
ผบ.ตร.สั่งล้างบางเด็กแว้นใน1เดือน
ผบ.ตร.ขีดเส้น 1 เดือนให้ทุกท้องที่กวาดล้างเด็กแว้นครั้งใหญ่ ชี้แข่งรถกวนเมืองทำประชาชนเดือดร้อน ท้าทายอำนาจรัฐ
ผบ.ตร.ขีดเส้น 1 เดือนให้ทุกท้องที่กวาดล้างเด็กแว้นครั้งใหญ่ ชี้แข่งรถกวนเมืองทำประชาชนเดือดร้อน ท้าทายอำนาจรัฐ
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนเส้นทางสาธารณะ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) โดยใช้เวลากว่า 2 ชม.
พล.ต.อ.อดุลย์ สั่งการในที่ประชุมกำหนดมาตรการแก้ปัญหานี้โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกมาตรการป้องกัน ให้มีทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยให้มีการทำป้ายข้อความเตือน ที่มีลักษณะเป็นข้อความที่เป็นภาษาชาวบ้าน เพื่อเตือนสตินักแข่ง และนำติดตั้งในพื้นที่ที่มีการแข่งขันรถกันมากๆ จัดสายตรวจออกไปตรวจสอบการรวมตัวของกลุ่มรถจักรยานยนต์ มีการใช้มาตรการจับก่อนแข่ง โดยใช้ข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจร อาทิ ไม่สวมหมวกกันน็อก ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ดัดแปลงสภาพรถ ฯลฯ
ขณะเดียวกันให้มีการประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในการออกตรวจร้านซ่อมรถเพื่อป้องกันไม่ให้มีการดัดแปลงรถก่อนนำไปแข่ง นอกจากนี้เพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการแข่งรถมาได้ที่หมายเลข 1599 จากเดิมที่มีเพียงหมายเลข 191 เพียงช่องทางเดียว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในพื้นที่บช.น.ประชาชนร้องเรียนผ่านหมายเลข 191 เฉลี่ยเดือนละ 300 ครั้ง โดยเฉพาะในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา มีการร้องเรียนเข้ามาถึง 498 ครั้ง
ส่วนมาตรการปราบปราม ให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน โดยในระดับบช.ให้รองผบช.เป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่ระดับจังหวัดให้รองผบก.ทำหน้าที่นี้ นอกจากนี้ ให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่มีการกลั่นแกล้ง และต้องมีหัวหน้าชุดปิดล้อมจับกุมซึ่งต้องเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่ถ้าเป็นจุดใหญ่ให้มีผบ.เหตุการณ์ มีผู้รับผิดชอบการเคลื่อนย้ายของกลาง มีหัวหน้าชุดสอบสวนอย่างชัดเจน ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งไม่ให้ใช้วิทยุสื่อสารในการติดต่อ ให้ใช้วิธีการอื่น เพราะเกรงข่าวรั่ว ที่สำคัญตำรวจทุกนายยกเว้นนายตำรวจสัญญาบัตรที่เป็นหัวหน้าชุดห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาด เพราะนักแข่งรถส่วนใหญ่เป็นเยาวชน
ส่วนมาตรการสุดท้าย คือการประเมินผลติดตาม หลังจากศาลตัดสินให้มีการจัดชุดไปตรวจเยี่ยมผู้กระทำผิด และต้องมีการทำบันทึกตรวจเยี่ยมทุกครั้ง นอกจากนี้ให้ทำบันทึกข้อตกลงกับผู้ปกครอง รวมทั้งทำประวัติของเยาวชนที่กระทำผิด เพื่อไม่ให้มีการประทำผิดซ้ำอีก
การแข่งรถกวนเมืองสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนเป็นเรื่องที่ตำรวจยอมไม่ได้ ถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ จึงได้กำหนดขีดเส้นตายภายใน 1 เดือน ให้ทุกพื้นที่ดำเนินมาตรการกวาดล้างเด็กแว้นครั้งใหญ่ โดยเริ่มปฏิบัติการในวันที่ 17 ต.ค.นี้
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. กล่าวว่า ผบ.ตร.มีนโยบายที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยจะเป็นประธานในการประชุมสั่งการด้วยตนเอง ล่าสุดได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ เพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ขับขี่ ผู้ปกครอง ร้านแต่งรถซิ่ง รวมถึงผู้สนับสนุน และคนดูต้นทางด้วย
สำหรับกฎหมายที่จะใช้ดำเนินการ อาทิ พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.13 และม.164 ทวิ กรณีที่มีการแข่งรถบนทางสาธารณะ ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 กรณีให้ศาลสั่งริบรถของกลางพร้อมอุปกรณ์ส่วนควบ ม.83 และ ม.86 เรื่องตัวการร่วม ผู้สนับสนุน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ม.76-78 กรณีดำเนินการกับผู้ปกครองที่รู้เห็นเป็นใจ หรือปล่อยปละละเลยให้เยาวชนออกมากระทำผิด
ทั้งนี้ สำหรับถนนที่มีการแข่งรถในพื้นที่ บช.น. ได้แก่ ถ.เพชรบุรีขาเข้า ช่วงตั้งแต่แยกประตูน้ำ-อุรุพงษ์ ขาออก ช่วงแยกชิดลมเพชร-อโศกเพชร ถ.ราชวิถีตั้งแยกดินแดง-แยกตึกชัย ทั้งขาเข้าและขาออก ถ.พระราม 4 ช่วงแยกกล้วยน้ำไทคลองเตย ทั้งขาเข้าขาออก ถ.วิภาวดีรังสิต หน้าสนามบินดอนเมือง-ใต้ด่วนดินแดน ตลอดเส้นทาง ถ.ประดิษฐ์มนูธรรมตลอดทั้งเส้น ส่วนพื้นที่บช.ภ.1 ถ.เทพารักษ์ ถ.บางนา-ตราด ถ.พหลโยธินช่วงหน้าเซียร์รังสิต ถ.เอเชียช่วงตลาดกลางรังสิต บช.ภ.2 ชลบุรี ถ.เลียบชายทะเล ละถ.เลี่ยงเมือง จ.ฉะเชิงเทรา ถ.ศรีโสธร ถ.บางนา-ตราด กม.39-40 ทั้งนี้ สำหรับช่วงเวลาในการแข่งขันส่วนใหญ่จะเริ่มแข่งกันหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป โดยจะเน้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์







