
บ้าน-รถขึ้นราคา
ที่ดินค่าจ้างเพิ่มดันปีหน้าขยับ5-10%รถยนต์ปรับคันละ3หมื่น-1แสนบาท
ที่ดินค่าจ้างเพิ่มดันปีหน้าขยับ5-10%รถยนต์ปรับคันละ3หมื่น-1แสนบาท
คนไทยเตรียมทำใจ บ้านรถ เตรียมพาเหรดขึ้นราคา รถยนต์ขยับ 3 หมื่น-1 แสนบาท ขณะที่บ้านปีหน้าส่อขึ้นอีก 5-10%
ค่าใช้จ่ายของคนไทยจ่อปรับสูงขึ้นอีกแล้ว จากนโยบายของรัฐบาลและต้นทุนการก่อสร้างที่ขยับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้ารถยนต์นั้น หาก ครม.มีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยให้คิดอัตราภาษีตามอัตราการปล่อยค่า CO2 ของรถยนต์แต่ละประเภทนั้นจะทำให้ราคารถยนต์นั่งที่มีเครื่องยนต์ขนาดต่ำกว่า 3,000 ซีซี และรถกระบะรวมถึงรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) ต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยตั้งแต่ 3 หมื่น-1 แสนบาท แม้ว่ากรมสรรพสามิตจะให้เวลาค่ายรถยนต์ปรับตัว 3 ปีก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าระยะเวลา 3 ปี จะไม่เพียงพอที่จะให้ค่ายรถยนต์ปรับตัวที่จะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่มาใช้ เพื่อลดค่าไอเสียให้ต่ำกว่าเกณฑ์กำหนด ทำให้ต้องเสียภาษีในอัตราปกติ
ทั้งนี้ รถยนต์ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ รถยนต์นั่งขนาดเครื่องยนต์ 1,600 ซีซี ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดในตลาดรถยนต์เมืองไทย โดยอาจจะต้องปรับราคาขึ้นเฉลี่ยตั้งแต่ 3-6 หมื่นบาทต่อคัน ส่วนรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดยังคงเสียภาษีในอัตราเดิม จึงไม่ได้รับผลกระทบ
ขณะที่รถพีพีวีนั้นคาดว่าจะถูกปรับฐานภาษีขยับขึ้นจาก 20% เป็น 25% ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายขยับขึ้นไปอีกประมาณ 1 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ราคาจำหน่ายลดลงจะเป็นรถยนต์นั่งจากยุโรปที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่คาดว่าจะได้ปรับราคาลงมาประมาณ 5 หมื่นบาท
ด้านราคาบ้านในปีหน้า นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มีแนวโน้มจะปรับราคาขึ้นอีก 5-10% หลังจากปีนี้ได้ทยอยขึ้นราคามาตั้งแต่ต้นปีรวมแล้วกว่า 10% เนื่องจากมีปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนค่าก่อสร้างสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและส่งผลกับราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในปีหน้าโครงการลงทุนภาครัฐจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้า การก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม โครงการรถไฟความเร็วสูงและสาธารณูปโภคอื่นๆ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณการใช้วัสดุก่อสร้างต่างๆ เพิ่มขึ้น ราคาวัสดุก็จะขยับสูงขึ้น คล้ายกับช่วงที่สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับสูงขึ้นมาก
นอกจากนี้ นโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้มีการทุ่มซื้อแรงงาน โดยจ่ายค่าจ้างเพิ่มให้กับแรงงานฝีมือเป็นวันละ 400-500 บาท เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตทั้งระบบปรับตัวขึ้น
“ที่สำคัญคือต้นทุนที่ดินที่ปรับขึ้นมาต่อเนื่องไม่เฉพาะที่ดินในเมือง แต่ได้มีการปรับราคาขึ้นไปตามแนวรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างทำให้บ้านแนวราบก็ได้รับผลกระทบด้วย เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ราคาทาวน์เฮาส์จากก่อนที่ยังมีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เริ่มขยับขึ้นเป็น 1-1.2 ล้านบาท จนขณะนี้ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท ยิ่งถ้าอยู่ใกล้เมืองราคาวิ่งไปถึง 4-5 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมระดับกลางที่เคยมีราคาเริ่มต้นที่ 3-4 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันราคาเริ่มที่ 7-8 หมื่นบาทต่อตารางเมตร” นายอิสระ กล่าว







