
เฉลิมแจงพบทักษิณหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัว
ร.ต.อ.เฉลิมตอบกระทู้สดในสภารัฐบาลไม่มีอำนาจติดตามตัวทักษิณมาดำเนินคดีในไทยส่วนไปพบที่เมืองนอกถือเป็นเรื่องส่วนตัว
ร.ต.อ.เฉลิมตอบกระทู้สดในสภารัฐบาลไม่มีอำนาจติดตามตัวทักษิณมาดำเนินคดีในไทยส่วนไปพบที่เมืองนอกถือเป็นเรื่องส่วนตัว
วันนี้(18ต.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเเทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต่อที่ประชุมสภาฯ ช่วงกระทู้ถามสด ซึ่งนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้สอบถามในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย กรณีที่ศาลได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในคดีความผิดหลายคดี อาทิ กรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัทกฤษฎามหานคร ว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะไปดำเนินการในเรื่องติดตามจับกุมตัว เพราะเป็นเรื่องที่อัยการสูงสุด สำนักคดีต่างประเทศต้องดำเนินการ
เพราะขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรก็ตามการตั้งกระทู้ถามแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเกลียด และคนถามไม่ได้ทำการบ้าน เพราะหากพิจารณาในคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงนั้น ไม่มีอำนาจในการปล่อยสินเชื่อ โดยบุคคลที่มีอำนาจปล่อยสินเชื่อได้นั้นคือ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เเละฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อ ธนาคารกรุงไทย อย่างไรก็ตามคดีนี้เป็นผลมาจากการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 และเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ถูกต้อง เพราะสอบสวนโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งคณะปฏิวัติเป็นผู้แต่งตั้ง ตนไม่ดำเนินการ เพราะตนไม่ยอมรับอำนาจปฏิวัติ
"ประเด็นนี้ที่ลาก พ.ต.ท.ทักษิณมาเกี่ยวข้อง เพราะต้องการให้ขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง เพียงคำพูดคนที่ใส่ร้ายว่า ผู้ใหญ่สั่งมา ผมยืนยันว่ารัฐบาลได้ดำนินการกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่ประเด็นนี้รัฐบาลไม่มีอำนาจ ใครก็รู้ว่าท่านอยู่ต่างประเทศ การขอตัวผู้ที่ต้องการตามหมายศาล ต้องเป็นประเทศที่ได้ทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีกฎหมายระหว่างประเทศที่มีความเป็นสากล และไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง ผมขอถามว่าคดีซื้อที่ดินรัชดา ภรรยาซื้อ แต่มาเอาผิดกับสามีนั้น กฎหมายทั่วโลกนั้นไม่มี จะมีก็แค่ประเทศไทย ดังนั้นผมจะไม่ทำหนังสือขอส่งมอบผู้ต้องการตัว เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ อีกทั้งอำนาจการขอตัวไม่ใช่อำนาจของรัฐบาล อย่างไรก็ตามเมื่อบ้านเมืองมีกติกาที่ดีกว่านี้ไม่ชื่นชมอยู่เฉพาะแค่ศาลเดียว ผมจะไปเชิญท่านทักษิณกลับมา" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่ต่างประเทศ หรือเจอที่ไหน ได้คุยอะไรกันบ้าง ไม่มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจให้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อจะได้มาพูดกันกลางสภา ส่วนคดีปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ที่พบบุคคลอื่นเกี่ยวข้องมีการรับเงินสด 20 ล้านบาทนั้น รัฐบาลจะไม่สอบสวนหรือขยายผลเพราะไม่ใช่หน้าที่
ทั้งนี้ นายสาธิตได้ถามย้ำว่า การบังคับการใช้กฎหมายของรัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นแบบการเลือกตัวบุคคล สำหรับในคดีของการปล่อยเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย มีบุคคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องที่รับเงินไป 26 ล้านบาทจะดำเนินการสืบค้น ขยายผลเพื่อนำตัวมาลงโทษหรือไม่ ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คดีปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย เป็นเรื่องของคณะปฏิวัติ ที่ให้ คตส.สอบ เมื่อสอบไม่เสร็จก็ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. และเรื่องขณะนี้อยู่ในชั้นอัยการ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจหรือรัฐบาล
ส่วนที่ระบุว่าศาลได้ตัดสินคดีดังกล่าวแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นเพียงคำฟ้องของอัยการเท่านั้น นอกจากนั้นแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้รับหมายเรียก เพราะไม่ได้อยู่เมืองไทยเกือบ 6 ปี ดังนั้นไม่ถือว่าเป็นเจตนาขัดคำสั่งศาล เพราะตามกระบวนการออกหนังสือของศาลนั้นต้องออกส่งหนังสือตามภูมิลำเนา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เป็นเรื่องที่อัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการ
"ผมยอมรับมีพฤติกรรมเดิม ตอนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ก็พฤติกรรมนี้ เป็นคนปราศรัยให้พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนหาที่ทำการให้พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก่อนออกยังให้เงินไปอีก 3 แสน ถึงได้มีตำแหน่งมาแล้วถึง 7 ครั้ง ท่านอย่าเลียนแบบผม ชั่วดีถี่ห่างเป็นเรื่องของผมอย่ามาเหน็บแนม การเมืองไม่มีใครกลัวใคร แรงมาก็แรงไป ผมก็กลัวว่าจะไม่ได้เอ็กเซอร์ไซค์ ในญัตติไม่ไว้วางใจ กรุณาเถอะครับผมจะได้มีโอกาสตอบท่านบ้าง ท่านบอกคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ทำผิด ดีเอสไอก็ดำเนินการ ก็จับเมื่อทำผิด ผมทำไม่ได้เพราะไม่มีหน้าที่ ถ้าไม่ผิดก็รอด ถ้าผิดดีเอสไอก็จับ เอาแน่อยู่ที่ดีเอสไอ" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว







