
“ธีระชน” ฟ้องหมิ่น “ภักดีหาญส์”
“ธีระชน” ฟ้องหมิ่น “ภักดีหาญส์” กล่าวหา 3 โครงการไม่โปร่งใส ยันทุกโครงการทำตามระเบียบราชการทุกประการ
“ธีระชน” ฟ้องหมิ่น “ภักดีหาญส์” กล่าวหา 3 โครงการไม่โปร่งใส ยันทุกโครงการทำตามระเบียบราชการทุกประการ
เมื่อวันที่ 9 ต.ค.55 เวลา 11.00 น. นายอัศวัชร์ อภัยวงศ์ ที่ปรึกษา นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า นายธีระชน ได้มอบหมายให้ นายจงกล วิสุทธิสิงห์ ทนายความ ยื่นฟ้องดำเนินคดี นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อศาลอาญา ฐานหมิ่นประมาท ที่นำเรื่องที่เป็นเท็จมาแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนหลายฉบับว่านายธีระชน ได้ดำเนินโครงการต่างๆ แบบไม่โปร่งใส จนทำให้เกิดความเสียหาย ขาดความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชน ทั้งๆ ที่ นายธีระชน ปฏิบัติหน้าที่ราชการจำเป็นต้องได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จากผู้ว่าฯ กทม. และจากข้าราชการกทม.ทุกระดับ ซึ่งที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยทำความเสื่อมเสียแก่องค์กรแต่ประการใด
ทั้งนี้มีหลายโครงการที่นายธีระชนถูกกล่าวหาจากนายภักดีหาญส์ ได้แก่ 1.โครงการเช่ารถเก็บมูลฝอย จำนวน 3 โครงการ เป็นงานในกำกับของสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งนายธีระชน ไม่เคยได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจจากผู้ว่าฯ กทม. ให้ดูแลและสั่งการในสำนักดังกล่าว
ส่วน 2.โครงการดูดล้างท่อขนาด 3 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 42 คัน เป็นโครงการที่ต้นเรื่องมาจากสำนักงานเขตต่างๆ ที่ร้องขอให้ทางสำนักงานระบายน้ำพิจารณา แบะได้เสนอของบประมาณจึงได้ดำเนินการจัดซื้อด้วยวิธีการประกวดราคาผ่านระบบอิเล็คทรอนิค (อีอ๊อกชั่น) ตามระเบียบราชการทุกขั้นตอน และปัจจุบันยังคงใช้งานตามปรกติไม่ใช่เป็นการเอาไปยัดเยียดให้เขตต่างๆ ตามที่กล่าวหา ซึ่งปัจจุบันมี 8 เขตที่ยังไม่มีรถดังกล่าวได้แจ้งความประสงค์ขอให้จัดหาเพิ่มเติม และ 3.โครงการจัดซื้อรถบดสั่นสะเทือนล้อเหล็ก จำนวน 5 ชุด รถขุดตีนตะขาบแขนยาวพร้อมหัวคีบตัด จำนวน 2 ชุด รถไสผิวถนน ขนาดความกว้างหัวไสไม่น้อยกว่า 2 เมตร พร้อมรถเทลเลอร์หัวลากและหางกึ่งหัวลากชานต่ำ ขนาดบรรทุกไม่น้อยกว่า 35 ตัน จำนวน 3 ชุด รวม 1,000 ล้านบาท
"โครงการนี้สำนักการโยธาได้จัดทำโครงการโดยใช้ชื่อว่า โครงการจัดหาเครื่องมือหนักสำหรับใช้ในการซ่อมแซมบำรุงทาง ซึ่งได้ขออนุมัติงบประมาณต่อสภากทม. เพื่อตราเป็นขอบัญญัติกทม. ตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง อีกทั้งการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการนี้เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประมูลด้วยระบบอีอ๊อกชั่น ไม่ใช่การประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ ซึ่งได้มีคณะกรรมการร่างเอกสารการประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการ โครงการนี้เสนอโดยหน่วยงานก่อนที่นายธีระชน จะเข้ามารับผิดชอบสำนักการโยธา นอกจากนี้ยังได้เคยสั่งการให้ตรวจสอบทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนเพื่อให้เกิดความรอบคอบถูกต้อง"นายอัศวัชร์กล่าว
นายอัศวัชร์ กล่าวอีกว่า ทั้ง 3 เรื่องที่นายภักดีหาญส์แถลงไปนั้นตรงข้ามกับความเป็นจริงทั้งสิ้น ซึ่งการที่นายภักดีหาญส์ ได้นำเรื่องดังกล่าวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประชุมคณะรัฐมนตรีมาแถลงต่อสื่อมวลชนเพื่อทำลาย และพาดพิง กทม. ย่อมเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากการหวังผลทางการเมืองที่มีเจตนาทำให้ผู้ว่าฯ กทม.ได้รับความเสียหายในฐานะผู้บริหารกทม. โดยตนอยากฝากเรียนถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า การที่ปล่อยให้รองโฆษก นำเรื่องอันเป็นเท็จมาแถลงเพื่อโจมตีคนอื่นนั้น ย่อมจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อรัฐบาลเอง นานไปเกรงว่าทำเนียบรัฐบาลที่ใช้เป็นที่แถลงข่าว อาจจะกลายเป็นศาลาโกหกได้
อย่างไรก็ตาม กทม.ทำโครงการต่างๆ มากมาย หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทยต้องการตรวจสอบ กทม.ก็พร้อมที่จะชี้แจงทุกเรื่องด้วยเหตุผล แต่หากมากล่าวหากันเลื่อนลอย สร้างข่าวและล้ำเส้นเพื่อแอบแฝงเพื่อหวังผลทางการเมือง กทม.ก็ต้องขอพึ่งอำนาจศาลเพื่อความยุติธรรมในการดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ (กคพ.) เตรียมที่จะนำเรื่องการจ้างเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) เข้าพิจารณาให้เป็นคดีพิเศษนั้น ตนคิดว่าบุคคลที่ทำหน้าที่ กคพ.ชุดใหม่นี้มีหลายท่านที่เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเชื่อถือ ซึ่ง กทม.หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม โดยที่ผ่านมากทม.ได้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปให้ กคพ. ทุกท่านแล้ว ทั้งนี้กทม.ก็ยังไม่ได้มีการกำหนดแนวทางใดๆ ไว้จะต้องรอผลการพิจารณาในวันที่ 10 ต.ค. นี้ก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้มีหลายเรื่องที่มั่นใจว่าเป็นการเล่นการเมืองเพื่อทำลายความเชื่อมั่นในตัวผู้ว่าฯ กทม. ที่จะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า







