
สั่งล็อกห้อง3รองโฆษกหวั่นข้อมูลรั่ว
เคอร์ฟิวนักข่าวทำเนียบฯปิดประตูเข้าห้อง 3 รองโฆษกฯ หลัง“ศันสนีย์”ฉุนโดนแย่งซีนหน้าสื่อ แจ้นฟ้อง”สุรนันทน์” อ้างตัวเลขเศรษฐกิจหลุดถึงสื่อ
เคอร์ฟิวนักข่าวทำเนียบฯปิดประตูเข้าห้อง 3 รองโฆษกฯ หลัง“ศันสนีย์”ฉุนโดนแย่งซีนหน้าสื่อ แจ้นฟ้อง”สุรนันทน์” อ้างตัวเลขเศรษฐกิจหลุดถึงสื่อ
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ได้เกิดเหตุที่ตึกนารีสโมสรอันเป็นสถานที่ใช้แถลงข่าวรัฐบาลและเป็นสถานที่ห้องทำงานทีมโฆษกรัฐบาล สร้างความงุนงงให้สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาล โดยหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เสร็จสิ้นลง ซึ่งทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต้องแถลงข่าวหลังการประชุมครม.ตามปกติ พร้อมกับเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามประเด็นที่สงสัย และเผยแพร่เอกสารในส่วนที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ แต่ปรากฎว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยประจำทำเนียบรัฐบาลได้ทำการปิดล็อคประตูทางเชื่อมเข้าสู่ห้องทำงานทีมโฆษกฯพร้อมกับคลี่ม่านปิดบังสภาพภายใน โดยมีเจ้าหน้าที่นั่งเฝ้าระวังอยู่บริเวณด้านนอก ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนได้เข้าไปสอบถามประเด็นที่สงสัยเพิ่มเติมจากทีมโฆษกรัฐบาล
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกฯ ก็แจ้งว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่มีการแจ้งว่า ห้ามข้าราชการให้ข่าวกับสื่อมวลชน เพราะตามกฎหมายข้าราชการพลเรือนในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารต้องเป็นอำนาจของข้าราชการระดับ 10 หรือ ระดับอธิบดีขึ้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ระหว่างการประชุมครม.น.ส.ศันสนีย์ได้พูดคุยกับรองโฆษกฯทั้ง 3 คน โดยอ้างว่านายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ บอกว่า รู้แล้วว่าข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวหลุดไปยังสื่อมวลชน ออกมาออกมาจากคนใดคนหนึ่งใน 3 รองโฆษกประจำสำนักนายกฯแต่ไม่รู้ว่าเป็นคนไหน จึงขอความร่วมมือไม่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลให้กับสื่อมวลชน
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ศันสนีย์ ได้รายงานนายสุรนันทน์ว่า ทีมรองโฆษกประจำสำนักนายกฯไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ส่งผลให้น.ส.ศันสนีย์ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อในการเผยแพร่ อย่างการให้ข่าวผ่านทางเอสเอ็มเอส นายสุรนันทน์จึงสั่งการเป็นการภายในว่า ห้ามสื่อมวลชนเข้าห้องรองโฆษกฯทั้ง 3 คน นอกจากจะได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ที่ผ่านมานายสุรนันทน์ไม่สามารถสั่งการรองโฆษกทั้ง 3 คนได้ เนื่องจากนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา เป็นรองโฆษกฯที่มาจากโควตาพรรคชาติพัฒนา นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด มาจากโควตาเสื้อแดง และนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย ส่งมา
ด้านนายภักดีหาญส์ ยอมรับว่า ได้รับรายงานว่า ที่ผ่านมามีข้อมูลข่าวสารรัฐบาลรั่วไหลเยอะ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลข จึงมีคำสั่งให้มีการจัดระเบียบการให้ข้อมูลข่าวสาร อีกสักพักคงเข้าที่เข้าทาง
ทั้งนี้ตนเองและรองโฆษกอีกสองท่านก็จำเป็นต้องสนองนโยบาย ที่ผ่านมา ทีมรองโฆษกฯ ก็ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารตามปกติ ซึ่งเป็นหน้าที่อยู่แล้วในการทำงานร่วมกับสื่อมวลชน ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขที่เพิ่มเติมจากการแถลงของทีมโฆษกฯ ก็เป็นความสามารถของสื่อในการหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่ต่างๆ ในส่วนของทีมโฆษกก็แถลงตามที่ได้รับมอบหมาย







