
3Gดันยอดดาตา ปีหน้ากระฉูด210,000ล้าน
หลังจากการประกาศผลการประมูล 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ ไม่มีอุปสรรคในด้านข้อกฎหมายใดๆ
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
หลังจากการประกาศผลการประมูล 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ ไม่มีอุปสรรคในด้านข้อกฎหมายใดๆ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจากการประมูลดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีปัญหาแถบคลื่นสัญญาณไม่เพียงพอในการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิม น่าจะเร่งขยายเครือข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz และเริ่มทยอยเปิดให้บริการตามเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ ก่อนในช่วงปลายไตรมาสแรกของปี 2556
นั่นจะช่วยขจัดข้อจำกัดด้านคุณภาพการให้บริการข้อมูลในบริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิมในปัจจุบัน และน่าจะส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเอกชนรายหลักสามารถประมูลได้แถบคลื่นความถี่ที่เท่าเทียมกัน คือ 15 MHz ประกอบกับความเท่าเทียมกันในระยะเวลาของใบอนุญาต 15 ปี และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี 2% ของรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่าย ต่างจากระบบสัมปทานเดิมที่ผู้ประกอบการได้รับระยะเวลาสัมปทานแถบคลื่นความถี่ และค่าสัมปทานรายปีที่แตกต่างกัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการเปิดบริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz จะก่อให้เกิดอานิสงส์ต่อธุรกิจบริการโทรคมนาคม รวมถึงธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ดังนี้
หลังการประมูลใบอนุญาต 3G คาดว่าผู้ประกอบการจะใช้ระยะเวลาเตรียมการโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ราว 4 เดือน ก่อนที่จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการตามเขตพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ ในช่วงปลายไตรมาสแรกของปี 2556
เมื่อมีการเปิดตัวบริการแล้ว คาดว่าผู้ประกอบการจะเริ่มออกโปรโมชันใหม่ ทั้งเร่งโอนย้ายลูกค้าจากระบบ 2G เดิม ซึ่งมีต้นทุนในการจ่ายส่วนแบ่งรายได้สัมปทานราว 25-30% ขึ้นอยู่กับสัญญาสัมปทาน ไปสู่ระบบ 3G ใหม่ ซึ่งเสียค่าธรรมเนียมจากรายได้เพียง 2%
ในช่วงแรกของการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ขณะที่การวางโครงข่ายยังไม่ครอบคลุมนั้น คาดว่าผู้ประกอบการจะให้บริการในลักษณะโรมมิง (บริการข้ามเครือข่าย) กับโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่เดิม ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายได้มีการวางโครงข่ายครอบคลุมเกือบทั่วประเทศแล้ว
จากสภาพการณ์ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น คาดว่าธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งผู้ให้บริการโทรคมนาคมและเจ้าของคอนเทนต์ต่างๆ ที่จะมุ่งพัฒนาคอนเทนต์เพื่อสร้างบริการใหม่ๆ บนเครือข่าย 3G
ภายใต้สมมติฐานกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาต 3G สามารถเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 คาดว่าภาพรวมของตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อน ที่ในปี 2556 จะเติบโตประมาณ 11.5-14.2% โดยมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 210,000-214,900 ล้านบาท จาก 188,300 ล้านบาท ในปี 2555 ในจำนวนนี้คิดเป็นแรงกระตุ้นจากการใช้บริการด้านข้อมูลคิดเป็นมูลค่า 6.6-7 หมื่นล้านบาท ขยายตัวราว 35.6-44%
ขณะที่บริการด้านเสียงอาจจะเติบโตในกรอบจำกัดที่ประมาณ 3.1-3.8% เทียบกับที่ขยายตัว 3.7% ในปี 2555
เกิดการพัฒนาช่องทางบริการธุรกิจใหม่ๆ บนเครือข่ายสื่อสารไร้สายความเร็วสูง 3G
การเปิดบริการ 3G จะเป็นแรงผลักดันอันสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการบริการด้านข้อมูลในหลากหลายรูปแบบ และส่งผลให้เกิดการพัฒนาบริการเสริมด้านข้อมูล ที่เน้นการบริโภคเนื้อหาในลักษณะออนไลน์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการบันเทิงออนไลน์แบบต่างๆ หรือการประชุมออนไลน์ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเห็นหน้าผู้ประชุม บริการข้อมูลข่าวสารมัลติมีเดียแบบออนไลน์ เป็นต้น
โดยเฉพาะบริการความบันเทิงแบบพกพาที่ผู้บริโภคสามารถชมทีวี ฟังเพลง หรือเล่นเกม ในขณะที่เชื่อมต่อการใช้บริการได้ทันที สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้ให้บริการคอนเทนต์ที่จะเข้ามาพัฒนาบริการด้านความบันเทิงบนช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพในการเติบโตและมีโอกาสจะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดบางส่วนจากช่องทางให้บริการความบันเทิงแบบดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์หรือเคเบิลทีวีได้ในอนาคต
นอกจากนี้แล้ว บริการด้านอื่นอย่างบริการจับจ่ายซื้อขายสินค้าผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ก็น่าจะได้รับความสนใจและถูกใช้เป็นช่องทางทางการตลาดและการขายสินค้ามากยิ่งขึ้น
เงื่อนไขหนึ่งของผู้ได้รับใบอนุญาต 3G คือ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องกันความจุโครงข่ายไว้ 10% ให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง หรือ MVNO สามารถเช่าใช้ได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีเงินทุนมากพอที่จะวางโครงข่ายโทรคมนาคม แต่มีไอเดียในการประยุกต์ใช้ความจุโครงข่ายสำหรับเปิดธุรกิจบริการด้านต่างๆ เช่น ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา สามารถสร้างเครือข่ายบริการกวดวิชาให้แก่นักเรียนที่เปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับตน นักเรียนสามารถรับชมบทเรียนผ่าน Video Streaming หรือแม้แต่ปรึกษาอาจารย์ผู้สอนผ่าน Video Call และสามารถเข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ของโรงเรียนกวดวิชา เพื่อพูดคุยกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นได้ ผู้ปกครองก็สามารถเข้าตรวจสอบผลการเรียนกวดวิชาได้โดยตรง เป็นต้น โดยผู้ประกอบการ MVNO สามารถทำการตลาดและมีระบบบิลลิงเป็นของตนเองได้ ประกอบกับสามารถควบคุมคุณภาพการให้บริการได้ เนื่องจากได้มีการเช่าใช้ความจุโครงข่ายเพื่อเปิดให้บริการเป็นของตนเอง
เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมราว 1.25 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี
หลังการประมูลใบอนุญาต 3G คาดว่าผู้ประกอบการจะเร่งขยายโครงข่าย 3G โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิม เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในตลาดบริการสื่อสารข้อมูลไร้สายความเร็วสูง
เงื่อนไขการได้รับใบอนุญาต 3G ยังระบุไว้ว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการวางโครงข่ายให้ครอบคลุมประชากร 50% ของจำนวนประชากรในประเทศ ใน 2 ปี และ 80% ใน 4 ปี ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าว นับได้ว่าเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตต้องขยายโครงข่ายให้เป็นไปตามข้อกำหนด ในเบื้องต้นผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตได้เตรียมงบลงทุนสำหรับการวางโครงข่ายในช่วง 3 ปี รวมกันราว 1.25 แสนล้านบาท
ยอดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่โตก้าวกระโดด
เป็นไปได้ว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่น่าจะเข้าสู่ตลาดในปี 2556 จะมีตัวเลือกที่รองรับระบบ 3G ให้แก่ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น หาก 3G สามารถเปิดให้บริการได้ภายในครึ่งแรกของปี 2556 ยอดจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จำหน่ายในปี 2556 จะสูงขึ้นเป็นราว 17.8 ล้านเครื่อง หรือ 30% จากปี 2555
ยกระดับคุณภาพและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
การติดต่อสื่อสารของผู้บริโภคชาวไทย จะเข้าสู่ยุคมัลติมีเดียและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในเขตชนบท เนื่องจากเงื่อนไขการได้รับใบอนุญาตได้กำหนดว่า ผู้ให้บริการต้องให้บริการ 3G ในทุกจังหวัดและครอบคลุมประชากร 50% ภายใน 2 ปี และ 80% ภายใน 4 ปี
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังมีแผนที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียม 4% ของรายได้ในการให้บริการของผู้รับใบอนุญาตทั้งที่มีและไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง เข้าสู่กองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) โดยมีเป้าหมายที่จะขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 2-10 Mbps แบบมีสาย และ Wi-Fi ให้ครอบคลุมโรงเรียน สถานีอนามัย และพื้นที่ชุมชนไม่น้อยกว่า 80% ของประเทศ
สรุป
คาดว่าแนวโน้มเชิงธุรกิจที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นหลังการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz คือ ผู้ให้บริการคอนเทนต์มีแนวโน้มที่จะเข้ามาพัฒนาบริการใหม่ๆ บนช่องทางการสื่อสารไร้สาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการบริโภคเนื้อหาออนไลน์มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมราว 1.25 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี และยังน่าจะก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้บริโภคเพื่อใช้งานบริการ 3G มากยิ่งขึ้น
คาดว่า ในปี 2556 จะมีจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับ 3G ถูกจำหน่ายราว 8.1 ล้านเครื่อง ขยายตัวราว 80% เทียบกับปี 2555 ที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายราว 4.5 ล้านเครื่อง ขยายตัวราว 35%และผลักดันให้ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 เติบโต 30% จาก 14.2% ในปี 2555
จากแรงหนุนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น คาดว่า หากผู้ได้รับใบอนุญาต 3G สามารถให้บริการ 3G ได้ภายในครึ่งแรกของปี 2556 แล้ว บริการด้านข้อมูลจะยังคงเป็นตัวนำในการเติบโตของธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงราว 32.5% ของมูลค่าตลาดรวม เพิ่มขึ้นจาก 25.8% ในปี 2555 และมีอัตราเติบโตประมาณ 35.6-44.0% โดยจะมีมูลค่า 6.67 หมื่นล้านบาท และผลักดันให้ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมในปี 2556 มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 11.5-14.2% โดยมีมูลค่าตลาดรวม 210,000-214,900 ล้านบาท เทียบกับ 188,300 ล้านบาทในปี 2555







