posttoday
เรียลิตี ถกเครียดกว่า 3 ซม. กทค.รับรองผลประมูล 3จี

เรียลิตี ถกเครียดกว่า 3 ซม. กทค.รับรองผลประมูล 3จี

19 ตุลาคม 2555

นับเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดการถ่ายทอดเสียงในห้องประชุมให้สาธารณชนได้รับทราบความเคลื่อนไหวตลอดการประชุมครั้งสำคัญ เพื่อรับรองผลการประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์

นับเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดการถ่ายทอดเสียงในห้องประชุมให้สาธารณชนได้รับทราบความเคลื่อนไหวตลอดการประชุมครั้งสำคัญ เพื่อรับรองผลการประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์

ตลอดการประชุมกว่า 3 ชม. (เริ่มเวลา 11.30 น. และลงมติเวลา 14.45 น.) บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยนอกจากบอร์ด กทค. 5 คน คือ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. นายสุทธิพล ทวีชัยการ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ยังมีคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และ บริษัท เพาเวอร์ ออกชั่น ที่ปรึกษาการจัดประมูล เข้าร่วมด้วย

ในช่วงแรก ประธาน กสทช. ได้เปิดให้แต่ละฝ่ายอธิบายผลการประมูล และชี้แจงรายละเอียดเพื่อสนับสนุนว่า การประมูลในวันที่ 16 ต.ค. เป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส ไม่มีขั้นตอนการฮั้วประมูลแต่อย่างใด แม้ว่าราคาไลเซนส์จะไม่ขยับถึง 6 ใบก็ตาม ซึ่งในประเด็นนี้บริษัทที่ปรึกษาการประมูลยืนยันว่าไม่ใช่เรื่อง “ผิดปกติ” เพราะมีกรณีศึกษาจาก กรีซ และ เบลเยียม มาแล้ว ที่ราคาสุดท้ายเท่ากับราคาเริ่มต้น

1 ชม.ครึ่งผ่านไป อุณหภูมิในห้องประชุมเริ่มร้อนขึ้น เมื่อ นพ.ประวิทย์ ซึ่งเป็น กทค.คนเดียวที่ไม่รับรองผลในครั้งนี้ หยิบยกประเด็นเรื่องราคาที่ควรจะเริ่มต้น 82% จากราคามูลค่าคลื่นจริงที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอมาที่ 6,776 ล้านบาท ไม่ใช่ 6,440 ล้านบาท ตามที่ กทค. บางคนกล่าวอ้าง ดังนั้นราคาเริ่มต้นควรขยับสูงถึง 4,773 ล้านบาท เนื่องจากการคิดราคาตั้งต้นที่ 67-70% นั้น ควรใช้กับกรณีที่มีผู้เข้าประมูลมากกว่าจำนวนไลเซนส์ แต่หากเป็นกรณีผู้เข้าประมูลเท่ากับจำนวนไลเซนส์พอดี ควรขยับราคาเริ่มต้นให้สูงขึ้นอีก

เมื่อถึงประเด็นนี้ มีการหยิบผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์มายืนยันกัน โดยคณะทำงานยืนยันว่าเอกสารที่ได้รับมา คือ ชุดที่ระบุว่ามูลค่าคลื่นจริงอยู่ที่ 6,440 ล้านบาท ไม่เคยมีราคา 6,776 ล้านบาท และวันที่เปิดผลการศึกษา 6,440 ล้านบาท นพ.ประวิทย์ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วย

การถกเถียงในเรื่องราคาเริ่มต้นประมูลยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด รวมไปถึงหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพดานการถือครองคลื่นสูงสุด 5 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 3 ใบ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน ทำให้ นายสุทธิพล ใช้สิทธิชี้แจงเรื่องนี้มากกว่าครึ่ง ชม. แต่ก็ยังคงถกเถียงกันในประเด็นนี้ จนในที่สุด นายประเสริฐ ทนไม่ไหว และพูดว่า

“ประเด็นเรื่องราคาและหลักเกณฑ์เลยมาแล้ว มันถูกใช้ไปและผ่านไปแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก ถ้ายังไม่ลงมติ ผมจะขึ้นละนะ” พูดจบก็ปิดไมค์และลุกขึ้นเดินออกจากห้อง หลังจากนั้น พล.อ.สุกิจ ก็พูดเหมือนกันว่า ถ้ายังเถียงกันและไม่ลงมติก็จะขอไม่ประชุมแล้ว และเดินออกไปเช่นเดียวกัน

ก่อนสถานการณ์จะบานปลายและจบไม่ลง พ.อ.เศรษฐพงค์ จึงเข้าควบคุมและบอกว่าขอใช้สิทธิอำนาจที่เป็นประธาน กทค. ขอสรุปให้ลงมติโหวตเพื่อรับรองผลประมูลในทันที และให้ตามทั้งสองคน ที่ออกจากห้องกลับมาลงมติ เพราะถ้าลงมติไม่ได้และยังเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าเป็น “ประธานขี้เท่อ” ทำอะไรไม่ได้เลย

ก่อนลงมติ นพ.ประวิทย์ ขอดูขั้นตอนการประมูลทั้งหมด (Log File) ซึ่งในช่วงนี้เป็นเฉพาะบอร์ด กทค. 5 คน และปิดการถ่ายทอดเสียงประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นจึงเปิดลงมติ โดยกรรมการ 4 คน รับรองผลมติ มีเพียง นพ.ประวิทย์ ที่ไม่รับรองผลการประมูลในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐ ได้ชี้แจงภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นว่า “ไม่ได้วอล์กเอาต์ เพราะถ้าวอล์กเอาต์จะไม่เดินกลับเข้ามาอีก และเคารพความเห็นที่แตกต่างของ กทค.ทุกคน” มีวุฒิภาวะอยู่แล้วว่าสิ่งไหนเหมาะสม แต่เห็นว่าประเด็นที่เถียงกันนั้นมันจบไปแล้ว ทุกคนควรก้าวข้ามและมองไปข้างหน้ามากกว่า”

ขณะที่ประธานกทค. กล่าวว่า สาเหตุที่ถ่ายทอดเสียงให้สาธารณะชนรับทราบ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจและเพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ออกไปไม่ตรงกัน เห็นได้จากที่ผ่านมาที่ประเด็นการฟ้องร้องหรือกทค.ถูกโจมตี เพราะมีการเปิดเผยข้อมูลจากที่ประชุม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ควรจะเปิดเผย ดังนั้น ครั้งนี้ จะเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใสและทุกคนได้ยินได้ฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมจริงๆ

“การรับรองผลการประมูลครั้งนี้แม้ว่าจะมีข้อสงสัยจากหลายฝ่าย แต่ กทค.เห็นว่า ขณะนี้ต้องก้าวข้ามเรื่องหลัเกณฑ์การประมูลและราคา 4,500 ล้านบาทไปได้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องมองไปข้างหน้า ส่วนการยื่นฟ้องต่างๆ ก็เป็นสิทธิ์ที่ประชาชนสามารถทำได้ และกทค.พร้อมยอมรับการตรวจสอบ” นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)กล่าว ขณะที่การกำหนดราคาค่าบริการขั้นสูงนั้น กทค.จะเรียกดูต้นทุนของผู้ประกอบการหลังจากติดตั้งโครงข่ายไปแล้ว 6 เดือน ซึ่งในช่วงแรกหากกลไกการแข่งขันด้านราคาทำให้ราคาค่าบริการอยู่ในระดับที่ไม่สูงอยู่แล้ว กทค.จะยังไม่ดำเนินการใดๆ แต่หากเห็นว่าสูงเกินไป กทค.จึงจะเข้าไปกำหนดค่าบริการ

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว กล่าวว่า รอประเมินสถานการณ์ในวันนี้อีกครั้งแล้วจึงจะสรุปว่า จะเข้ายื่นคำฟ้องเพิ่มเติมและขอให้ไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่ ขณะที่สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการตรวจสอบทุจริตและธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มีนางรสนา โตสิตระกูล เป็นประธาน โดยเห็นว่า การปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการกสทช.ส่อกระทำผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ พรบ. ป้องกันการฮั้ว ปี 2542 ด้านศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 18 ต.ค. แจ้งว่าไม่รับฟ้องคดีของสมาคมสถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภคที่ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค. กรณีเห็นว่า บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค เป็นต่างด้าว และของสหภาพแรงงานทีโอที ที่ยื่นฟ้องในประเด็นว่าเอกชนยังโอนทรัพย์สินตามสัมปทานไม่ครบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท