
ชงครม.แผนหนี้สาธารณะสัปดาห์นี้
วงเงิน2ล้านล้านนายกฯส่ง‘โต้ง’แจงดีแต่กู้สูงเป็นประวัติการณ์ ดันสัดส่วน47.5%ต่อจีดีพี
วงเงิน2ล้านล้านนายกฯส่ง‘โต้ง’แจงดีแต่กู้สูงเป็นประวัติการณ์ ดันสัดส่วน47.5%ต่อจีดีพี
คลังเข็นแผนบริหารหนี้สาธารณะ 2 ล้านล้านเข้า ครม.รอบใหม่ สัปดาห์นี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้ คลังได้เสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2556 วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ให้ ครม.เห็นชอบ หลังจากที่เลื่อนการพิจารณาสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจาก นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ป่วยไม่มาประชุม ครม.
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ นายกิตติรัตน์ ชี้แจงเรื่องนี้กับ ครม.และสื่อด้วยตัวเอง เพราะเป็นการบริหารหนี้สาธารณะจำนวนมากที่สุดตั้งแต่เคยมีมา เพราะกลัวจะถูกโจมตีว่ารัฐบาลดีแต่กู้สร้างหนี้
สำหรับแผนการบริหารหนี้สาธารณะ 2 ล้านล้านบาท เป็นการบริหารหนี้เก่า 1.04 ล้านล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถชำระเงินต้นได้ จึงต้องขยายเวลาออกไป
ส่วนที่เหลือ 9.59 แสนล้านบาท เป็นการกู้ใหม่ แยกเป็นชดเชยเพื่อการขาดดุลงบประมาณ 3 แสนล้านบาท กู้ตาม พ.ร.ก.บริหารน้ำ 3.4 แสนล้านบาท กู้ตาม พ.ร.ก.กองทุนประกันภัย 4.9 หมื่นล้านบาท และกู้เงินให้รัฐวิสาหกิจ 2.4 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการกู้เงินให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) 1.6 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรับจำนำข้าวรอบใหม่
ทั้งนี้ ตามแผนการกู้เงินดังกล่าว จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยจาก 44% ต่อจีดีพีในปัจจุบัน เพิ่มเป็น 47.5% แต่หากมีการกู้เงินเพื่อรับจำนำข้าวเพิ่มเติมตามเป้าของรัฐบาล 4.05 แสนล้านบาท ก็จะทำให้สัดส่วนหนี้เกิน 50% ของจีดีพี
สาเหตุที่ไม่สามารถใส่การกู้เงินรับจำนำข้าวไว้ในแผนการกู้เงิน 4.05 แสนล้านบาททั้งหมดได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าคลังค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจได้ไม่เกิน 20% ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งในปีงบประมาณ 2556 จะค้ำประกันเงินกู้ได้ 4.8 แสนล้านบาท หากค้ำประกันเงินรับจำนำทั้งหมด จะค้ำประกันเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจอื่นไม่ได้
ปัจจุบันหนี้สาธารณะ 4.89 ล้านล้านบาท มีภาระจ่ายดอกเบี้ยปีละประมาณ 1.6 แสนล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2556 คลังได้รับจัดสรรงบชำระหนี้ 1.7 แสนล้านบาท เป็นการชำระคืนเงินต้น 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลือชำระเป็นดอกเบี้ยทั้งหมด







