
จตุพร ซัดนายกฯหุ่นเชิด ปล่อยทหารยึดสภา
จตุพร โวยทหารล้อมรั้วรัฐสภา ขู่นำม็อบเเดงปิดล้อม เย้ย "อภิสิทธิ์" เป็นหุ่นเชิดปล่อยทหารยึดสภา ย้ำนปช.เจรจากับนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น
จตุพร โวยทหารล้อมรั้วรัฐสภา ขู่นำม็อบเเดงปิดล้อม เย้ย "อภิสิทธิ์" เป็นหุ่นเชิดปล่อยทหารยึดสภา ย้ำนปช.เจรจากับนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น
นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช. กล่าวว่า ได้รับทราบมาจากพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ว่า ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปในสภาได้ เนื่องจากทหารที่รักษาความปลอดภัยได้นำลวดหนามมาขึงตามถนนรอบรัฐสภาทั้งหมด ซึ่งการรกระทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับช่วงเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว ที่มีการปิดเส้นทางหน้ารัฐสภา จากนั้นก็มีการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ซึ่งเรื่องนี้ตนกำลังจะหารือกันว่า หากการปิดเส้นทางดังกล่าวทำให้เกิดความขัดข้องและเป็นอุปสรรคกับการชุมนุม อาจจะนำประชาชนมาเรียกร้องให้มีการเปิดทาง โดยในวันพรุ่งนี้ ตนในฐานสส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยอาจจะเข้าไปประชุมสภาเพื่อสอบถามเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม นปช.ยังไม่มีแนวคิดว่าหากนายอภิสิทธิ์เดินทางไปประชุมสภาคนเสื้อแดงจะมีมาตรการกดดันอะไร
“มาตรการการขึงลวดหนามยังได้สร้างความลำบากกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังที่ต้องการนำรถยนต์ไปเติมน้ำมันที่สนามเสือป่า ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ไม่ทราบว่ารัฐบาลทำให้เกิดได้อย่างไร ส่วนตัวจึงคิดว่าเป็นบรรยากาศที่หนักกว่าเหตุการณ์ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งคนเสื้อแดงมีข้อเรียกร้องเดียวให้ยุบสภา แต่ตอนนี้รัฐบาลกลับยึดสภาเสียเอง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร ที่ปล่อยให้ทหารยึดสภาและให้นายอภิสิทธิ์ เป็นหุ่นเชิด แบบนี้เป็นการบีบบังคับให้ประชาชนต่อสู้มากยิ่งขึ้น” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังทราบว่ามีการราดน้ำมันเครื่องภายในบริเวณรัฐสภา ซึ่งเป็นการกระทำเหมือนการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯ เคยกระทำมาก่อน และคนที่ทำนั้นก็เป็นคนเดียวกับทหารของกองทัพบกที่ทำในแบบเดียววันในตอนนี้
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ออกมาระบุว่า ให้ทหารสามารถพกอาวุธได้ ว่า ที่ผ่านมาทหารได้พกอาวุธมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่มีการซุกซ้อนเอาไว้ เช่น ที่วัดโสมมนัสวรวิหาร ก็มีการนำอาวุธไปเก็บไว้ที่ศาลา 80 ปี เมื่อคนเสื้อแดงต้องการไปตรวจก็ไม่ให้เข้าไป อย่างไรก็ตามหากอนาคตมีการอะไรรุนแรงขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ
“แม้ว่า ศอ.รส.ออกมาระบุว่าไม่สามารถตรวจอาวุธได้ แต่ผมได้รับข้อมูลทางกฎหมายจากผู้พิพากษาศาลฎีกาคนหนึ่งว่า ประชาชนมีสิทธิในการต่อต้านอย่างสันติวิธีและป้องกันขัดขวางไม่ให้ตำรวจทหารใช้อาวุธเข้าปราบปรามประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 จึงเท่ากับว่าประชาชนสามารถป้องกัน หากเชื่อว่าอาจมีการประทุษร้ายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกิดข่าวลือทุกวันว่าจะมีการล้อมปราบประชาชน ถ้ารัฐบาลจะเข้ามาจับตัวแกนนำก็เชิญ แต่ขอให้มาซึ่งๆ หน้า แต่ต้องบอกด้วยว่าแกนนำทำผิดข้อหาอะไร เพราะที่ผ่านมาคนเสื้อแดงก็ชุมนุมภายใต้มาตาการ 63 มาโดยตลอด และไม่เคยปิดล้อมสถานที่ราชการ หรือไม่ให้ข้าราชการเข้าทำ-งานไม่ได้ ซึ่งก็เป็นตามบรรทัดฐานคำวินิจฉัยของศาลปกครองทุกประการ
“คำวินิจฉัยศาลปกครองระบุไว้ว่าการสลายการชุมนุมจะต้องกระทำเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามหลักสากล เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามอำเภอใจไม่ได้ ดังนั้นหากรัฐบาลชุดนี้สลายการชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ประชาชนก็มิสิทธิที่จะต่อต้านตามแนวทางสันติวิธี หรือถ้าเราสงสัยว่า หากทหารอาจมีการใช้อาวุธเราก็มีสิทธิเข้าไปตรวจได้อีก” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่นายพายัพชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะออกมาเป็นตัวกลางประสานให้นายอภิสิทธิ์ เจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของนายพายัพ คนเสื้อแดงเรียกร้องข้อเดียวคือการยุบสภา ไม่ได้เรียกร้องเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เข้าใจเรื่องนี้ ทั้งนี้ การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อนายอภิสิทธิ์ มาเจรจาด้วยตนเอง โดยคนเสื้อแดงจะมอบหมายให้นาย วีระ มุกสิกะพงษ์ ประธานนปช.ในฐานะผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด เป็นตัวแทนในการเจรจา และยืนยันว่าถ้ายุบสภาแล้ว จะหยุดเคลื่อนไหวทันที
“การยุบสภาไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เพราะตั้งแต่มีการเปลี่ยนการปกครอง พ.ศ. 2475 ก็มีการยุบสภามาแล้ว 11 ครั้ง โดยพบว่านายกฯ ที่ยุบสภามากที่สุดคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี จำนวน 3 ครั้ง คือ 19 มี.ค. 2526 1 พ.ค. 2529 และ 29 เม.ย. 2531
นอกจากนี้นายชวน หลีกภัย 2 ครั้ง คือ 19 พ.ค. 2538 และ 9 พ.ย. 2543 ดังนั้น คนที่ยุบสภามากที่สุดก็คือคนที่ค้ำบัลลังค์กับนายอภิสิทธิ์ อยู่ในปัจจุบันนี้แทบทั้งสิ้น” นายจตุพรกล่าว
นายจตุพร กล่าวถึงการณการยิงจรวดอาร์พีจีที่บริเวณกระทรวงกลาโหม ว่า รัฐบาลต้องรีบสอบสวนเรื่องนี้ให้ชัด เพราะตนทราบมารถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุมาจากบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง โดยมีการเปลี่ยนมือมาหลายครั้ง จนมาถึงมือของนายตำรวจในนครบาลคนหนึ่งที่รู้จักกันดี ในชื่อ สารวัตรโก้ ที่นำรถคันนี้มาจากจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ซึ่งในนครบาลไม่มีใครไม่รู้จักสารวัตรโก้ ดังนั้นรัฐบาลต้องแถลงให้ชัดมีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะที่ผ่านมามีการกล่าวหาว่าประมาณว่าคนเสื้อแดงอยู่เบื้องหลัง
ทั้งนี้ ในวันที่ 24 มี.ค. เวลา 20.00 น.ท่านผู้หญิง วิริยา ชวกุล จะนำคนเสื้อแดงร่วมกันจุดเทียนชัย ถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้หายจากอาการประชวร ซึ่งจะมีนายทหารและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ อดีตกรรมการพรรคไทยรักไทย อดีตกรรมการบริการพรรคพลังประชาชนร่วมพิธี เพื่อยืนยันว่าคนเสื้อแดงมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ไม่ได้เป็นตามที่กล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์
“เหวง” ท้าเปิดหลักฐานแดงติดหวัด 2009
ด้านนพ.เหวง โตจิราการณ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง กล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือ กับกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในการลงพื้นที่การชุมนุม หลังจากที่มีข่าวระบุว่ามีผู้ชุมนุมจากจังหวัดเพชรบุรีติดเชื่อจากไข้หวัด 2009 และไปรักษาที่โรงพยาบาลกลาง ซึ่งยืนยันว่าการชุมนุมมีการดูแลสุขอนามัยของผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี โดยมีจุดแพทย์ตั้งเต็นท์ไหนพื้นที่การชุมนุมถึง 9 จุด โดยตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่แต่ละจุดก็ไม่พบผู้ติดเชื่อหวัด 2009 แต่อย่างใด ดังนั้นการที่ระบุว่ามีคนติดเชื่อหวัดนั้น ตนอยากขอดูหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพราะอากาศในสถานที่ชุมนุมมีอุณหภูมิเฉลี่ย 38 องศาตลอดทั้งวัน ถ้าเชื้อถูกเผยแพร่ออกมาไม่น่าจะติดต่อกันได้
“ผมขอเรียกร้องให้กรุงเทพฯมหานครอย่านำเรื่องนี้มาสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนเพื่อไม่ให้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มนปช. เราเองไม่ได้ปฏิเสธให้ความร่วมมือกับกทม.แต่ถ้า แพทย์หญิง มาลินี สุขเวชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม.จะเข้ามาตรวจพื้นที่ก็ ให้ประสานมาที่ผมก่อน ไม่นั้นอาจเกิดความโกลาหลได้ ถ้าเข้ามาโดยพลการ” นพ.เหวง กล่าว







