
ค้าชายแดนไทย-พม่า
5 ปีที่ผ่านมา การค้าชายแดนระหว่างไทยกับพม่า ได้ทะยานขึ้นจนมีปริมาณสูงเป็นอันดับหนึ่งสำหรับพม่า
5 ปีที่ผ่านมา การค้าชายแดนระหว่างไทยกับพม่า ได้ทะยานขึ้นจนมีปริมาณสูงเป็นอันดับหนึ่งสำหรับพม่า
สูงเท่ากับที่พม่าค้าผ่านชายแดนกับจีน...เหลือเชื่อไหมครับ
สถิติการค้าชายแดนปี 2553 และ 2554 ของไทยกับพม่า ซึ่งเก็บรวบรวมโดยกรมศุลกากรไทยแสดงว่า อย่างน้อยมูลค่าสินค้าจากไทยข้ามไปพม่าทางชายแดน 5 หมื่นล้านบาท และเพิ่มเป็น 6 หมื่นล้านบาท ในปี 2554 แม้ส่วนมากเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป เพราะพม่ายังไม่มีโรงกลั่นน้ำมัน ในขณะที่ไทยมีโรงกลั่นและผลิตเกินความต้องการในประเทศอยู่จำนวนหนึ่ง ดังนั้นการส่งออกไปพม่าจึงสมประโยชน์
พม่าซื้อดีเซลจากไทยผ่านชายแดน 6,000 ล้านบาท ในปี 2553 และเพิ่มเป็น 7,000 ล้านบาท ในปี 2554 ข้อนี้พอจินตนาการได้ไม่ยาก เป็นธรรมดาของเศรษฐกิจที่กำลังเปิดตัวย่อมมีการใช้ดีเซลในรถบรรทุก เครื่องจักรกล รถตัก รถไถ ที่ใช้สร้างตึก สร้างทาง รวมทั้งเติมเครื่องปั่นไฟด้วย เพราะระบบไฟฟ้าในพม่ายังต้องพัฒนาอีกมาก ไฟดับวันละหลายครั้ง บางพื้นที่ไฟดับนานเท่าไฟติด
ส่วนน้ำมันดีเซลเติมเรือประมงพม่านั้นคงไม่รวมในนี้ เพราะส่วนมากซื้อขายนอกระบบ นอกสายตาของรัฐอยู่ที่น่าสนใจคู่กันคือ เบนซินครับ พม่าบริโภคเบนซินผ่านชายแดนไทยเพิ่มจากปีละ 2,300 ล้านบาท เป็นปีละ 3,300 ล้านบาท ซึ่งถ้าเป็นน้ำมันเติมรถยนต์นั่งก็ถือว่าโตไม่เท่าไหร่ แต่พม่าเอาเบนซินไปเติมมอเตอร์ไซค์เป็นส่วนใหญ่ ก็คงพอจินตนาการได้ว่า มีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งไปๆ มาๆ เพิ่มเป็นจำนวนมากโข!
มอเตอร์ไซค์มีชิ้นส่วนน้อยกว่ารถยนต์ ระบบไม่ซับซ้อนไม่มีอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมอะไร อายุใช้งานจึงยาวนานกว่ารถยนต์ บำรุงรักษาง่าย ใช้กับสภาพถนนที่ทุรกันดารได้ดีกว่า และวิ่งได้ไกลกว่ารถยนต์หลายเท่า เมื่อเติมน้ำมันปริมาณเท่ากัน
แปลว่า กิจกรรมของรายเล็กรายน้อยที่กำลังพัฒนาคุณภาพชีวิตในครัวเรือนก็ดี กิจการในครอบครัวก็ดีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ทีนี้มาดูว่า นอกจากน้ำมันแล้ว ลำดับรองลงมาคือ นำเข้าเครื่องดื่มจากไทยครับ
พม่านำเข้าเครื่องดื่มทั่วไปตั้งแต่น้ำเปล่า น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลังจากปีละ 2,800 ล้านบาท เป็น 3,600 ล้านบาท แสดงว่าตู้แช่เย็นบ้านเขามีลูกค้า สมาชิกในชุมชนเพิ่มขึ้นเยอะพอประมาณ
ส่วนการนำเข้าเครื่องดื่มมึนเมาก็เพิ่มจากปีละ 2,100 ล้านบาท เป็น 3,200 ล้านบาทต่อปี
นี่ว่าเฉพาะที่ผ่านด่านของเจ้าหน้าที่และเสียภาษีกันถูกต้องนะครับ ไม่นับลักลอบขนหนีภาษี ซึ่งคุ้มกว่าแอบขนน้ำดื่มบรรจุขวดแน่ เพราะราคาต่อขวดสูงกว่า จึงคุ้มค่าแบกขนหลบด่าน
แต่กระนั้นก็ต้องถือว่า กิจกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างเปิดเผยในพม่าก็โตขึ้นมากเช่นกัน
สุดท้ายคือ รถยนต์ พม่านำสินค้ายานยนต์ผ่านชายแดนไทยเพิ่มไม่มากนัก คือ เพิ่มจาก 2,100 ล้านบาทต่อปี เป็น 2,900 ล้านบาท แปลว่า ซื้อเพิ่มนิดหน่อย
แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน ด้วยพัฒนาการของสันติภาพและความปรองดองในพม่าที่มีทีท่าดีขึ้นเรื่อยๆ เราจะได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของเศรษฐกิจจากมหาอำนาจที่เบนเข็มมุ่งสู่พม่าแสดงผลยิ่งกว่านี้อีกมากครับ







