
ตร.ได้ตัวพยานสำคัญเผยหมอซ้อมคนงาน
ตำรวจภาค7เผยได้ตัวอดีตคนงานหมอสุพัฒน์ เผยถูกหมอสั่งให้เพื่อนคนงานซ้อมจนสลบหลังไม่พอใจเข้าไปนอนดูทีวีในห้องภรรยา
ตำรวจภาค7เผยได้ตัวอดีตคนงานหมอสุพัฒน์ เผยถูกหมอสั่งให้เพื่อนคนงานซ้อมจนสลบหลังไม่พอใจเข้าไปนอนดูทีวีในห้องภรรยา
เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 9 ต.ค. ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 7 ได้นำตัวนายโย่ง อายุ 24 ปี อดีตคนงานชาวกะเหรี่ยง ที่เคยทำงานอยู่กับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตแพทย์ รพ.ตำรวจ ผู้ต้องหาพัวพันคดีการหายตัวไปของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สามีภรรยา ชาวจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญคนหนึ่งที่หลบไปทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่งย่าน อ.พระสุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ มาที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมจัดหาสถานที่ให้ นายโย่ง อยู่อย่างปลอดภัยในฐานะพยานสำคัญ
พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส.ภ.7 กล่าวว่า การพบตัวนายโย่งครั้งนี้หลังทราบว่านายโย่งเคยเป็นคนงานทำงานอยู่ในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เมื่อประมาณหลายปีก่อน หลังพบตัวและได้พูดคุยกันซึ่งนายโย่งที่ฟังและพูดภาษาไทย ให้การว่า เป็นคนงานของหมอโดยหมอไปรับที่พม่ามาเป็นคนงานแต่ไม่เคยได้รับเงินเดือน แต่หมอได้ให้ใช้ครั้งละ ร้อย สองร้อยบาท เท่านั้น ขณะทำงานอยู่กับหมอที่ไร่ยังมีคนงานชาวพม่าชาวกะเหรี่ยงอยู่ด้วยอีก 2-3 คน
นอกจากนี้ยังน.ส.วิลสา จันทรบัญชร ซึ่งเป็นภรรยาของหมอจะเป็นผู้ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ ซื้อหาเสื้อผ้าให้คนงานทุกคนสวมใส่ และคนงานทุกคนก็มักจะเข้าไปดูทีวีในห้องของน.ส.วิลสา เป็นประจำ ต่อมาวันหนึ่ง หมอมาพบคนงานคือนายตั้น หรือต้น หรืออีต้า เพื่อนคนงานชาวกะเหรี่ย นอนดูทีวีอยู่ในห้องของน.ส.วิลสา ทำให้หมอไม่พอใจต่อว่าน.ส.วิลสา จนหนีหายไปหลายวัน
จากนั้นหมอกับนายกะลา ได้ไปเรียกเพื่อนคนงานคนดังกล่าวคือนายตั้น ที่นอนอยู่กับนายโย่งในห้อง พาตัวออกมาซ้อมและทรมานรัดคอด้วยเชือกโดยหมอถือปืนยาวคอยขู่และมีนายกะลาช่วยจับ ซึ่งนายโย่งบอกว่า วันนั้นทั้งเขาและนายตั้น เพื่อนคนงานถูกซ้อมจนสลบคากองข้าวโพด เมื่อฟื้นจากสลบเห็นเพื่อนคนงานคือนายตั้น ยังสลบอยู่ตัวนายโย่งจึงหนีไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนคนงานที่อยู่กับนายจ้างอีกไร่หนึ่งที่อยู่ติดกันกับไร่หมอ จากนั้นก็หนีกลับบ้านที่พม่าไม่กล้ากลับมาอีกเพราะกลัวถูกฆ่า แล้วก็ไม่รู้ชะตากรรมของนายตั้น เพื่อนคนงานที่ถูกหมอซ้อมอีกเลย
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า จากที่ได้พูดคุยสอบถามนายโย่งอดีตคนงานของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ได้เล่าว่า หลังจากหนีตายไปจากหมอ ก็ได้กลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาโดยทำพาสปอร์ตเข้ามาและไปทำงานอยู่ที่ พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการจนเจ้าหน้าที่สืบทรายจึงเชิญตัวมาเป็นพยาน ซึ่งจากการให้ข้อมูลของนายโย่ง ถือว่านายโย่งเป็นผู้เสียหายกรณีย์ถูกหมอทำร้ายร่างกายและคดีก็ยังไม่หมดอายุความ
"คดีนี้น่าจะเป็นหนังเรื่องยาว และพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวพันกับหมอเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้พยานสำคัญๆทั้งนายกะลา เมียนายกะลาพร้อมลูกๆของนายกะลาอยู่ในความคุ้มครองดูแลของตำรวจหมดแล้ว รวมทั้งนายโย่ง อีกคนจะได้รับการคุ้มครองในฐานะพยานสำคัญและเป็นผู้เสียหายด้วย ส่วนโครงกระดูกที่ขุดพบในไร่ของหมอยังไม่ทราบว่า เป็นกระดูกของคนงานชาวกะเหรี่ยง หรือกระดูกของนายตั้น เพื่อนคนงานที่ถูกหมอจับมาซ้อมพร้อมนายโย่งหรือไม่ ซึ่งนายโย่งเองก็ไม่ทราบชะตากรรมของ นายตั้น เช่นกัน"พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว
นอกจากนี้มีรายงานว่า พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบก.สส.ภ.7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ชวน ชิตประเสริฐ ผกก.3 บก.สส.ภ.7 และพ.ต.ท.สมบูรณ์ มั่นคง สว.สส.ภ.7 ยังเข้าพูดคุยกับนายโย่ง อดีตคนงานชาวกะเหรี่ยง อยู่ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 โดยยังไม่ให้สื่อมวลชนเข้าพบ ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวนายโย่งไปอยู่ยังที่ที่ปลอดภัย และให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าไม้รวก สอบปากคำไว้เป็นหลักฐานต่อไป







