
ปิดฉากกก.เยียวยาไฟใต้อดุลย์เข้มหมายจับสกัดจับป่วน
การประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องมาจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเมื่อวานนี้ ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายหลังตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมาร่วม 1 ปี โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการชุดนี้ ได้เสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเสียชีวิต รายละ 7 ล้านบาท
การประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องมาจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเมื่อวานนี้ ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายหลังตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมาร่วม 1 ปี โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการชุดนี้ ได้เสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเสียชีวิต รายละ 7 ล้านบาท
ทั้งนี้ ก่อนปิดฉากลง ที่ประชุมได้เสนอตั้งคณะกรรมการเยียวยาฯ ชุดใหม่ ที่จะมาทำงานสานต่อ 5 ข้อหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาคุณภาพชีวิต ดูแลผู้สูญเสีย ฟื้นฟูสมรรถภาพ 2.สร้างความวางใจไว้ใจ ลงพื้นที่ ดูแลสวัสดิการ การศึกษา ซ่อมที่อยู่อาศัย 3.ลดเงื่อนไขความรุนแรง โดยการพบปะพูดคุยปัญหาต่างๆ ให้มากขึ้น 4.พัฒนาประสิทธิภาพและการประเมินผลการทำงาน และ 5.การสื่อสารสร้างความเข้าใจกับคนในพื้นที่ คนในประเทศและนอกประเทศ
ด้านสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุถี่ยิบรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่ยืดเยื้อมากว่า 3 สัปดาห์ อย่างคำขู่ให้หยุดงานวันศุกร์ ซึ่งล่าสุดลุกลามบานปลายไปยังกลุ่มรถตู้โดยสารระหว่างจังหวัดที่หยุดให้บริการ ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ต้องเดินทาง
ยิ่งความหวาดกลัวคงอยู่นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะท้อนความล้มเหลวของอำนาจรัฐ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองเป็นพื้นที่ต้องระวังในวันศุกร์มากที่สุด มีจุดเสี่ยงประมาณ 10-15 จุด
สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นใช่เพียงแต่คำขู่หยุดงานวันศุกร์ แต่ยังตามมาด้วยคาร์บอมบ์กลางตลาดสายบุรี จ.ปัตตานี และล่าสุดการก่อเหตุสังหารทหารพราน อาสาสมัครรักษาดินแดน และชาวบ้านไทยพุทธอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ ซึ่งลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้เมื่อวานนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุระเบิดในย่านชุมชน ให้ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย
“สถานการณ์ปัจจุบันที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นนั้น ก็จะต้องปฏิบัติในเชิงรุกติดตามจับกุม การควบคุมต่างๆ ส่วนกรณีกลุ่มคนร้ายพุ่งเป้าหมายไปยังประชาชนโดยเฉพาะชาวไทยพุทธนั้น จะมีการประสานงานกับฝ่ายแผนเพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งด้วย” ผบ.ตร. กล่าว
สำหรับปัญหาคำขู่หยุดงานวันศุกร์ ผบ.ตร. ยืนยันว่า ขณะนี้พอทราบตัวคนร้าย คาดว่าคงไม่นาน ขณะนี้ได้ประสานกับผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ให้ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับคำพูดที่บิดเบือนต่างๆ โดยเฉพาะหยุดวันศุกร์ คาดว่าคงใช้เวลาทำความเข้าใจกับประชาชนสักระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ชายแดนภาคใต้ก็ยังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง ช่วงบ่ายวานนี้ คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องซุกซ่อนในจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง จอดไว้ริมถนนสายยะหาปะแต ม.5 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา และจุดระเบิดเมื่อรถกระบะลาดตระเวนทหารพราน ร้อย ร. 4714 ผ่านมา
แรงระเบิดทำให้ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 9 นาย และในระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือทหารพรานทั้ง 9 นาย คนร้ายได้กดระเบิดลูกที่สอง ที่วางไว้ริมถนนห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ







