
ทำไมประเทศไทย และประเทศไทยทำไม?
ผมเข้าใจว่าในแต่ละวันเราจะมีคำถามสำหรับประเทศไทยของเรามากมายให้ต้องคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา
โดย...โกวิทย์ พวงงาม
ผมเข้าใจว่าในแต่ละวันเราจะมีคำถามสำหรับประเทศไทยของเรามากมายให้ต้องคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้งทางความคิด ความรุนแรง ความไม่เสมอภาค หรือความไม่เท่าเทียม ความยากจน และความเหลื่อมล้ำในการดำรงชีวิต รวมไปถึงคนไทยที่มีพฤติกรรมขี้โกง มีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งผมเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในบางประเด็น หรือบางเรื่องก็วนเวียนและปรากฏอยู่อย่างซ้ำซาก ขาดการวางนโยบาย ยุทธศาสตร์ และระบบในการหาแนวทางแก้ไขหรือดำเนินการพัฒนาให้ต่อเนื่องยั่งยืน
ผมเพียงแต่อยากนำเสนอให้ชวนคิดสำหรับคำถามประเทศไทย เพื่อเป็นการเตือนสติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีการหาแนวทางแก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน หรือวางนโยบาย วางยุทธศาสตร์ และวางระบบเพื่อการพัฒนาประเทศให้ถูกทิศถูกทาง โดยเฉพาะรัฐบาลผู้มีหน้าที่ในเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาประเทศ และต้องมียุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยในปัญหาต่างๆ ให้หมดไป ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
คำถามแรก ทำไมคนไทยเราในปัจจุบันเมื่อเกิดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันก็มักจะต้องผลักไสคนนั้นให้ไปยืนอยู่อีกข้างหนึ่งหรือพวกหนึ่ง ขณะที่เราเข้าใจตรงกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองด้วยรากฐานของความมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย ที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรต่างๆ ทั้งระดับหน่วยงานและคนในวงการรัฐบาล
โดยเฉพาะการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลและตรวจสอบนักการเมือง ผมจึงเห็นว่าหลายๆ ครั้งเมื่อมีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็มักถูกมองจากอีกฝ่ายว่ามีวาระซ่อนเร้น หรือชอบหาเรื่องเปิดประเด็น และเชื่อมโยงให้กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง จนกลายเป็นว่าเวลาเกิดความคิดที่ไม่ตรงกันจะกลายเป็นความขัดแย้ง กลายเป็นเรื่องการเมือง และจะต้องผลักไสคนกลุ่มนั้นไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง หรือกลายเป็นฝั่งศัตรูของรัฐบาล และอาจจะถูกมองว่าเป็นพวกที่ไม่รักชาติ
คำถามที่สอง ทำไมประเทศของเราเมื่อเราต่างก็บอกว่าเราต้องการความเท่าเทียมกัน แต่การกระทำของบุคคล หน่วยงาน และองค์กรท้องถิ่น รวมถึงส่วนราชการและรัฐบาล จึงมักมีพฤติกรรมการมีอภิสิทธิ์ชนมากมาย เช่น การจอดรถในที่ห้ามจอดอย่างไร้ระเบียบ ไร้วินัย การใช้อภิสิทธิ์เพื่อพรรคพวกของตนเองในการทำงาน การดิ้นรนฝากลูกหลานเข้าโรงเรียนดี การใช้เส้นสายหาเสียงพิเศษในโรงพยาบาล จนกลายเป็นสังคมใช้อภิสิทธิ์ชนเพื่อเบียดเสียดเหยียบหัวกัน อันนำไปสู่สังคมที่ไม่เท่าเทียม
คำถามที่สาม ทำไมทุกรัฐบาลต่างก็อ้างว่าจะปราบการทุจริตคอร์รัปชัน และมักมีวาทกรรมบอกประชาชนว่า มีนโยบายด้านการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นประเด็นสำคัญของประเทศ โดยการสร้างภาพจัดวาระการต้านการคอร์รัปชัน ขณะที่ค่านิยมคนไทยยอมรับได้กับการคอร์รัปชัน ประเด็นก็คือ เราไม่เคยเปลี่ยนวิธีคิดโดยส่งเสริมให้คนในชาติร่วมกันต้านคอร์รัปชัน ต้านคนทุจริตคดโกง แต่ในทางตรงกันข้ามกลับพบว่าปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยมีการคอร์รัปชันมากขึ้น ตัวเลขและอันดับคอร์รัปชันก็ยังคงที่ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของชาติ
คำถามที่สี่ ทำไมประเทศเรายิ่งพัฒนายิ่งก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน ทั้งๆ ที่ทุกรัฐบาลมักประกาศว่าจะเข้ามาพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาสังคม ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งพัฒนาประเทศเราก็ยิ่งมีความเหลื่อมล้ำ เช่น มีช่องว่างความแตกต่างของรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันเป็นร้อยเป็นพันเท่า รายได้คนกรุงเทพฯ กับคนอีสานห่างกันถึง 13 เท่า ทั้งๆ ที่เมื่อ 20 ปีก่อน มีช่องห่างกันเพียง 5 เท่า
ยิ่งกว่านั้น สัดส่วนรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนมีสัดส่วนแบ่งรายได้ที่ไม่เป็นธรรมที่สุด ทำไมคนรวยที่สุดในร้อยละ 20 มีสัดส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดของประเทศมากกว่าร้อยละ 50 ขณะที่คนจนที่สุดในร้อยละ 20 มีสัดส่วนแบ่งรายได้เพียงร้อยละ 4 ของจีดีพีเท่านั้น
ทำไมจึงปล่อยให้ขนาดการถือครองที่ดินของคนไทยจึงมีความแตกต่างหรือเหลื่อมล้ำกันมาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 90 มีที่ดินถือครองเพียงคนละ 1 ไร่เท่านั้น ขณะที่กลุ่มที่ครองที่ดินเกินกว่ารายละ 100 กว่าไร่ มีร้อยละ 10 ซึ่งถือว่าได้ครอบครองที่ดินของประเทศเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ คนไทยประมาณ 1,000,000-1,050,000 ครอบครัว ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง
คำถามที่ห้า ทำไมประเทศไทยมีพื้นที่การเกษตร 130 ล้านไร่ แต่มีพื้นที่ในเขตชลประทานเพียง 30 ล้านไร่ หรือร้อยละ 25 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ปลูกข้าว 30 ล้านไร่ แต่มีระบบชลประทานรองรับเพียง 2 ล้านไร่ หรือแค่ร้อยละ 6.6 ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด ในขณะที่ประเทศเวียดนามเขาบอกว่ามีพื้นที่ปลูกข้าว จะมีระบบชลประทานรองรับถึงร้อยละ 80 ขึ้นไป
เราประกาศว่า “ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก” แต่ความสำคัญของเกษตรกรไทยไม่ได้รับการเหลียวแลหรือทุ่มเทจากรัฐในการ บริหารจัดการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เกษตรกรไทยกลับยากจนและต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง ต้องพึ่งฟ้าพึ่งฝน ขาดความแน่นอนในหลักประกันชีวิต รัฐบาลไทยให้ความใส่ใจต่อเกษตรกรน้อยกว่าภาคส่วนอื่นๆ มาก
ยังมีคำถามอื่นๆ เกี่ยวกับประเทศไทยของเรามาก ไม่ว่าจะเป็นคำถามเรื่อง ทำไมเราจึงมีความขัดแย้งทางการเมืองแบ่งสีแบ่งขั้วกันเป็นฝักเป็นฝ่าย ทำไมรัฐบาลถึงแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผู้นำบางคนบอกว่าแค่โจรกระจอก และทำไมเราจึงบริหารจัดการน้ำยังไม่ได้ผลและไม่เป็นระบบ รวมทั้งทำไมคนไทยยังไร้ระเบียบวินัยและขาดความรับผิดชอบ เป็นคำถามที่จะบอกทุกคนร่วมชาติว่า “เราจะกอบกู้ประเทศเพื่อก้าวไปสู่อนาคตของชาติ ที่สามารถขจัดปัญหาทั้งหลายทั้งปวงให้ทุเลาลงไปได้อย่างไรกัน”







