
รับมืออาเซียน
ในขณะนี้ที่ในบ้านเรากระแสการตื่นตัวของการเปิดประชาคมอาเซียนสู่การเป็นชุมชนเศรษฐกิจอย่างแท้จริงในปี 2015 หรือที่เรียกกันติดปากว่า เออีซีนั้น บอกตรงๆ ครับว่า แม้กระแสนี้จะมาแรงในบ้านเรา แต่ทว่าเรายังไม่ได้เห็นความเคลื่อนไหวของภาคธุรกิจที่จะก้าว ออกไปสู้กับในอาเซียนอย่างชัดเจนนัก ถ้าไม่นับพวกธุรกิจรายใหญ่ที่มีเงินทุนระดับพันล้านหมื่นล้านอยู่แล้ว
ในขณะนี้ที่ในบ้านเรากระแสการตื่นตัวของการเปิดประชาคมอาเซียนสู่การเป็นชุมชนเศรษฐกิจอย่างแท้จริงในปี 2015 หรือที่เรียกกันติดปากว่า เออีซีนั้น บอกตรงๆ ครับว่า แม้กระแสนี้จะมาแรงในบ้านเรา แต่ทว่าเรายังไม่ได้เห็นความเคลื่อนไหวของภาคธุรกิจที่จะก้าว ออกไปสู้กับในอาเซียนอย่างชัดเจนนัก ถ้าไม่นับพวกธุรกิจรายใหญ่ที่มีเงินทุนระดับพันล้านหมื่นล้านอยู่แล้ว
ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซีย เห็นได้ชัดว่าน่าจะเป็นประเทศที่มีความเคลื่อนไหวและกระตือรือร้นมากที่สุดในภูมิภาคก็ว่าได้ ที่เตรียมขยายการลงทุนออกสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยใช้แบรนด์ของอาเซียนเป็นสัญลักษณ์อย่างชัดเจน
อย่างที่เคยรับใช้ท่านผู้อ่านไปก่อนหน้านี้แล้วว่า บริษัทที่ชัดเจนมากที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ สายการบินแอร์เอเชียของนักธุรกิจชาวมาเลเซีย ที่ประกาศตัวเป็นสายการบินแห่งอาเซียนไปแล้ว เป็นการนำคำว่า “อาเซียน” มาใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างรวดเร็วฉับไว
นอกจากนั้น ก็ยังมีธนาคารซีไอเอ็มบีของมาเลเซียเช่นกัน ที่ประกาศตัวว่าเป็นธนาคารแห่งอาเซียน พยายามบุกไปทั่วตลาดอาเซียนมาได้ระยะหนึ่งแล้วเช่นกัน
นอกจากนั้น ภาคธุรกิจของมาเลเซียที่พยายามบุกไปยังตลาดอาเซียนมากขึ้นก็คือ ธนาคารมาลายาแบงก์ หรือที่เรียกกันติดปากว่าเมย์แบงก์ ซึ่งแสดงเจตจำนงมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะขยายการลงทุนมายังประเทศไทยมากขึ้น รวมไปถึงการขยายธุรกิจไปยังตลาดหลักๆ อื่นๆ ของภูมิภาคอาเซียน
ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเอกชนจากมาเลเซียที่กระตือรือร้นมากครับสำหรับการเปิดเป็นชุมชนทางเศรษฐกิจร่วมกันของอาเซียนในปี 2015 นี้
ทั้ง 3 เอกชนที่ยกตัวอย่างนี้ เห็นได้ชัดว่าเริ่มมีการตระหนักและเริ่มพยายามสร้างแบรนด์ “อาเซียน” ของตัวเองขึ้นมาเป็นระยะๆ
เพราะว่าในอนาคตตลาดในภูมิภาคนี้จะไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะประเทศนั้นๆ แต่ต้องคิดใหม่ทำใหม่ จะผลิตจะขายอะไรก็ต้องคิดเผื่อไปทั้งภูมิภาคด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังปี 2015 ที่กระแสทุน สินค้า และแรงงานจะไหลข้ามพรมแดนไปหากันได้ง่ายมากขึ้นในอาเซียน
สำหรับในประเทศไทย ถ้าไม่นับรวมนักลงทุนขนาดใหญ่แล้ว ก็ต้องบอกว่าความเคลื่อนไหวของนักลงทุนรายย่อยทั้งขนาดกลางและเล็กนั้น แทบจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรที่ชัดเจนนักต่อการรับมือกับการเปิดพรมแดนทางเศรษฐกิจของอาเซียนในครั้งนี้
อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้นครับ ถ้าเราไม่บุกออกไปอาเซียนบ้าง เราก็จะถูกเพื่อนบ้านบุกเข้ามาแต่ฝ่ายเดียว ในอนาคตหากไทยไม่พร้อม ภาคธุรกิจไทยไม่รู้จักคำว่าอาเซียน มีความเสี่ยงสูงครับที่ไทยจะเสียเปรียบเพื่อนบ้านอย่างยิ่ง
อย่างในทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่ามีแรงงานจากกี่ชาติต่อกี่ชาติในอาเซียนที่เข้ามาหากินในบ้านเรา ในอนาคตเราจะเจอมากกว่าแรงงานครับ







