posttoday
โครงสร้างที่ชั่วร้ายและขมขื่นของชาติ

โครงสร้างที่ชั่วร้ายและขมขื่นของชาติ

19 ตุลาคม 2555

ทุกชนชาติและทุกประเทศในโลกนี้ ล้วนต้องมีประวัติศาสตร์ฉากหนึ่งที่น่าจดจำ น่าชื่นชม และน่าสรรเสริญยกย่องด้วยกันทั้งนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีประวัติศาสตร์อีกฉากหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกันข้าม กล่าวคือ ไม่น่าจดจำ ไม่น่าชื่นชม และไม่น่าสรรเสริญยกย่องประการใดๆ ทั้งสิ้น

ทุกชนชาติและทุกประเทศในโลกนี้ ล้วนต้องมีประวัติศาสตร์ฉากหนึ่งที่น่าจดจำ น่าชื่นชม และน่าสรรเสริญยกย่องด้วยกันทั้งนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีประวัติศาสตร์อีกฉากหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกันข้าม กล่าวคือ ไม่น่าจดจำ ไม่น่าชื่นชม และไม่น่าสรรเสริญยกย่องประการใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้เขียน ขอเรียกส่วนหลังว่าเป็นประวัติศาสตร์อันชั่วร้าย และน่าขมขื่น ที่ทุกสังคม ทุกประเทศ ทุกชาติ และในอันที่ ก็ต้องรวมถึงทุกคนและทุกครอบครัว ก็ต้องพบและประสบกันมาด้วยทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า แต่ละสังคม แต่ละประเทศ แต่ละชาติ ฯลฯ มีวิธีการจดจำ เล่าเรื่อง ระลึกถึง ตอกย้ำ เขียนและบันทึก ฯลฯ ที่แตกต่างกันไป

ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในเดือนตุลาคมของทุกปี เราก็คงจะจดจำและระลึกถึงเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ซึ่งเกิดขึ้นในเขตเมืองหลวงคือกรุงเทพมหานครกันได้ โดยที่เหตุการณ์แรกนั้นคงไม่ใช่เป็นเรื่องที่เลวร้ายสักเท่าใดนัก แม้นว่าจะมีคนสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการกันไปอยู่บ้างจำนวนหลายร้อยคนก็ตาม

เพราะว่าเราส่วนใหญ่ได้เลือกที่จะจดจำและตอกย้ำ 14 ต.ค. 2516 ว่า เป็นวันของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในทางการเมือง เป็นการรื้อฟื้นคืนกลับของระบอบประชาธิปไตย

ส่วนเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ก็เป็นเหตุการณ์ที่คนส่วนใหญ่มีความขมขื่น กลืนไม่เข้าคายไม่ออก น่าเสียใจ และทุกข์ทรมานจิตใจในทุกครั้งที่ย้อนระลึกถึง อย่างไรก็ดี ก็มีนักเคลื่อนไหวบางกลุ่มที่ย้อนระลึกถึงวันดังกล่าวว่า เป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะและเป็นวันแห่งความหวังที่กองทัพประชาชนจะกรีฑาทัพมาโค่นล้มศักดินาและจักรพรรดินิยมให้จบสิ้นเสียที

นอกจากเหตุการณ์สำคัญในกรุงเทพมหานครสองเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีเหตุการณ์วันที่ 25 ต.ค. 2547 ซึ่งเกิดขึ้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ผู้ถูกกระทำเลือกที่เรียกวันดังกล่าวว่า เป็นวัน “สังหารหมู่” ประชาชน

ส่วนฝ่ายรัฐและผู้นำรัฐบาลก็ไม่อธิบายใดๆ และไม่พยายามจดจำและระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

หากเราย้อนกลับไปให้ยาวนานกว่านี้อีกก็มีเหตุการณ์ปราบกบฏ 1325 ต.ค. 2476 ซึ่งฝ่ายรัฐบาลนิยมเรียกประวัติศาสตร์ครั้งนั้นว่า การปราบกบฏ โดยมีอนุสาวรีย์หลักสี่ หรืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องช่วยเตือนความจำ

อย่างไรก็ดี ในครั้งนั้นและต่อๆ มา ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลในยุคนั้นกลับนิยมเรียกเหตุการณ์เดือนตุลาคม 2476 ว่า เป็นการกู้บ้านเมือง หรือเป็นคณะกู้บ้านเมืองที่นำโดยพระองค์เจ้าบวรเดชมากกว่าจะเรียกว่าเป็นการกบฏเฉยๆ

จะเห็นได้ว่า พัฒนาการทางการเมืองไทยและประวัติศาสตร์ของไทยมีเรื่องที่น่าจดจำและน่าสรรเสริญยกย่องอยู่มาก ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องที่เป็นความชั่วร้าย น่าขมขื่น และไม่ควรจดจำเกิดขึ้นเป็นระยะๆ

ผู้เขียนมีความเห็นว่า ทั้งสองฉากเป็นเรื่องเดียวกัน ประกอบเข้าด้วยกันจึงเป็นโครงเรื่องเดียวกัน ฉะนั้นหากเราจะจดจำ เราคงไม่อาจปฏิเสธฉากหนึ่งฉากใดของโครงเรื่องทั้งหมดได้ เช่น เลือกดูเฉพาะฉากรักหวานชื่น แต่ไม่ยอมดูฉากของการสังหารหมู่ประชาชน ทั้งสองฉากล้วนมีบริบทและเงื่อนไขของการก่อกำเนิด และล้วนมีปฏิกิริยาต่อกัน

ข้อคิดประการสุดท้ายคือ ประวัติศาสตร์ที่ดีก็มีรายชื่อของบุคคลที่ดีซึ่งควรแก่การยกย่องฉันใด เรื่องประวัติศาสตร์ที่ชั่วร้ายก็มีชื่อของคนตายถูกทารุณกรรมต้องประสบภัยต่างๆ เช่น พิการ ถูกสังหารหมู่ ฯลฯ ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเราจะเลือกจดจำชื่อของเขาไว้หรือไม่ ในฐานะใด อย่างไร เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก