
เหตุผลการชุมนุมของผู้นำคนเสื้อแดง
...นายศาสตรา
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงวันศุกร์ที่ 12 มี.ค. 2553 เป็นต้นมา เป็นเวลาสัปดาห์เศษ น่าจะมีเหตุผลจากความต้องการที่หลากหลาย ตั้งแต่มาเพราะรักทักษิณ มาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม มาเพื่อต่อต้านอำมาตย์และมาเพื่อต่อต้านเผด็จการ เป็นต้น แต่ข้อเรียกร้องที่ชัดเจนของผู้นำการชุมนุมคือให้นายกรัฐมนตรียุบสภา คืนอำนาจให้แก่ประชาชนด้วยการเลือกตั้งใหม่ ข้อเรียกร้องดังกล่าวสมควรพิจารณาว่า มีเหตุผลควรแก่การรับฟังหรือไม่ เพียงใด และน่าเชื่อว่าจะเป็นการเรียกร้องโดยสุจริตหรือไม่
ผู้นำการชุมนุมของคนเสื้อแดงอธิบายเหตุผลของการเรียกร้องให้ยุบสภาว่าเป็นเพราะรัฐบาลปัจจุบันมีที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย แต่มาเพราะอำนาจเผด็จการ โดยอ้างข้อมูลจากข้อเขียนในหนังสือ
“ลับ ลวง พราง” เล่มสอง ของ วาสนา นาน่วม ที่ระบุว่า การฟอร์มรัฐบาลอภิสิทธิ์กระทำขึ้นที่บ้านพักของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ เปรียบเหมือนการตั้งรัฐบาลของคณะรัฐประหาร เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2490 ที่คณะรัฐประหารไปเชิญนายควง อภัยวงศ์ มาตั้งรัฐบาลเพื่อ “ขัดตาทัพ” ชั่วคราว หลังจากนั้นเพียง 4 เดือน คณะรัฐบาลทหารก็เข้ามาจี้ให้นายควง อภัยวงศ์ ลาออกไปฟังเหตุผลและคำอธิบายของผู้นำกลุ่มเสื้อแดงแล้ว แม้จะมีตรรกะอยู่บ้าง แต่เหตุผลดูจะอ่อนเต็มที และดูจะเป็นเพียงข้ออ้างบังหน้าเท่านั้น
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการเมืองไทยตั้งแต่อดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน ยังตกอยู่ในวังวนของวงจรอุบาทว์ และทหารยังเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ว่าฝ่าย
“นักเลือกตั้ง” และภาคประชาชนจะผนึกกำลังกันยึดกุมอำนาจไว้ได้เข้มแข็งเพียงใด ดังเป็นที่ทราบกันดีว่า ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานต่อเนื่องกันถึง 8 ปีเศษ ผู้มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการเจรจาต่อรองกับบรรดานักเลือกตั้ง เพื่อฟอร์มรัฐบาลแต่ละครั้งคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้นำกองทัพไทยในเวลานั้นการที่มีข้อมูลว่ารัฐบาลปัจจุบันตั้งขึ้นโดยอำนาจของฝ่ายทหาร และฟอร์มกันขึ้นในค่ายทหาร แม้จะเป็นความจริงก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ใน
“ระยะเปลี่ยนผ่าน” (Transition) ของระบบการเมืองไทย ที่มาในลักษณะดังกล่าวจึงไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอที่รัฐบาลจะต้องลาออกหรือยุบสภา เพื่อ “คืนอำนาจให้ประชาชน” ตามที่ผู้นำคนเสื้อแดงเรียกร้อง เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว การฟอร์มรัฐบาลไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลขึ้นได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่จะต้องผ่านกระบวนการที่เป็นทางการ คือ การลงมติในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีอันที่จริงก่อนหน้านั้นกลุ่มคนเสื้อแดงได้อ้างด้วยว่ารัฐบาลนี้มาจากกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย คือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ซึ่งร่างขึ้นโดยอำนาจเผด็จการทหาร หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 แต่เมื่อถูกโต้แย้งว่ารัฐบาลก่อนหน้านั้นทั้งสองรัฐบาล คือรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ล้วนมาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 หลังจากนั้นก็ดูจะไม่มีการอ้างเหตุผลในประเด็นนี้อีก เพราะบรรดาผู้นำคนเสื้อแดงไม่เคยจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชายแต่อย่างใด
น่าสังเกตว่า ประเด็นการฟอร์มรัฐบาลในค่ายทหารนี้ น่าจะเป็นประเด็นสำคัญของผู้นำคนเสื้อแดง และน่าจะเชื่อมโยงกับการจงใจยิงระเบิดเอ็ม 79 จำนวนถึง 6 นัด เข้าไปในค่ายทหารดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 15 มี.ค. ช่วงเดียวกับที่กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนบุกไปที่หน้าค่ายทหารอีกแห่งหนึ่งที่เป็นที่ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบของรัฐบาล
ความจริงสถานภาพของรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย มีความเลวร้ายกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ในประเด็นสำคัญคือ ทั้งที่มาและพฤติกรรมแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เป็นรัฐบาลนอมินีของระบอบทักษิณ แต่ไม่ปรากฏว่าบรรดาผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาต่อต้าน ซ้ำร้ายเมื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาชุมนุมต่อต้าน กลับมีการออกมาก่อกวนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ได้บริหารประเทศมาเป็นเวลาปีเศษสามารถแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศได้ดี จนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว และที่สำคัญคือ สามารถดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้ดี แม้จะมีการชุมนุมเรียกร้องและก่อกวนถึงขั้นก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว และในช่วงที่มีการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่หลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีก แต่ก็มิได้เกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้น
การที่ผู้นำของคนเสื้อแดงจัดการชุมนุมขึ้นครั้งนี้ แม้จะพยายามประกาศว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดียึดทรัพย์ แต่ช่วงจังหวะของการชุมนุมทำให้ผลการสำรวจโพลออกมาพบว่าประชาชนจำนวนมาก เชื่อว่าเป็นการชุมนุมเรียกร้องเพื่อคนคนเดียว และเมื่อมีการชุมนุมเรียกร้องขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาแสดงตัวเป็นผู้มีบทบาทสำคัญชี้นำการชุมนุมเรียกร้องอย่างโจ่งแจ้ง ตอกย้ำความเชื่อของฝ่ายประชาชนว่าแท้จริงแล้ว การชุมนุมเรียกร้องครั้งนี้ทำไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร
เหตุผลต่างๆ ที่บรรดาผู้นำคนเสื้อแดงหยิบยกขึ้นมาอธิบาย จึงเป็นเพียงข้ออ้างบังหน้าเท่านั้น เหตุผลที่แท้จริงก็คือ ไม่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำรัฐบาล สร้างคะแนนนิยมเหนือพวกตนต่อไปในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้นั่นเอง







