posttoday
พาณิชย์ปรับแผนบุก‘อาเซียน-เอฟทีเอ’ดันส่งออก

พาณิชย์ปรับแผนบุก‘อาเซียน-เอฟทีเอ’ดันส่งออก

08 ตุลาคม 2555

“พาณิชย์” ปรับแผนส่งออก เน้นบุกตลาดอาเซียนและตลาดที่ไทยทำเอฟทีเอ

“พาณิชย์” ปรับแผนส่งออก เน้นบุกตลาดอาเซียนและตลาดที่ไทยทำเอฟทีเอ

พร้อมปรับสำนักงานทูตพาณิชย์เป็นศูนย์ให้ข้อมูลด้านการค้าแก่ผู้ประกอบการไทย เล็งนัดประชุมทูตพาณิชย์เร็วๆนี้ ทำเป้าส่งออกปีหน้า

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กรมฯ เร่งปรับแผนผลักดันการส่งออกสินค้าไทยไม่ให้ลดต่ำลงไปกว่านี้ เพราะสัดส่วนการส่งออกของไทยคิดเป็น 70% ของมูลค่าจีดีพีประเทศ โดยขอให้เน้นการผลักดันการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน ก่อนที่จะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะขณะนี้ยังมีการค้าขายระหว่างกันเพียงแค่ 2021% เท่านั้น และตลาดที่ไทยได้ทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสสูงสำหรับการส่งออก เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในตลาดหลัก ทั้งจากสหภาพยุโรป (อียู) สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มว่าจะยิ่งรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ กรมฯ จะจัดทำแผนบุกเจาะตลาด โดยจะแบ่งตลาดอาเซียนออกเป็นตลาดกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม รวมทั้งตลาดอาเซียนอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เพื่อกำหนดแผนการบุกตลาดในแต่ละกลุ่มประเทศ กลุ่มตลาดอาเซียนนี้จะบุกเจาะยังไง วิธีการไหน สินค้าและบริการอะไรที่มีโอกาสจะเข้าไปเจาะตลาดนั้นๆได้

“อีกแค่ 2 ปี อาเซียนจะเป็นเออีซี เราต้องมีแผนและต้องรู้ว่าจะบุกอาเซียนแต่ละประเทศอย่างไร สินค้าไหนหรือบริการไหนที่มีโอกาส โดยกรมฯ จะอัดกิจกรรมเข้าไปช่วย เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกไปอาเซียนได้ ส่วนตลาดที่ไทยทำเอฟทีเอด้วย กรมฯ ก็จะให้ความสำคัญ เพราะเมื่อเจรจาเปิดเสรีกันแล้ว ก็เป็นหน้าที่เราที่จะต้องหาทางผลักดันสินค้าและบริการของไทยเข้าไปขาย” นายศรีรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ กรมฯ จะเร่งการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้มีโอกาสส่งออกให้มากขึ้น โดยมองโอกาสในตลาดอาเซียน ซึ่งต่อไปจะมีข้อมูลให้ทั้งหมด ทั้งข้อมูลด้านการลงทุน กฎระเบียบ ขั้นตอน วิธีการที่จะเข้าไป โดยใช้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศที่ประจำอยู่ในอาเซียนเป็นผู้ดูแล ซึ่งต่อไปจะขยายไปยังตลาดในภูมิภาคอื่นๆด้วย เพราะปัจจุบัน กรมฯ มีสำนักงานในต่างประเทศมากถึง 63 แห่ง บทบาทจะเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่ทำแค่ผลักดันการส่งออก แต่จะดูไปถึงโอกาสในการหาวัตถุดิบและขยายการลงทุนของผู้ประกอบการไทยด้วย

สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการคือ เร่งผลักดันโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการดำเนินการ เพราะสินค้าในกลุ่มอาหารยังมีโอกาสในการขยายการส่งออก แม้ว่าหลายประเทศจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังต้องบริโภค ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดผลักดันให้มีการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกสินค้าโอทอป โดยจะเข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าเพื่อให้ค้าขายได้ และมีโอกาสส่งออกต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน จะนำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) มาใช้เพื่อช่วยโอกาสในการส่งออก เพราะเป็นอนาคตที่การค้าขายจะเป็นดิจิดอล เทรด จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีโอกาสในการค้าขายได้เพิ่มขึ้น และจะเร่งพัฒนารูปแบบและคุณภาพให้กับสินค้า รวมทั้งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าไทย เพื่อสร้างความแตกต่าง และสร้างการยอมรับ โดยที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น การมอบเครื่องหมายไทยแลนด์เทรดมาร์ก (ทีทีเอ็ม) ให้กับสินค้า และไทย ซีเล็กต์ ให้กับร้านอาหารและสินค้าอาหาร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้ จะนัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) เพื่อประเมินและจัดทำเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยในปี 2556 โดยยอมรับว่าปีหน้าการส่งออกน่าจะเจอวิกฤต เพราะหลายๆ ประเทศที่เป็นผู้นำเข้าต่างประเทศปัญหาเศรษฐกิจ แต่กรมฯ มองว่า แม้จะมีวิกฤต แต่ก็มีโอกาสสำหรับสินค้าไทย หากมีการปรับแผนและรูปแบบการทำงานได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น โดยยังมั่นใจว่าการส่งออกในปี 2556 จะยังขยายตัวได้อยู่แต่ตัวเลขจะเป็นเท่าไร จะต้องมีการหารือร่วมกับทูตพาณิชย์ และภาคเอกชนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมก่อน

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในปี 2556 มีประมาณ 463 โครงการ เพิ่มจากปี 2555 ที่ดำเนินกิจกรรมประมาณ 411 โครงการ โดยจะเน้นหนักในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกนำเข้า เช่น การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศ การนำเอกชนเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ 96 งาน การจัดงานแสดงสินค้าไทยในต่างประเทศกับจัดไทยแลนด์เทรดโชว์ในอาเซียนรวม 22 ครั้ง จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าหรือผู้นำเข้าในต่างประเทศ การจัดคณะผู้แทนการค้าเยือนงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศมากกว่า 2,000 ราย เป็นต้น

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล