
มัดนพ.สุพัฒน์พันฆ่าฝังศพ
คนงานชาวกะเหรี่ยง พยานปากสำคัญ ระบุ เคยถูกหมอสุพัฒน์ซ้อมปางตาย
คนงานชาวกะเหรี่ยง พยานปากสำคัญ ระบุ เคยถูกหมอสุพัฒน์ซ้อมปางตาย
เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 7 ได้สอบปากคำพยานคนสำคัญ คือนายโย่ง อายุ 24 ปี อดีตคนงานชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเคยทำงานอยู่กับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของ 2 สามีภรรยา ชาว จ.เพชรบุรี
นายโย่ง ระบุว่า มีคนงานทำงานอยู่ที่ไร่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ 2-3 คน ทุกคนมักเข้าไปดูโทรทัศน์ห้องภรรยาพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์เป็นประจำ จนวันหนึ่งพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ มาเห็นแล้วไม่พอใจ จึงพาตัวไปซ้อมทรมาน รัดคอด้วยเชือก และถือปืนยาวขู่ตลอดเวลา
“วันนั้นทั้งผมและเพื่อนอีกคนคือนายตั้น ถูกซ้อมจนสลบคากองข้าวโพด เมื่อฟื้นจึงรีบหนีไป และไม่กล้ากลับไปไร่อีกเพราะกลัวถูกฆ่า ส่วนนายตั้นขณะนี้ยังไม่รู้ชะตากรรม” นายโย่ง กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส.ภ.7 กล่าวว่า ขณะนี้พยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ด้านนายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ กล่าวว่า จดหมายที่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์กล่าวหาว่าตนเองได้หลอกมารดาให้โอนที่ดินเป็นเงิน 200 ล้านบาทนั้นไม่เป็นความจริง
นอกจากนี้ นายสุเทพยังปฏิเสธเรื่องที่ถูกปลดออกจากคณะกรรมการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพราะทุจริตเงิน 400 ล้านบาท เพราะหากผิดจริงก็ต้องเป็นคดีแล้ว และยืนยันว่ามารดาไม่ได้เป็นโรคอัลไซเมอร์จนถึงขั้นเรียกชื่อลูกผิด
พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าไม้รวก กล่าวว่า จดหมายฉบับนี้ไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน ส่วนการขุดศพในไร่ยังไม่พบเบาะแสเพิ่ม จึงต้องยุติไว้ชั่วคราวก่อน
นายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดานายสามารถ นุ่มจุ้ย ที่หายตัวไปพร้อมภรรยา กล่าวว่า แม้จะยุติการขุดค้นหาศพแล้ว แต่ยังเชื่อมั่นว่าศพบุตรชายและสะใภ้ต้องถูกฝังอยู่ในไร่แน่นอน นอกจากนี้ขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักนายสุเทพมาก่อน







