
3จี คืออะไร
มีคนถามกันหนาหูมากว่าที่มีการประมูลเรื่อง 3จี มาระยะหนึ่งนั้นมันคืออะไร คนส่วนใหญ่ทราบว่าที่พูดถึง 3จี นั้นหมายถึงเทคโนโลยีที่ใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกกันติดปากว่าโทรศัพท์มือถือ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทราบว่า เทคโนโลยี 3จี ที่ว่านี้เป็นอย่างไร
มีคนถามกันหนาหูมากว่าที่มีการประมูลเรื่อง 3จี มาระยะหนึ่งนั้นมันคืออะไร คนส่วนใหญ่ทราบว่าที่พูดถึง 3จี นั้นหมายถึงเทคโนโลยีที่ใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกกันติดปากว่าโทรศัพท์มือถือ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทราบว่า เทคโนโลยี 3จี ที่ว่านี้เป็นอย่างไร
ชื่อที่เรียกกันว่า 3จี มาจากคำว่า รุ่นที่ 3 (3rd Generation) หมายถึงเทคโนโลยีรุ่นที่ 3 ของเทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่ ซึ่งการจะบอกว่าเป็น 3จี ได้นั้น ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะอุปโลกน์ตนเองขึ้นมาได้ เนื่องจากว่าการจะถือได้ว่าเทคโนโลยีที่ใช้กับการสื่อสารเคลื่อนที่นั้น เป็นเทคโนโลยี 3จี ได้ เจ้าเทคโนโลยีดังกล่าวจะต้องมีมาตรฐานที่เป็นไปตามที่ข้อกำหนดการสื่อสารเคลื่อนที่ระหว่างประเทศ 2000 (International Mobile Telecommunications – 2000 หรือ IMT – 2000) ซึ่งกำหนดโดยสหภาพการสื่อสารระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union)
มีบริษัทการสื่อสารจำนวนมากโฆษณาต่อสาธารณะว่าเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี 3จี ซึ่งดังที่บอกไปแล้วว่า การจะเป็นหรือไม่เป็น 3จี นั้น ต้องมีมาตรฐาน ซึ่งมาตรฐานที่ว่านั้นพอจะสามารถจำแนกได้ดังนี้
อันที่หนึ่ง โทรศัพท์เคลื่อนที่จะต้องเป็นระบบการสื่อสารเคลื่อนที่สากล (Universal Mobile Telecommunications System – UMTS) ซึ่งมีให้ใช้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 ซึ่งได้มีการพัฒนาขึ้นโดยโครงการหุ้นส่วนรุ่นที่ 3 (3rd Generation Partnership Project – 3GPP) ที่ได้มีการใช้กันในตอนแรกๆ ในยุโรป ญี่ปุ่น และจีน แต่เป็นการใช้ด้วยการเชื่อมต่อวิทยุ (Radio Interface) ที่แตกต่างกัน และที่ใช้อยู่ในที่อื่นๆ ด้วย
แต่โดยทั่วไปแล้วระบบดังกล่าวจะได้รับอิทธิพลของโครงข่ายของระบบทั่วโลกสำหรับการสื่อสารเคลื่อนที่รุ่นที่สอง (Global System for Mobile Communications – GSM 2G) อาจจะกล่าวได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี เป็นลูกผสมระหว่าง UMTS กับ GSM
UMTS ที่ว่านี้จะต้องประกอบไปด้วยระบบที่สมบูรณ์อันรวมไว้ซึ่งเครือข่ายการเข้าถึงทางวิทยุ หรือเครือข่ายการเข้าถึงทางวิทยุภาคพื้นดิน (UMTS Terrestrial Radio Access Network หรือ UTRAN) เครือข่ายแกน (Core Network) หรือส่วนใช้งานเคลื่อนที่ (Mobile Application Part – MAP) และการระบุตัวผู้ใช้ที่แท้จริงผ่านทาง บัตรเกณฑ์วัดอัตลักษณ์ของผู้ใช้ (Subscriber Identity Module – SIM Cards)
ส่วน GSM ที่ว่านั้นเป็นมาตรฐานที่จัดตั้งขึ้นมาโดยสถาบันกำหนดมาตรฐานด้านการสื่อสารของยุโรป (European Telecom munications Standards Institute – ETSI) เพื่อใช้อธิบาย Protocols เครือข่ายแบบรังผึ้งเชิงตัวเลข (Digital Cellular Networks) สำหรับรุ่นที่ 2 หรือ 2จี ซึ่งใช้โดยโทรศัพท์มือถือ
มาตรฐาน GSM นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้แทนรุ่นแรก หรือ 1จี (1st Generation) ของเครือข่ายแบบรังผึ้งเชิงอุปมาน (Analog Cellular Networks) และตอนเริ่มต้นใช้บอกรายละเอียดเครือข่ายการสลับวงจรเชิงตัวเลข (Digital Circuit Switched Network) สำหรับโทรศัพท์ใช้เสียงแบบสื่อสารสองทางเต็มรูปแบบ (Full Duplex Voice Telephony)
ในภายหลังระบบนี้ได้รวมไว้ซึ่งการสื่อสารด้วยข้อมูล (Data Communications) โดยเริ่มจากการเคลื่อนย้ายสลับวงจร (Circuit Switched Transport) จากนั้นเข้าสู่การเคลื่อนย้ายกลุ่มข้อมูล (Packet Data Transport) ผ่านทางการให้บริการกลุ่มวิทยุทั่วไป หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ จีพีอาร์เอส (General Packet Radio Services – GPRS) และการเพิ่มอัตราข้อมูลสำหรับวิวัฒนาการของ GSM (Enhanced Data Rates for GSM Evolution – EDGE หรือ EGPRS)
นั่นเป็นข้อมูลเบื้องต้นของระบบที่เรียกว่า 3จี ซึ่งอันที่จริงแล้วยังมีข้อมูลอีกมากที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่โฆษณานั้นเป็นเทคโนโลยี 3จี จริงหรือไม่ นอกจากนั้นยังต้องมีโครงข่าย (Infrastructure) ที่รองรับการทำงานของโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้เทคโนโลยี 3จี ได้ด้วย
ระบบที่เรียกว่า 3จี นั้นจะต้องสามารถให้อัตราการเชื่อมต่อจากระบบที่ใหญ่กว่าไปสู่ระบบที่เล็กกว่า (Downlink) ที่อัตราสูงสุดถึง 56 เมกะบิตส์ (Mbits) ซึ่งก็ว่ากันว่าเป็นเพียงในทางทฤษฎี เพราะที่ใช้งานกันนั้นจะอยู่ประมาณ 28 เมกะบิตส์ และอัตราการเชื่อมต่อจากระบบที่เล็กกว่าไปสู่ระบบที่ใหญ่กว่า (Uplink) ที่ 22 เมกะบิตส์
ไม่ใช่เรื่องเข้าใจง่ายเลยระบบเหล่านี้ ผมต้องยอมรับว่าศึกษางูๆ ปลาๆ และเขียนมาแบบมึนๆ งงๆ แต่ก็จะเป็นประโยชน์ในการเริ่มคิดว่า ก่อนที่เขาจะถกเถียงกันว่าใครจะได้ใครจะเสียในทางธุรกิจจากระบบ 3จี หรือระบบอะไรก็แล้วแต่มีที่มาที่ไปอย่างไร จะใช้ประโยชน์เป็นไฉน ประชาชนจะได้ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่ให้เป็นแต่เบี้ยแต่หอย







