posttoday
พระพิรุณไม่เข้าไทย อีสานขอฝนหลวง

พระพิรุณไม่เข้าไทย อีสานขอฝนหลวง

10 ตุลาคม 2555

ข้อกังวลสถานการณ์น้ำน่าจะคลายลง หลังพายุแกมีผ่านพ้นโดยไม่สร้างผลกระทบมากนัก ขณะที่ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ข้อกังวลสถานการณ์น้ำน่าจะคลายลง หลังพายุแกมีผ่านพ้นโดยไม่สร้างผลกระทบมากนัก ขณะที่ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่าพายุโซนร้อนพระพิรุณซึ่งพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับหนึ่ง บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ทางทิศตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ จะไม่เข้ามาส่งผลกระทบกับประเทศไทย

ขณะที่ ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ก็ยืนยันว่า พายุพระพิรุณมีการเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือแล้ว จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย สำหรับพายุแกมีถือว่าหมดห่วงไปแล้ว แต่สำหรับพื้นที่ภาคกลางตอนล่างลงมาถึงภาคใต้ก็จะยังคงมีฝนตกจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำ และเมื่อถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. สถานการณ์ก็ไม่มีอะไรที่น่าวิตกแล้ว

ฝนผ่านไป แต่ลมหนาวและภัยแล้งก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตากันต่อไป ขณะที่ความเห็นทางวิชาการเชื่อว่าแม้ลมหนาวจะมาเร็ว แต่ก็ไม่ทำให้หนาวจัดถึงขั้นมีหิมะตกในพื้นที่ภาคเหนือ

พระพิรุณไม่เข้าไทย อีสานขอฝนหลวง

 

จิรพล สินธุนาวา อาจารย์คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า แม้ว่าจะเคยเกิดหิมะตกในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. 2498 และ 2501 ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แต่สำหรับปีนี้คาดว่าลมมรสุมไม่น่าจะนำความชื้นขึ้นถึงภาคเหนือ และลมจากขั้วโลกเหนือยังไม่แรงเพียงพอ เพราะปัจจัยที่จะทำให้เกิดหิมะได้คืออุณหภูมิและความชื้นในอากาศ ซึ่งต้องอากาศเย็นจัดแผ่ลงมาจากขั้วโลกเหนือแล้วปะทะกับอากาศเย็นจัดในประเทศไทยเท่านั้น

อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ก็เห็นว่าถึงแม้ประเทศไทยจะเย็นและชื้นใกล้เคียงกับพม่าและเวียดนามซึ่งมีหิมะ แต่ความสูงของพื้นที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ 3,000 เมตรที่จะเกิดหิมะ สูงสุดที่ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สูงแค่ 2,500 เมตรเท่านั้น

“คาดว่าอุณหภูมิต่ำสุดของประเทศปีนี้จะอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส มีโอกาสเกิดแม่คะนิ้งตามยอดดอย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในปีหน้าไทยอาจต้องเจอเอลนินโญ ส่วนภัยแล้งรุนแรงอาจเกิดขึ้นได้”

เช่นเดียวกับ เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ก็เห็นว่าภาวะที่ประเทศไทยกำลังจะเผชิญคือเอลนินโญ หรือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้สภาพอากาศร้อนและแล้ง

“หน่วยงานวิจัยของญี่ปุ่นคาดการณ์อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลในช่วง 3 เดือนจากนี้ไปจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้อากาศร้อนขึ้นตามไปด้วย โดยจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย”

ข้อมูลจากนักวิชาการเหล่านี้ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า หนาวอาจแค่ลวงตา แต่ภัยแล้งนั้นน่าจะเป็นของจริง โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศส่วนใหญ่ระดับน้ำกักเก็บมีเพียงครึ่งหนึ่งของความจุ ขณะที่น้ำในแม่น้ำสายหลักต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์น้อยและมีแนวโน้มลดลง ล่าสุดหลายจังหวัดเริ่มร้องขอการทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง

ในที่ประชุมวุฒิสภา วันที่ 9 ต.ค. สิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล สว.กาฬสินธุ์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายขอให้รัฐบาลเร่งทำฝนหลวง เนื่องจากกาฬสินธุ์แล้งหนักที่สุดในรอบ 20 ปี น้ำในเขื่อนลำปาวเหลือแค่ 24% ทั้งยังมีการประกาศงดการส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรกว่า 3 แสนไร่ ดังนั้นคาดว่าฤดูแล้งนี้จะขาดแคลนน้ำค่อนข้างมาก

ด้าน วีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผวจ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ได้ประกาศให้พื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย นาดูน และยางสีสุราช เป็นพื้นที่ภัยแล้งแล้ว พร้อมดำเนินการขอฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหา

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ