
ฝ่ายค้านรุมถล่มนิคมจี้แก้ไขถก179นาซ่า
ฝ่ายค้านรุมถล่ม "นิคม" รวบรัดปิดถก 179 นาซ่า ผิดข้อบังคับ เร่งแก้ไขหวั่นมีปัญหาในอนาคต แต่ "นิคม" ยันใช้อำจถูกต้อง
ฝ่ายค้านรุมถล่ม "นิคม" รวบรัดปิดถก 179 นาซ่า ผิดข้อบังคับ เร่งแก้ไขหวั่นมีปัญหาในอนาคต แต่ "นิคม" ยันใช้อำจถูกต้อง
ที่ประชุมร่วมรัฐสภาก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระเกิดเหตุวุ่นวายเมื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นหารือถึงการประชุมกรณีรัฐบาลขอความเห็นชอบการขออนุญาตให้องค์การบริหารการบิน และอวกาศ แห่งชาติสหรัฐอเมริกา เข้ามาดำเนินการศึกษาการก่อตัวของเฆมที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทย ตามมาตรา 179 เมื่อวันที่ 2 ต.ค. มีการรวบรัดปิดประชุมซึ่งระเบียบวาระยังค้างอยู่ แต่ระเบียบวาระวันนี้กลับไม่มีเรื่องดังกล่าวอยู่ในการพิจารณา และหากมีการพิจารณาเรื่องอื่นจะทำให้เรื่องดังกล่าวตกไป ดังนั้นจึงขอเสนอขอใช้เสียงที่ประชุมงดใช้บังคับนำเรื่องดังกล่าวบรรจุเป็นวาระเร่งด่วน จากนั้นจะพิจารณาอย่างไรต่อไป ก็อยู่ที่ประชุม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การปิดประชุมของนายนิคม ไวยรัชพานิช ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมช่วงนั้น ไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม เพราะในการปิดการประชุม มาตรา 47 ระบุว่าการอภิปรายยุติเมื่อไม่มีผู้อภิปราย หรือที่ประชุมมีมติให้ปิดประชุม แต่ในวันดังกล่าวยังมีผู้ที่ประสงค์จะอภิปราย หากจะอ้างมาตรา 48 ประธานฯ ก็ไม่ได้ขอมติที่ประชุมเพื่อปิดประชุม ดังนั้น หากไม่ดำเนินการทำให้ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลกระทบในอนาคตและการดำเนินการดังกล่าวถือว่า ไม่สมบูรณ์ ทำให้อาจเกิดปัญหาในอนาคตกับรัฐบาล โดยเฉพาะที่มีสมาชิกติดใจว่า เรื่องดังกล่าวจะเข้ามาตรา 190 หรือไม่เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง
นายนิคม ยืนยันว่า การปิดประชุมในวันดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจประธานตามข้อบังคับมาตรา 48 ที่เห็นว่า เมื่อที่ประชุมหารือกับพอสมควรเป็นอำนาจของประสภาในการตัดสินว่า จะปิดประชุมได้โดยไม่ต้องขอมติกับที่ประชุม
หลังจากนั้น สส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนยังได้เสนอความคิดเห็น ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ยุติเพราะยังมีสมาชิกอีกหลายคนต้องการอภิปราย และในวันดังกล่าวนายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ ได้เสนอให้มีการนับองค์ประชุม แต่ประธานได้รวบรัดปิดประชุม โดยไม่มีการขอมติในที่ประชุม ขณะที่สส.พรรคเพื่อไทย เห็นว่าประธานทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว และเห็นว่าถกเถียงกันเสียเวลานานแล้วควรจะเร่ิมต้นระเบียบวาระการประชุมต่อไป
ภายหลังการอภิปรายกว่ากว่า 2 ชั่วโมง นายนิคม ได้ใช้ข้อบังคับมาตรา 19 ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระที่รัฐสภาจัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมรัฐสภาจะลงมติเป็นอย่างอื่น โดยกล่าวว่า หากสมาชิกคนใดมีความเห็นก็ให้เสนอมา แต่ที่ประชุมกลับไม่ได้มีผู้ใดเสนออะไร ทำให้การประชุมได้เดินหน้าต่อตามระเบียบวาระการประชุม เรื่อง กรอบเจรจาภายใต้ร่างความตกลงระหว่างไทยกับสำนักเลขาธิการ อนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ 16 และการประชุมคณะกรรมาธิการการบริหาร ครั้งที่ 63และ 64







