ปี และปรับเงิน 359 ล้านบาท ในคดีอนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัท ซีลาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิส เนื่องจากปล่อยกู้โดยประเมินราคาสูงกว่าความเป็นจริง
ก่อนหน้านั้นศาลชั้นต้นได้มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2552 สั่งจำคุกนายเกริกเกียรติ20 ปี และปรับเป็นเงิน 3,100ล้านบาท โดยนายเกริกเกียรติได้ขอเลื่อนการพิจารณา โดยให้เหตุผลว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย







