
3จีชี้ชะตา กสทช.
หลังศาลปกครองกลางไม่รับคุ้มครองชั่วคราว การยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
หลังศาลปกครองกลางไม่รับคุ้มครองชั่วคราว การยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่จะจัดประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทำให้วันที่ 16 ต.ค.นี้ ทาง กสทช.สามารถเดินหน้าประมูล 3จี ได้ สิ่งที่เกิดคำถามกับองค์กรอิสระนี้ทันทีคือ วิธีประมูล 3จี ของ กสทช.จะป้องกันการฮั้วได้หรือ และที่สำคัญหลังการประมูลจะกำกับให้เอกชนคิดค่าบริการเป็นธรรมกับผู้ใช้ได้จริงตามที่ให้สัญญา
ที่ผ่านมา กสทช.ยืนยันมาต่อเนื่องว่า การกำหนดเงื่อนไขประมูลแบ่งคลื่น 45 เมกะเฮิรตซ์ ออกเป็น 9 สลอต หรือ 9 ใบ เป็นใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ โดยกำหนดให้ผู้ประมูลถือครองคลื่นได้รายละไม่เกิน 3 ใบ หรือ 15 เมกะเฮิรตซ์ จากเดิมเสนอให้ได้รายละ 20 เมกะเฮิรตซ์ เพราะหลายฝ่ายคาดกันแล้วว่าผู้ที่เข้าร่วมประมูลคงเป็น 3 ราย ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เดิม หากแบ่งรายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ ก็เท่ากับนำคลื่นทั้งหมด 45 เมกะเฮิรตซ์ มาแบ่งให้ 3 รายอย่างลงตัว ไม่มีการแข่งขันในการประมูล 3จี แน่
ทว่า ทาง กสทช.ก็ชี้แจงมาตลอดว่า น่าจะมีผู้สนใจเข้าประมูลมากกว่า 3 รายเดิม และถึงแม้ประมูลแค่ 3 รายเดิม กสทช.ก็เชื่อว่าวิธีการให้เคาะราคา 9 ใบ รายละ 15 เมกะ เฮิรตซ์ ไม่ต้องแย่งชิงกัน 20 เมกะเฮิรตซ์ จะทำให้รัฐได้เงินจากการแข่งขันประมูลตามกลไก
อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการประมูล 3จี ของ กสทช. จริง ข้อสังเกตเบื้องต้นมีผู้ผ่านเข้าประมูลแค่ค่ายมือถือ 3 รายเดิม ขณะนี้ก็เป็นไปตามที่หลายฝ่ายห่วงแล้ว เพราะบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติประมูลเป็นบริษัทลูกของ 3 บริษัทผู้ให้บริการมือถือ ซึ่งอาจจะมีการตกลงกันนอกรอบทำให้รัฐเสียประโยชน์ นอกจากนี้การที่กำหนดราคาเริ่มต้น 70% ของมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาไว้ใบละ 6,440 ล้านบาท หรือราคาประมูลเริ่มต้นที่ใบละ 4,500 ล้านบาท เป็นการตั้งราคาเริ่มต้นที่ต่ำไปหรือไม่ ซึ่งทาง กสทช.ชี้แจงว่า เป็นการมองประโยชน์ของทั้งรัฐกับประชาชนผู้บริโภคและผู้ให้บริการอย่างสมดุลให้ทุกฝ่ายเดินหน้าได้
เมื่อเป็นดังนั้นการประมูล 3จี วันที่ 16 ต.ค.นี้ จะเป็นการสะท้อนให้เห็นการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ กสทช.แห่งนี้ ว่า ได้เลือกแนวทางเพื่อประโยชน์ของรัฐกับผู้บริโภคไม่แพ้ประโยชน์ของเอกชน เพราะหลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกตไว้แล้วว่า ราคาที่ออกมา 3 ใบ 15 เมกะเฮิรตซ์ ผู้ชนะประมูลจ่ายประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ถือเป็นราคาที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับค่าสัมปทานเดิมที่เฉลี่ยจ่ายปีละ 1.71.8 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น การทำหน้าที่ประมูล 3จี ของ กสทช.วันนี้ ผลที่ออกมาจะเป็นคำตอบว่า องค์กรอิสระแห่งนี้ได้ทำหน้าที่จริง หากไม่ทำก็หวังว่าจะมีความรับผิดชอบกับผลที่ออกมาไปทางเอื้อเอกชนมากกว่าส่วนรวม ว่าองค์กรอิสระนี้จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรอิสระนี้ก็คงอยู่บริหารทรัพยากรคลื่นความถี่ต่อไปได้ยาก







