
ปิยะวัฒก์ฟ้องธาริต-ชาญเชาวน์สั่งย้ายไม่ชอบ
ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญายื่นฟ้องธาริต-ชาญเชาวน์ร่วมเป็นจำเลยออกคำสั่งโยกย้ายไม่ชอบ
ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญายื่นฟ้องธาริต-ชาญเชาวน์ร่วมเป็นจำเลยออกคำสั่งโยกย้ายไม่ชอบ
ที่ศาลอาญา พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีต ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอและนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมกันเป็นจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
คำฟ้องบรรยายว่าเมื่อระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 8 ตุลาคม 2555 จำเลยที่ 1 เสนอย้ายโจทก์ ขณะที่โจทก์เป็น ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินฯ ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิม คือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งการย้ายโจทก์ในระดับต่ำกว่าเดิมนั้น จำเลยที่1 ต้องเสนอความเห็นพร้อมเหตุผล ไปยังคณะกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือ กพศ. เพื่อพิจารณา อีกทั้งต้องได้รับความยินยอมจากตัวโจทก์ก่อน
แต่จำเลยที่1 กลับเสนอต่อปลัดกระทรวงยุติธรรม ผ่านจำเลยที่ 2 ซึ่งก็รู้อยู่ว่า จำเลยที่ 1 ต้องทำตามขั้นตอนก่อน แต่จำเลยที่ 2 ก็ยังจงใจออกคำสั่งกระทรวงยุติธรรม ย้ายโจทก์ตามที่จำเลยที่ 1 เสนอ โดยอ้างว่าโจทก์ทำผิดวินัย ถูกตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีอาญา ถูกแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท หรือถูกร้องเรียนในหน้าที่ควบคุมคดี หรือถูกส่งให้คณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล ซึ่งเหตุผลดังกล่าวไม่ใช่เหตุที่จะย้ายโจทก์ได้
นอกจากนี้ โจทก์รับผิดชอบคดีแชร์ล็อตเตอรี่ มีมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท และคดีแชร์ลูกโซ่อื่นๆ ซึ่งเป็นคดีที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของชาติ ซึ่งเป็นคดีที่เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีความเป็นอิสระในการดำเนินคดี ดังนั้น การจะย้ายโจทก์ก็ต้องถูกคุ้มครองไม่ให้กลั่นแกล้ง โดยอิทธิพลทางใดทางหนึ่ง ดังเช่นกรณีย้ายโจทก์ ต่อมาวันที่ 27 เมษายน 2555 โจทก์ได้ร้องต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(ก.พ.) ได้มีคำวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวว่า คำสั่งกระทรวงยุติธรรมมที่ 188/2555 วันที่ 20 เมษายน 2555 ที่ย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ฯ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้โจทก์กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม
ต่อมาวันที่ 8 ตุลาคม 2555 ปลัดกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่ง เรื่องยกเลิกคำสั่งย้ายเฉพาะรายทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2555 แตะหลังจากถูกกลั่นแกล้งย้ายดังกล่าว โจทก์ได้ลาออกจากราชการ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ดังนั้นจึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ศาลอาญารับคำฟ้องไว้ไต่สวนเป็นคดีดำที่อ.3873/2555
นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ เผยว่า คดีนี้หากศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งประทับรับฟ้องให้นายธาริตตกเป็นจำเลยต่อศาลแล้ว ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ปี 2547 อาจจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งอธิบดีของนายธาริตได้ อย่างไรก็ดี ในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคมนี้ ที่ศาลอาญาจะเรียกโจทก์มาเพื่อถามความประสงค์ว่าจะไกล่เกลี่ยหรือไม่ แต่ในวันดังกล่าวก็เตรียมที่จะไปที่ศาลแพ่ง เพื่อยื่นฟ้องค่าเสียหายมูลค่า 10 ล้านบาทอีกด้วย.







