
โลกมองไทย
หนังสือพิมพ์ชิคาโก ทริบูน รายงานอ้างนักวิเคราะห์ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าเป็นนโยบายที่หวังผลทางการเมืองมากกว่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
หนังสือพิมพ์ชิคาโก ทริบูน รายงานอ้างนักวิเคราะห์ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าเป็นนโยบายที่หวังผลทางการเมืองมากกว่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
“รัฐบาลใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อซื้อเสียงจากประชาชน พวกเขาไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของชาวนา เพราะนโยบายดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในแผนเลือกตั้ง เพื่อที่การเลือกตั้งในครั้งหน้าพวกเขาจะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า พวกเขาได้ทำตามสิ่งที่พูดไว้แล้ว” ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าว
ความคิดเห็นดังกล่าว นับว่ามีความสอดคล้องกับคำกล่าวของผู้ค้าข้าวระหว่างประเทศรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า นโยบายแทรกแซงตลาดข้าวถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์หาเสียงของพรรคการเมืองในไทยมาโดยตลอด ไม่เว้นแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์
“โดยส่วนตัวมองว่า ระบบนโยบายรับจำนำข้าวของพรรคประชาธิปัตย์ดีกว่า เพราะพวกเขาไม่ได้เข้าซื้อข้าวและเก็บไว้ในคลัง แต่แค่จ่ายส่วนต่างระหว่างราคาข้าวในตลาดและราคาประกันข้าวที่ 1.1 หมื่นบาทต่อตัน” พ่อค้าข้าวคนดังกล่าวระบุ
นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้กล่าวเตือนอีกว่า รัฐบาลไทยควรรับฟังคำแนะนำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งได้ออกรายงานเตือนก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลไทยควรดูแลสอดส่องและปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของนโยบายรับจำนำข้าวตามกลไกตลาด เพื่อควบคุมให้ราคาเป็นไปอย่างเสรีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้เมินเฉยต่อคำแนะนำดังกล่าว เห็นได้จากต้นทุนการรับซื้อข้าวในปีงบประมาณจากเดือน ต.ค. 2554 สูงถึง 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของยอดงบ ประมาณขาดดุลประเทศทีเดียว







