
หึงโหด จุดจบแห่งรักด้วยความตาย
ด้วยความรักและความหึงหวง เป็นชนวนเหตุนำไปสู่ความตาย เหตุการณ์ของชายหญิงคู่หนึ่งที่ต้องจบชีวิตลง
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
ด้วยความรักและความหึงหวง เป็นชนวนเหตุนำไปสู่ความตาย เหตุการณ์ของชายหญิงคู่หนึ่งที่ต้องจบชีวิตลง เมื่อฝ่ายชายซึ่งเป็นเสี่ยใหญ่ชาวจีนตามง้อสาวไทยคนรักมานาน ด้วยแรงพิษแห่งความปรารถนาครอบครอง เมื่อสาวเจ้าปันใจไม่ยอมคืนดี เสี่ยใหญ่จากแดนมังกรจึงตัดสินใจลั่นกระสุนจากปืนพกที่เพิ่งจะซื้อมาเข้าใส่เธอ พร้อมกับปลิดชีพตัวเองตายตามกันไปคาห้องเช่าในอพาร์ตเมนต์ย่านสมุทรปราการ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เมื่อ พ.ต.ท.มงคล พฤกษชาติ พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในเลิศสกุล อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 1526 หมู่ 4 ซอยเทพารักษ์ 10 เมื่อไปตรวจที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.พัชรินทร์ เชื้อขำ อายุ 38 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ที่หน้าประตู ขมับด้านขวามีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน .38
ไม่ห่างกันนักยังมีศพของนายตี๋ แซ่ลี้ อายุ 44 ปี สัญชาติจีน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน นอนคว่ำกอดกับศพขณะที่ทูตมรณะปืนลูกโม่ .38 ยังคงแน่นกระชับอยู่ในมือของนายตี๋
ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในห้องพักที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรม พบจดหมายลาตายและบ่งบอกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุฆ่ากันตาย เขียนไว้ด้วยภาษาไทย ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเจ้าของลายมือคือนายตี๋
“เธอให้พี่สาวผมมาพูดว่าไม่ต้องมายุ่งกับเธออีก ช่วยไม่ได้ เธอต้องตายเป็นเพื่อนผม ผม เธอ ไอ้หมอนั่นต้องตายด้วยกัน” เนื้อความในจดหมายตัดพ้อถึงแรงรักที่นำไปสู่ความตาย
พ.ต.ท.มงคล เปิดเผยว่า นายตี๋เคยแต่งงานกับ น.ส.พัชรินทร์ ทั้งสองคนมีอาชีพค้าขายที่ตลาดนัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง แต่ด้วยความหึงหวงของนายตี๋ ทำให้ น.ส.พัชรินทร์ ขอเลิกราไปเมื่อ 8 ปีก่อน แต่นายตี๋ก็ยังคงติดตามและขอคืนดีกับ น.ส.พัชรินทร์ ปัญหาความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงซับซ้อนมากขึ้น เมื่อนายตี๋ล่วงรู้ว่ามีชายหนุ่มมาติดพันอดีตคนรัก และความรักที่มีอารมณ์หึงหวงเป็นเจ้าเรือนก็ก่อโศกนาฏกรรม
คืนวันเกิดเหตุ นายตี๋ได้เข้าไปพูดคุยเจรจาขอคืนดีกับ น.ส.พัชรินทร์ อีกครั้ง แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธ ทำให้นายตี๋โมโห ประกอบกับเพิ่งไปซื้อปืนเถื่อนมาในราคา 3.5 หมื่นบาท จึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงเข้าใส่ที่ขมับขวาของ น.ส.พัชรินทร์ เสียชีวิตคาที่ ก่อนที่นายตี๋จะประคองร่างของหญิงสาวอันเป็นที่รักไว้ในอ้อมกอด จากนั้นก็ลั่นกระสุนเข้าที่ขมับของตัวเองเสียชีวิตตามกันไป
ฤทธิ์แห่งความหึงหวงที่หลายเหตุการณ์ต้องนำไปสู่จุดจบด้วยความรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตกัน เรื่องนี้ในด้านจิตวิทยาถือว่ามีความสำคัญอยู่ไม่น้อย ดังนั้นหากคนรักปฏิเสธตัวเอง จะมีวิธีหาทางออกในแง่บวกได้อย่างไร
พ.ต.ท.พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล จิตแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบายถึงพฤติกรรมแห่งความหึงหวงคนรักจนเป็นชนวนเหตุแห่งความรุนแรงว่า เป็นเพราะคนเราเมื่อไปรักใครแล้วไม่มีการตอบรับ ก็ยิ่งจะทำให้เกิดความเสียใจตามมา แต่ทั้งที่จริงแล้วหากเรารักเขาจริงๆ ก็สามารถเกิดเป็นความรักที่สวยงามได้ แต่ปัจจุบันเกิดความอยากครอบครอง เมื่อไม่ได้ดังหวังก็กลายเป็นชนวนเหตุที่เกิดความรุนแรง
“เรื่องอกหักถือเป็นเรื่องที่ธรรมชาติ หากเกิดขึ้นกับเราแล้วก็ควรจะมีสติ คิดถึงตัวเองให้มาก อย่าใช้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล ที่สำคัญคืออย่าวู่วามเด็ดขาด เพราะหากมีความรุนแรงเข้ามา การแก้ไขปัญหาก็จะยิ่งยุ่งยากขึ้น หรืออย่าอยู่คนเดียว เพราะจะยิ่งทำให้ความคิดฟุ้งซ่าน ควรปรึกษาเพื่อนหรือพูดคุยกับครอบครัวเพื่อให้เกิดทางออกร่วมกัน แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ควรจะต้องเข้ามาพบจิตแพทย์” พ.ต.ท.พญ.อัญชุลี กล่าว
พิษรักแรงหึงที่เป็นชนวนเหตุให้เกิดการฆาตกรรม หรือแม้แต่การฆ่าตัวตาย ปัญหานี้แน่นอนว่ามีทางออกให้กับบุคคลที่กำลังประสบปัญหาเสมอ อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะเลือกทางออกไหนที่ดีที่สุด
แม้ความรักอาจไม่จบลงความด้วยสุข แต่ก็ไม่สมควรที่จะเกิดโศกนาฏกรรม







