posttoday
รุนแรงฉุดไม่ได้เอาไม่อยู่

รุนแรงฉุดไม่ได้เอาไม่อยู่

13 ตุลาคม 2555

โบราณว่าจิ้งจกทักยังระวัง แต่รัฐบาลนี้มีหลายกระแสเสียงท้วงติงเหตุใดไม่ฟัง รศ.ดร.อดิศร์ วิเคราะห์ว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะยึดหลักทำงานตามนโยบายที่คิดว่าถูกใจประชาชน ซื้อใจคนได้จำนวนมาก ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปมาใช้อ้างได้ว่าประสบความสำเร็จ

โบราณว่าจิ้งจกทักยังระวัง แต่รัฐบาลนี้มีหลายกระแสเสียงท้วงติงเหตุใดไม่ฟัง รศ.ดร.อดิศร์ วิเคราะห์ว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะยึดหลักทำงานตามนโยบายที่คิดว่าถูกใจประชาชน ซื้อใจคนได้จำนวนมาก ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปมาใช้อ้างได้ว่าประสบความสำเร็จ

“ผมคิดว่าการจำนำข้าวหมื่นห้าพันบาท ถ้ารัฐบาลทำต่อไปจนลุล่วงไปได้ เขาสามารถนำไปใช้หาเสียงครั้งต่อไปได้ว่าเป็นรัฐบาลแรกที่ทำให้ข้าวไทยราคาสูงสุด ชาวนาได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งเป็นผลดีทางการเมือง แต่ผลเสียจะเกิดกับระบบเศรษฐกิจ”

เมื่อเทียบทุกนโยบายประชานิยม รศ.ดร.อดิศร์ สรุปทันที โครงการรับจำนำข้าวจะรุนแรงมากที่สุดกระทบอุตสาหกรรมข้าวทั้งหมด

ทั้งนี้ รศ.ดร.อดิศร์ชำแหละให้เห็นนโยบายแต่ละเรื่อง อย่างโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่ได้ทำให้ระบบการรักษาเสียหายอะไร เป็นการให้สิทธิคนมีรายได้น้อยได้ใช้สิทธิเป็นเรื่องที่ดี กรณีเรียนฟรี 12 ปี เด็กได้ประโยชน์ ระบบการเรียนการสอน ระบบครูไม่ได้ถูกทำลาย นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท กระทบผู้ประกอบการบ้างแต่เป็นส่วนน้อย รัฐบาลไม่ได้เสียงบประมาณ และอีกสองสามปีค่าจ้างคนไทยจะเขยิบอยู่ดีจะคลี่คลายตัวมันเอง

“แต่การประกาศรับซื้อข้าวอย่างนี้ ข้าวเทมาหมด ผู้ประกอบการทั้งกระบวนการรวนไปหมด จีทูจีก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ข้าวในสต๊อกจำนวนมากไม่รู้จะทำอย่างไรกับมัน งบประมาณบานเบอะมหาศาลเพิ่มขึ้นทุกปี คุณภาพก็ด้อย ต้นทุนก็สูง ผมว่ามันรุนแรงกว่ารัฐบาลคาดคิดไว้ หรือว่ารัฐบาลคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร รับซื้อแพงเอาเงินให้เกษตรกรทุกอย่างน่าจะจบ แต่ครั้งนี้น่าเป็นก้าวอีกก้าวหนึ่งที่เลยปากหลุมเหวไปหน่อยนึง”

เขาประเมินสถานการณ์ข้างหน้าคงยากที่จะหยุดรัฐบาล นอกจากจะมีกลุ่มคนหรือใครที่สามารถใช้หลักกฎหมายมายับยั้งได้

“ถ้าไม่ใช้หลักกฎหมายแล้ว ผมว่าจะหยุดลำบาก เพราะเป็นนโยบายหาเสียง อันนี้เป็นจุดขายสำคัญ และฐานเสียงเกษตรกรเยอะมาก อย่างน้อย 10 ล้านคน ส่วนจะปรับแก้ ไม่สามารถคาดเดาได้”

รศ.ดร.อดิศร์ ยอมรับว่า ยังคิดไม่ออกจะเกิดอะไรกับข้าวไทยในอนาคต ทั้งในเชิงเศรษฐกิจรู้แน่ว่าเสียหาย แต่ในเชิงการเมืองตัวละครเปลี่ยนทุกวันตั้งแต่ทุจริต กระโดดมาถึงเรื่องจีทูจี เดี๋ยวจะมีเรื่องประมูลตามมาอีก เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องทำงานแบบตอบคำถามวันต่อวัน

“เมื่อเดินมาอย่างนี้ ในส่วนของรัฐบาลเขาไม่เปลี่ยน ต้องเดินต่อ อย่างน้อยความเสียหายในเชิงงบประมาณ มันรู้ๆ อยู่แล้วไม่เกินแสนล้าน ก็เห็นว่ารัฐบาลยอมตายเพื่อรักษาชื่อเสียงกับเงินแสนล้าน แต่ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจเขาไม่ได้รับรู้ด้วย แต่เราคนไทยรู้ ไม่อยากให้เกิดขึ้น” นักวิชาการทางเศรษฐกิจวิเคราะห์ส่งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์