posttoday
ชี้‘รัฐบาล-ปชป.’ทำข้าวเจ๊งพอกัน

ชี้‘รัฐบาล-ปชป.’ทำข้าวเจ๊งพอกัน

18 ตุลาคม 2555

ไม่ต่ำกว่า1แสนล.ทีดีอาร์ไอจี้เร่งขายอย่าฝืนตลาดโล

ไม่ต่ำกว่า1แสนล.ทีดีอาร์ไอจี้เร่งขายอย่าฝืนตลาดโล

ทีดีอาร์ไอจี้รัฐเร่งระบายข้าว ชี้ขาดทุนแสนล้านดีกว่าค้างอื้อ เผยไม่ต่างจากรัฐบาล ปชป.ที่เจ๊ง 1.25 แสนล้าน

นายวิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและการเกษตร มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวระหว่างการประชุมพิจารณาศึกษาผลกระทบจากนโยบายรับจำนำข้าว ในคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำขณะนี้ คือ เร่งระบายข้าวที่ค้างในสต๊อกอย่างเร็วที่สุด ผ่านการประมูลอย่างโปร่งใสเพื่อให้ได้ราคาข้าวตามตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลขาดทุนราว 1 แสนล้านบาท เนื่องจากต้นทุนรับซื้อข้าวของรัฐบาลอยู่ที่ 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่ขายออกไปในราคาตลาด 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน เม็ดเงินแสนล้านบาทที่เสียไปไม่ได้ แตกต่างจากโครงการรับประกันราคาข้าวของรัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์มากนัก เพราะการรับประกันราคาข้าวในปี 2552/2553 ก็ขาดทุน 5 หมื่นล้านบาท ต่อมาปี 2553/2554 ขาดทุน 7.7 หมื่นล้านบาท แต่โครงการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีขนาดโครงการใหญ่กว่า เพราะรับจำนำขีดเส้นไว้ให้ตันละ 1.5 หมื่นบาท ถือว่าเยอะที่สุดเป็นครั้งประวัติศาสตร์ การขาดทุน 1 แสนล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

“ระยะสั้นอยากให้รัฐบาลเร่งระบายข้าวในสต๊อกและลดราคาจำนำลงมาในระดับที่ทั้งชาวนารับได้ และรัฐบาลไม่ขาดทุนมากจนเกินไป อาจอยู่ที่ 1.3 หมื่นบาทต่อตัน จะทำให้ขายข้าวในตลาดโลกไม่ขาดทุนจนเกินไป” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า หากจะแก้ปัญหานี้ในระยะยาว ขอเสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการรับจำนำแล้วหันไปใช้การประกันราคาตามปกติ โดยยึดราคาข้าวเฉลี่ย 3 ปีเป็นมาตรฐาน และหากปีใดชาวนาได้ราคาข้าวที่ต่ำกว่าราคามาตรฐานดังกล่าว รัฐบาลจึงเข้ามาชดเชยในราคาข้าวส่วนต่างที่ชาวนาไม่ได้รับตามเกณฑ์ ทั้งนี้จะส่งผลดีให้รัฐบาลคาดการณ์แนวโน้มจากตลาดโลกโดยรวม แล้วมาปรับปรุงนโยบายภายในประเทศ เพราะโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในขณะนี้กำลังเข้าไปกำหนดกลไกตลาดโลก ดังนั้นควรเปลี่ยนให้ตลาดโลกเป็นตัวส่งสัญญาณเข้ามาแล้วรัฐบาลก็ปรับนโยบาย ส่วนชาวนาก็จะปรับพฤติกรรมการปลูกพืชให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไก โดยไม่ควรเป็นผู้เข้าไปฝืนตลาดเอง

นายนิกร จำนง ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เร่งรัดจัดหาเครื่องอ่านพิกัดภูมิศาสตร์ (จีพีเอส) เพื่อตรวจสอบข้อมูลการครอบครองที่ดินว่าเป็นไปตามที่เกษตรกรชาวนาแจ้งขึ้นทะเบียนในโครงการรับจำนำข้าวและสินค้าการเกษตรของรัฐบาลหรือไม่ โดยปีงบ 2555 ได้จัดหาให้อำเภอละ 1 เครื่อง รวม 882 เครื่อง และปี 2556 ได้รับงบ 48 ล้านบาท เพื่อจัดหาให้ครอบคลุมระดับตำบล เบื้องต้นจะดำเนินการซื้อทันทีในพื้นที่จำเป็นเร่งด่วน 2,400 ตำบล ตำบลละ 1 เครื่อง ที่เหลือจะจัดซื้อให้ครบพื้นที่ที่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ ใช้งบประมาณ 120 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท