
มหกรรมปลูกป่าต้นน้ำ งบเพียบเริ่มพ.ค.ปีหน้า
เทงบก้อนโต 1.09 หมื่นล้านบาท ลุยปลูกป่าต้นน้ำ 162 ล้านกล้า พ.ค.ปีหน้า เปิดทางท้องถิ่นเพาะร่วมกล้าได้ค่าจ้าง 2.79 บาท
เทงบก้อนโต 1.09 หมื่นล้านบาท ลุยปลูกป่าต้นน้ำ 162 ล้านกล้า พ.ค.ปีหน้า เปิดทางท้องถิ่นเพาะร่วมกล้าได้ค่าจ้าง 2.79 บาท
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการปลูกป่าในพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่อื่นๆ โดยระบุว่า กบอ.อนุมัติจัดสรรเงิน 940 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท สำหรับการปลูกป่า โดยเน้นปลูกในบริเวณลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีการใช้ที่ดินมาก เพื่อช่วยในการซับน้ำและพร้อมลดการพังทลายของหน้าดิน
ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการปลูกป่า แต่อยู่ในช่วงการเพาะต้นกล้าก่อนนำต้นกล้าไปปลูกในพื้นที่ต้นน้ำที่ได้ลงพื้นที่สำรวจแล้ว
“เงินกู้ 900 กว่าล้าน ที่ กบอ.อนุมัติให้ไปปลูกป่านั้น ยังไม่ได้ปลูกเลย เพราะอยู่ในขั้นตอนการเพาะกล้าไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง โดยกรมป่าไม้จะรับผิดชอบเพาะกล้าจำนวน 82 ล้านกล้า และกรมอุทยานแห่งชาติ 80 ล้านกล้า รวมเป็น 162 ล้านกล้า ส่วนการนำกล้าไปปลูกจะเริ่มตอนที่ฝนตก หรือเดือน พ.ค. 2556” แหล่งข่าวระบุ
นอกจากนี้ กบอ.ได้อนุมัติกรอบงบประมาณอีก 1 หมื่นล้านบาท สำหรับปลูกป่า 800 ล้านกล้า ปลูกหญ้าแฝก 150 ล้านกล้า และทำฝายชะลอน้ำ 2,810 ฝาย ตั้งปี 2555-2559 โดยจะไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างจากเอกชน แต่จะร่วมกับหมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และประชาอาสาในการปลูกป่าและทำฝาย
ทั้งนี้ หน่วยงานท้องถิ่นหรือประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่าได้ โดยหากต้องการปลูกป่าในพื้นที่ใดก็สามารถขอรับงบที่ กบอ.ได้ โดยจะได้รับสนับสนุนค่าเพาะกล้าไม้ 2.79 บาทต่อต้นกล้า ค่าบำรุงรักษา 5 ปี เช่น ใส่ปุ๋ย พรวนดิน กำจัดวัชพืช อีกไร่ละ 1,000 บาท แต่หากต้นไม้ตายก็ต้องปลูกทดแทน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปดูแลในการทำสัญญาผูกพันกันไว้







