
เหวงยันจำนำข้าวไม่เข้าม.190
‘เหวง’ จวก 67 สว.ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยจีทูจี ยันจำนำข้าวเพิ่มรายได้ชาวนาไม่เข้าม.190 ซัด ขวางอำนาจบริหารส่อขัดม. 113 ไล่ไปสอบกองทัพผูกพันงบซื้ออาวุธ ดักคอศาลอย่าขยายอำนาจตัวเอง
‘เหวง’ จวก 67 สว.ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยจีทูจี ยันจำนำข้าวเพิ่มรายได้ชาวนาไม่เข้าม.190 ซัด ขวางอำนาจบริหารส่อขัดม. 113 ไล่ไปสอบกองทัพผูกพันงบซื้ออาวุธ ดักคอศาลอย่าขยายอำนาจตัวเอง
เวลา 13.00 น.ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว นพ.เหวง โตจิราการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า กรณีที่ สว.67 คนภายใต้การนำของกลุ่ม 40 สว.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐเข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสองต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่นั้น ล้วนเป็นการกระทำของพวก สว.ลากตั้งที่ไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จึงไม่เข้าใจหลักการในระบบประชาธิปไตยที่คนรักชาติบ้านเมืองรวมตัวกันศึกษาปัญหารากเหง้าของประเทศ และเสนอวิธีการแก้ไขจนคลอดเป็นนโยบายออกมาเหมือนนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล
นพ.เหวง กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 190 ระบุให้หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา แต่นโยบายรับจำนำข้าวนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบแต่สร้างความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าและสังคม เพราะเพิ่มรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ชาวนาให้อยู่ดีกินดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งโครงการรับจำนำข้าวยังเป็นนโยบายที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แถลงต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 176 ดังนั้นรัฐบาลมีอำนาจอันชอบธรรมที่จะบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ในขณะที่การยื่นเรื่องของกลุ่ม สว.นั้นควรกลับไปพิจารณาตัวเองว่าขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลขัดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 หรือไม่
"ที่อ้างว่าเข้ามาตรา 190 เพราะระบุว่าผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่กรณีที่ทางกองทัพทำสัญญาซื้ออาวุธผูกพันงบประมาณ 10 ปี 20 ปี เหตุใด สว.กลุ่มนี้ไม่ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความบ้าง" นพ.เหวงกล่าว
นพ.เหวง กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับเรื่องไปวินิจฉัยหรือไม่ ส่วนตัวแล้วไม่อยากก้าวล่วงศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากรับเรื่องศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นองค์กรที่ขยายอำนาจตัวเองให้คณะตุลาการ 9 คนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศในการวินิจฉัยทุกนโยบายของรัฐบาล ต่อไปนี้หากทุกรัฐบาลจะดำเนินการใดศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ต้องวินิจฉัยทั้งหมด รัฐบาลคงต้องไปแถลงนโยบายต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะแถลงต่อรัฐสภา







