posttoday
แกะรอยขายข้าวไทย

แกะรอยขายข้าวไทย

13 ตุลาคม 2555

การออกมาชี้แจงถี่ยิบตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีของ บุญทรงเตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ประเด็นสัญญาซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)ให้กับ 4 ประเทศ ในราคาไม่ต่ำกว่าราคาตลาด มีจริงหรือไม่

การออกมาชี้แจงถี่ยิบตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีของ บุญทรงเตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ประเด็นสัญญาซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)ให้กับ 4 ประเทศ ในราคาไม่ต่ำกว่าราคาตลาด มีจริงหรือไม่

วันที่ 12 ต.ค. ถือเป็นการแถลงรอบที่ 3 ภายในสัปดาห์เดียว แต่ที่พิเศษกว่าทุกครั้ง คือ ครั้งนี้ รมว.พาณิชย์ เชิญตัวแทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยมาร่วมรับฟังด้วย เพื่อกล่อมให้ร่วมมือสนับสนุนโครงการรับจำนำของรัฐบาล ผ่านการผลักดันการส่งออกข้าวโค้งสุดท้าย 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ แต่ย้ำจะไม่มีการลดราคาข้าวในสต๊อกรัฐบาลให้แน่

รมว.พาณิชย์ ยังระบุด้วยว่า เตรียมจะระบายข้าวหอมมะลิล็อตใหม่ที่ยังเหลืออยู่ 5 แสนตัน ในเร็วๆ นี้ และยืนยันหลังจากนี้จะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นกับผู้ส่งออกข้าว จะมีก็แต่ความร่วมมือกันเท่านั้น

น่าสังเกตว่า ข้าวหอมมะลิล็อตนี้น่าจะเป็นล็อตสุดท้ายในสต๊อกของรัฐบาล ที่เหลือจะเป็นข้าวขาวทั้งสิ้น เพราะข้าวขาวนำออกประมูลแต่ละรอบแทบขายไม่ได้ ถูกเอกชนกดราคามาก เนื่องจากคู่แข่งรายสำคัญอย่างเวียดนามและอินเดีย ส่งออกข้าวขาวในราคาต่ำกว่าไทยไม่น้อยกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือกว่า 3,000 บาท

ต่างกับข้าวหอมมะลิที่ขายออกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไร้คู่แข่งในตลาดต่างประเทศ แถมในสต๊อกก็มีปริมาณเพียง 20% ของสต๊อกข้าวรัฐทั้งหมด จึงสามารถขายได้ราคาสูง 34 หมื่นบาทต่อตันเลยทีเดียว

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ข้าวที่จะทำเงินกลับคืนเข้ากระเป๋ารัฐเพื่อไปต่อลมหายใจโครงการรับจำนำรอบใหม่ อาจจะไม่ใช่เงินก้อนโตถึง 2.6 แสนล้านบาท อย่างที่รัฐบาลพยายามอ้าง ทำให้ต้องพยายามเลี่ยงที่จะโชว์หลักฐานการขาย เพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า รัฐบาลขายข้าวในหลายๆ รอบที่ผ่านมาได้เงินเท่าไหร่กันแน่

ดังนั้น การชี้แจงแต่ละรอบ ข้อมูลก็จะวนซ้ำๆ คือ ทำเอ็มโอยู 8 ล้านตัน แต่ทำสัญญาซื้อขายจริงเรียบร้อยแล้ว 7.32 ล้านตัน ส่งมอบไปแล้ว 20% หรือ 1.4 ล้านตัน และมีอีก 34 แสนตันรอส่งมอบภายในสิ้นปีนี้ ที่เหลือจะทยอยส่งมอบในปี 2556 ต่อไป

น่าเป็นห่วงว่า ถ้าข้อมูลจากรัฐเป็นจริง เท่ากับว่า รัฐขายข้าวออกได้แล้วใน 9 เดือน 1.4 ล้านตัน ที่เหลือเป็นของเอกชน 3.6 ล้านตัน รวมทั้งสองส่วน แสดงว่าปีนี้ไทยเพิ่งส่งออกข้าวได้แค่ 5 ล้านตัน ถือเป็นวิกฤตตลาดข้าวไทยขนานแท้

3 เดือนที่เหลือของปีนี้ จึงเป็นงานเหนื่อยทั้งฝั่งรัฐบาลและเอกชนที่จะพลิกฟื้นสถานการณ์

โดยฝั่งผู้ส่งออกเสนอให้รัฐผลักดันการขายข้าวในตลาดที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น ตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน เพราะตลาดเหล่านี้มีความต้องการข้าวหอมมะลิจำนวนมาก หากไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น จัดคณะโรดโชว์ขายข้าวให้กับประเทศผู้ซื้อเหล่านี้ เชื่อว่าจะทำให้การส่งออกข้าวใน 3 เดือนสุดท้าย มีตัวเลขส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบุญทรงก็ขานรับข้อเสนอ ภายใต้เงื่อนไขต้องไม่ใช่การจัดโปรโมชันลดราคา

ในส่วนประเภทข้าวขาวที่เหลือค้างสต๊อกอยู่มาก ไม่มีการพูดถึง เพราะเอกชนยังขยาดกับการโขกราคาของรัฐ แต่ถึงรัฐจะยังหาทางระบายข้าวขาวไม่ได้ รมว.พาณิชย์ ก็ยืนยันเดินหน้ารับจำนำข้าวโครงการฤดูใหม่ต่อ แม้จะมีเสียงสะท้อนปัญหาไร้ที่เก็บสต๊อก กระทั่งนำมาซึ่งการเสนอใช้โกดังสินค้าสนามบินดอนเมืองแก้ขัดไปก่อน ท่ามกลางการติติงว่าไม่เหมาะ กลัวกระทบการดูแลความปลอดภัยของสนามบิน

บุญทรงจึงได้แต่แก้ต่างว่า เป็นแค่ข้อเสนอจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีเจตนาดีจะเข้ามาช่วยทำงานเรื่องข้าว เพราะโกดังในสนามบินดอนเมืองอยู่ในเขตพื้นที่ทหารและกระทรวงคมนาคม เหลือพื้นที่ว่างจำนวนมาก จึงรับแนวคิดนี้ไว้กันเป็นแผนสำรองในการเก็บสต๊อกข้าวในอนาคต ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้จริง เพราะโกดังรัฐมีเพียงพอรองรับข้าวใหม่ได้อีกหลายล้านตัน โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) กำลังเปิดรับสมัครโกดังกลางเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม กลับแจ้งว่า วันที่ 15 ต.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูพื้นที่อาคารคลังสินค้า 2 ก่อนตัดสินใจว่าจะนำข้าวมาเก็บที่สนามบินดอนเมืองหรือไม่ โดยอาคารคลังสินค้า 2 มีพื้นที่ 31,400 ตร.ม.สูง 14 ม. รับน้ำหนักได้ ตร.ม.ละ 5 ตัน มีมาตรการป้องกันน้ำท่วมด้วยการวางบาริเออร์ล้อมรอบ ซึ่งจะแล้วเสร็จในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ แต่จะให้ใช้งานฟรีหรือคิดค่าเช่ายังไม่ได้หารือ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท