
เปิดร้านธงฟ้า-เพิ่มกำลัง รปภ.ยุติขู่วันศุกร์ทำงานใน 1 เดือน
ล่วงเข้าสัปดาห์ที่ 4 หลังข่าวลือคำขู่หยุดงานวันศุกร์แพร่สะพัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันศุกร์นี้ร้านค้าที่เคยหวาดกลัวและพากันหยุดกิจการปิดร้าน หยุดขายของในวันศุกร์ช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็กลับมาเปิดร้านดำเนินกิจการกันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความพยายามของภาครัฐที่เดินสายชี้แจง โน้มน้าว และให้คำมั่นดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ค้า รวมทั้งคำชี้แจงของสำนักจุฬาราชมนตรีว่าการดำเนินกิจการวันศุกร์ไม่ถือเป็นข้อห้ามของศาสนาอิสลาม
ล่วงเข้าสัปดาห์ที่ 4 หลังข่าวลือคำขู่หยุดงานวันศุกร์แพร่สะพัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันศุกร์นี้ร้านค้าที่เคยหวาดกลัวและพากันหยุดกิจการปิดร้าน หยุดขายของในวันศุกร์ช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็กลับมาเปิดร้านดำเนินกิจการกันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความพยายามของภาครัฐที่เดินสายชี้แจง โน้มน้าว และให้คำมั่นดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ค้า รวมทั้งคำชี้แจงของสำนักจุฬาราชมนตรีว่าการดำเนินกิจการวันศุกร์ไม่ถือเป็นข้อห้ามของศาสนาอิสลาม
แต่อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเปิดร้านดังกล่าว ก็มีเฉพาะเขตเมืองพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดย่านการค้าในอำเภอรอบนอกก็ยังเงียบเหงา ร้านค้ากว่า 80% ก็ยังพากันหยุดกิจการ รวมทั้ง บริษัท โรงงาน ต่างๆ ก็ต้องหยุดกิจการเนื่องจากพนักงานหรือลูกจ้างส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ขอหยุดงานเพราะไม่กล้าเดินทาง โดยยินดีจะทำงานในวันอาทิตย์เป็นการชดเชย
สำหรับพื้นที่ในเขตตัวเมือง ตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้าวันศุกร์ มีชุดลาดตระเวนทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ดูแลความสงบเรียบร้อยเต็มพื้นที่ตามจุดที่เป็นย่านชุมชน
ประดิษฐ์ สุคนธสวัสดิ์ รอง ผวจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า หลังจากเดินประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสได้เข้าใจ และมั่นใจมากว่า 2 สัปดาห์ พ่อค้าแม่ค้าจึงได้ร่วมใจกันเปิดกิจการโดยภาพรวมทั้งจังหวัดมีจำนวนถึง 80%
ด้าน ประมุข ลมุล ผวจ.ปัตตานี บอกว่า ได้จัดกำลังพลเรือน ทหาร ตำรวจ ดูแลความปลอดภัย โดยในเขตเทศบาลเมือปัตตานี ได้แบ่งพื้นที่เป็น 6 โซน ส่วนพื้นที่รอบนอกมอบหมายให้นายอำเภอประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย นอกจากนั้นได้มีการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดทุกเส้นสาย
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีผู้ค้าขายเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนทั่วไปก็ยังมาเดินซื้อของตามตลาดน้อยจนบางตา จึงทำให้บรรดาผู้ค้าเริ่มไม่มั่นใจว่าควรที่จะยังเปิดขายต่อในวันศุกร์หน้าหรือไม่
นอกจากนี้ มาตรการสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ภาครัฐงัดขึ้นมาใช้เพื่อฟื้นบรรยากาศวันศุกร์มิให้เงียบเหงาตามคำขู่กลุ่มก่อความไม่สงบ คือ การฟื้นโครงการร้านธงฟ้า ผวจ.ปัจตานี บอกว่า ได้นำสินค้าราคาถูก (ธงฟ้า) วางจำหน่ายควบคู่กับแม่ค้าในตลาดสด จนทำให้บรรยากาศเริ่มกลับมาเกือบ 80%
ดูเหมือนว่าร้านธงฟ้าจะได้ผล โดยเฉพาะที่ จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขานุการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เป็นประธานเปิดพื้นที่ร้านธงฟ้า บริเวณถนนภูผาภักดีตั้งแต่หลังสวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ไปจนถึงสามแยกหน้าบ้านพักผู้พิพากษา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนที่แห่มาซื้อสินค้าอย่างแน่นขนัด สินค้าที่ได้รับความสนใจและขายดีเป็นพิเศษ ได้แก่ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
เอกศักดิ์ อารยนันท์ พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส บอกว่า จะจัดงานธงฟ้าราคาประหยัดสุดสัปดาห์ทุกวันศุกร์–เสาร์อาทิตย์ จนถึงเทศกาลฮารีรายอและปีใหม่ และยังเตรียมจะขยายลงไปยังอำเภอต่างๆ เพื่อบริการให้ทั่วถึงและเข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด
ด้า ยู่สิน จินตภากร รองนายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการปิดกิจการในวันศุกร์ส่งผลต่อเศรษฐกิจของ จ.ยะลา หากปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ และประชาชนยังหลงเชื่อต่อข่าวลือ คำขู่ จะทำให้เศรษฐกิจภาพรวมในพื้นที่ย่ำแย่ลงไปอีก
“เทศบาลนครยะลาได้นำเจ้าหน้าที่ พนักงานเทศบาลฯ อป.พร. กว่า 1,000 คน ออกเยี่ยมเยียนพบปะให้กำลังใจร้านค้าที่เปิดทำการในวันนี้ ตลอดจนมีการจัดทำคูปองอาหาร แจกจ่ายพนักงาน เจ้าหน้าที่เทศบาล ให้ไปอุดหนุนร้านค้าที่เปิดร้านค้าในวันศุกร์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อขายมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 11 ต.ค. มีผู้นำใบปลิวโจมตีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ วางไว้ทั่วเขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส
เนื้อหาในใบปลิว ระบุว่า จดหมายจากอาร์เคเคถึงพี่น้องมุสลิม อ้างว่าถูกชักจูงให้เข้าร่วมอุดมการณ์แต่กลับถูกหลอกใช้ แล้วยังบิดเบือนหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ส่วนหัวหน้าขบวนการได้รับผลประโยชน์อยู่สุขสบาย ล่าสุดที่เคยเปิดร้านขายของพอมีรายได้บ้าง ก็มาบังคับให้หยุดขายของในวันศุกร์ และยังข่มขู่ต่างๆ นานา โดยหากเป็นผู้หญิงก็ขู่จะตัดหู และถ้าเป็นผู้ชายก็จะยิงทิ้ง ทั้งๆ ที่เป็นมุสลิมด้วยกัน เราต้องการสันติสุข และอยากให้พี่น้องมุสลิมตาสว่าง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุกลุ่มที่ทำใบปลิวดังกล่าว และจุดประสงค์ที่นำใบปลิวโจมตีกลุ่มที่ขู่หยุดงานวันศุกร์ได้ และเกรงว่าอาจทำให้ประชาชนหวาดกลัว จึงระดมกำลังเก็บใบปลิวดังกล่าวไป
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากรายงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่ามีร้านค้าใน จ.ยะลาและนราธิวาสเปิดขาย 30% ส่วน จ.ปัตตานี ยังไม่กล้าเปิดขายเพราะส่วนใหญ่ยังรอดูสถานการณ์ ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 1 เดือน สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุว่า ได้รับรายงานทางด้านการข่าวพบว่า ใบปลิว และการสั่งการต่างๆ มาจากบางรัฐจากนอกประเทศ ไม่ใช่การสั่งการในประเทศไทย โดยมีความพยายามใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นต้นเหตุของใบปลิวดังกล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์รุนแรงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพุ่งเป้าไปยังกลุ่มไทยพุทธ ว่ากลุ่มก่อความไม่สงบ พยายามสร้างสถานการณ์เพื่อไล่ชาวไทยพุทธออกจากพื้นที่ และพยายามควบคุมประชาชนในพื้นที่ทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมให้เกิดความหวาดกลัว
“จะมีการเพิ่มกำลังตำรวจ 5,000 นาย อาสาสมัครรักษาดินแดน 2,700 คน และเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมด 4 หมื่นนาย ก่อนที่จะให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ทำงานด้านการพัฒนาต่อไป”







