posttoday
ผนึกเครือข่ายวิชาการ

ผนึกเครือข่ายวิชาการ

13 ตุลาคม 2555

แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องแต่ไม่ได้ทำให้การคัดค้านโครงการรับจำนำข้าวต้องยุติ รศ.ดร.อดิศร์ คงเดินหน้าต่อ

แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องแต่ไม่ได้ทำให้การคัดค้านโครงการรับจำนำข้าวต้องยุติ รศ.ดร.อดิศร์ คงเดินหน้าต่อ

“ที่ผ่านมาถือว่าเราได้ทำหน้าที่ให้ความรู้สาธารณชนของภาควิชาการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ต้องสร้างความเข้าใจต่อไป ซึ่งในส่วนภาควิชาการก็มีการสร้างเครือข่ายติดตามให้ความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาโครงการรับจำนำข้าว”

สำหรับเครือข่ายดังกล่าว เป็นการระดมนักวิชาการที่ล้วนรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น นิพนธ์ พัวพงศกร อัมมาร สยามวาลา จากสถาบันทีดีอาร์ไอ สมพร อิศวิลานนท์ จากสถาบันคลังสมองของชาติ มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยจะสนับสนุนข้อมูลงานวิจัยตีแผ่สังคม

ทั้งนี้ รศ.ดร.อดิศร์ ฉายภาพความเสียหายจากนโยบายจำนำข้าวไว้ดังนี้ 1.ข้าวไทยถูกพัฒนามานาน เรียกได้ว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพ ชาวต่างชาตินิยม เวลาขายในตลาดโลกจะสูงกว่าปกติ เรียกว่าพรีเมียม ประมาณ 25% แต่การจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวพันธุ์เบาใช้เวลาปลูกสั้นเพื่อรีบเอาข้าวมาเข้าโครงการ เพราะฉะนั้นข้าวพันธุ์ดีอีกหน่อยจะไม่มีแล้ว คุณภาพข้าวจะตกลง นี่ยังไม่รวมข้าวที่เก็บไว้ในโกดังคุณภาพข้าวจะลดลงเรื่อยๆ

“ปรากฏการณ์นี้เองชาวนาหลายคนน่าจะเริ่มเห็นแล้วว่า ถ้าชาวนาด้วยกันหันมาปลูกข้าวคุณภาพต่ำลง อนาคตข้าวไทยจะอยู่ที่ไหน”

2.ต้นทุนเริ่มแพงขึ้น การที่รัฐบาลไปรับซื้อราคาสูง ส่งสัญญาณให้ผู้เกี่ยวข้อง กระบวนการต่างๆ ขยับราคาตัวเองขึ้น ตอนนี้ค่าเช่าที่นาเพิ่มขึ้นแล้ว เพราะคนที่มีที่นาอยากเอาที่ไปทำนาเอง ถ้าปล่อยเช่าต้องคุยกันใหม่อีกราคาหนึ่ง ต้นทุนที่สูงขึ้นกับคุณภาพข้าวที่ลดลงแปลว่าอนาคตข้าวไทยไม่เหลือ

3.ภาระงบประมาณมีสัญญาณว่า เมื่อรัฐบาลรับซื้อในราคา 1.5 หมื่นบาท งบประมาณแต่ละปีทวีสูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุสำคัญในราคาที่สูงอย่างนี้จะมีการปลูกข้าวมากขึ้น พื้นที่ปลูกข้าวมากขึ้น ปริมาณข้าวจะมากขึ้น

“อย่างปีที่แล้วพูดกัน 20 ล้านตัน ผมว่าตอนนี้อาจสูงกว่านี้แล้ว ปีที่แล้วจัดงบไว้ 3 แสนล้าน ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 4 แสนล้าน ปีหน้าก็ต้องเป็น 56 แสนล้าน การขาดทุนถ้าคิดเป็นสัดส่วนก็ต้องขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ภาระการคลังจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นกระทรวงการคลังอาจต้องออกมาให้คำแนะนำจะรับกับการเพิ่มขึ้นของการขาดทุนอย่างนี้ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ถ้าขาดทุนมากๆ ก็จะเป็นภาระหนี้ที่ประเทศต้องแบกรับไว้ ก็อาจถึงจุดหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถมีเงินมาจ่ายได้แล้ว”

“วันนั้นแหละที่เราจะต้องมาพูดถึงความเป็นจริงของข้าวไทยคุณภาพที่ต่ำลง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แล้วเราจะไปไหนกันต่อ อนาคตมืดมนไปหมด”

ถึงกระนั้นหากรัฐบาลเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไป นักวิชาการผู้นี้ให้คำแนะนำรัฐบาลขึ้นอยู่ว่าจะฟังหรือไม่

“ผมคิดว่าอย่างน้อยรัฐบาลต้องพิจารณาปรับลดราคาให้เป็นจำนำจริงๆ ราคาไม่ควรสูงกว่าราคาตลาด ดูสัญญาณอย่าให้ข้าวค้างสต๊อกของรัฐ เมื่อเกษตรกรมาจำนำแล้วต้องไถ่ถอนคืน ราคาจะสูงไม่ได้ รัฐบาลต้องจำกัดจำนวนต่อครัวเรือนไม่เกิน 3.5 แสนบาท หรือ 25 ตันต่อครัวเรือน เพื่อป้องกันงบประมาณของรัฐตกไปอยู่เกษตรกรรายใหญ่ที่มาตักตวงผลประโยชน์ ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ใช่เกษตรกรด้วยซ้ำ อาจเป็นเจ้าของที่ดินที่ให้เช่าทำนา”

“นอกจากนั้นข้าวเป็นสินค้าที่ต้องแข่งขัน ถ้ารัฐบาลจริงใจต่อชาวนาจริงต้องมาช่วยลดต้นทุน ไม่ใช่เพิ่มราคา เพราะราคาเป็นราคาตลาดโลก เพิ่มไม่ได้อยู่แล้ว รัฐบาลควรเร่งคุณภาพดิน การจัดการไร่นา ระบบน้ำชลประทาน เขตคุ้มครองพื้นที่ทางการเกษตร การดูแลถึงเรื่องตลาดราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือการประกันความเสี่ยงสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรทำมากกว่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถเกษตรกรในระยะยาว” รศ.ดร.อดิศร์ เสนอทางออก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท