
ไฟไหม้เรือบรรทุกแก๊สใกล้เกาะภูเก็ต
เพลิงไหม้เรือบรรทุกแก๊สแอลพีจีและน้ำมันเตากลางอันดามันใกล้เกาะภูเก็ตเสียหาย20ล้านบาท
เพลิงไหม้เรือบรรทุกแก๊สแอลพีจีและน้ำมันเตากลางอันดามันใกล้เกาะภูเก็ตเสียหาย20ล้านบาท
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 7 ต.ค.พ.ต.ท.ประเสริฐ ศรีคุณรัตน์ รอง.ผกก.8 บก.รน.ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สว.ประจำเรือตรวจการณ์ 814 หรือเรือคุณพุ่ม ขณะกำลังลาดตระเวนในน่านน้ำบริเวณอ่าวตะเภาใหญ่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ห่างจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต อ.เมืองราว 2 กม.ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือบรรทุกแก๊สแอลพีจีและน้ำมันเตาขณะจอดลอยลำ โดยมีลูกเรือกำลังยืนโบกมือขอความช่วยเหลืออยู่บนเรือ จึงนำเรือเทียบบริเวณข้างเรือเพื่อช่วยเหลือลูกเรือจำนวน 1 คน ทราบชื่อคือ นายภานุรัตน์ รักษ์ชล อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/3 หมู่ 7 ต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด
จากนั้นได้ประสานไปยังทัพเรือภาคที่ 3 และกรมเจ้าท่าระดมเรือดับเพลิงเข้าระงับเพลิงอย่างเร่งด่วนจากการตรวจสอบทราบว่า เรือบรรทุกแก๊สแอลพีจีลำดังกล่าวชื่อกันธิชา สัญชาติไทย มีขนาดความยาวราว 20 เมตร กว้าง 8 เมตร เป็นเรือเหล็กขนาดความสูงราวตึก 6 ชั้น บริเวณด้านหน้าเรือมีถังบรรจุแก๊สแอลพีจีสีขาวจำนวน 2 ถังๆ 10 ล้านลิตร บริเวณด้านท้ายเรือมีห้องเก๋ง-ห้องสื่อสาร โดยมีเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างหนักภายในห้องวิทยุ จากนั้นทัพเรือภาคที่ 3 ส่งเรือ ต.991-เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนและหน่วยปฏิบัติการพิเศษพร้อมเรือยาง-ถังดับเพลิง ร่วมกับตำรวจน้ำภูเก็ตรุดไประงับเพลิง แต่ได้รับแจ้งจากนายภานุรัตน์ลูกเรือที่รอดชีวิตว่า มีถังแก๊สที่อาจระเบิดได้ทุกเวลาอยู่บนเรือ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถอยกำลังกลับขึ้นเรือตรวจการณ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลวิชิต-เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ภูเก็ต พร้อมเรือดับเพลิงประจำท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ตรุดไประงับเพลิง โดยขณะระดมฉีดน้ำ เพื่อระงับเพลิงที่กำลังลุกไหม้บริเวณห้องวิทยุและห้องเก๋งบริเวณท้ายเรือ ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ซึ่งคาดว่าอาจเป็นถังแก๊สหุงต้มหรือถังดับเพลิงบนเรือที่ถูกเพลิงเผาไหม้ โดยใช้เวลาราว 2 ชม.จึงควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบริเวณถังแก๊สแอลพีจี แม้ว่าจะไม่มีแก๊สแล้วก็ตาม เนื่องจากถูกขายไปก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุราว 2 เดือน แต่ยังคงมีน้ำมันเตากว่า 5,000 ลิตร และน้ำมันดีเซลอีกกว่า 200 ลิตร ถูกบรรจุอยู่ภายในเรือลำดังกล่าว
ทั้งนี้ จากการสอบถามนายภานุรัตน์ ลูกเรือ ทราบว่าเรือลำดังกล่าวจอดลอยลำเพื่อขายแอลพีจีเมื่อราว 2 เดือนที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุแอลพีจีไม่มีแล้ว เหลือแต่น้ำมันเตากว่า 5,000 ลิตร และน้ำมันดีเซลอีก 200 ลิตร โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องสื่อสารชั้น 2 ของเรือ ขณะเกิดเหตุนายภานุรัตน์อยู่บนเรือเพียงลำพัง กำลังเช็กเครื่องยนต์เรืออยู่ที่ห้องเครื่องชั้นล่างของเรือ หลังตรวจสอบเสร็จได้ขึ้นมาข้างบน และพบเห็นกลุ่มควันไฟลอยพวยพุ่งออกมาจากห้องสื่อสารเป็นจำนวนมาก จึงได้วิ่งไปที่หัวเรือและโบกมือขอความช่วยเหลือ โชคดีมีเรือตรวจการณ์ของตำรวจน้ำภูเก็ตผ่านมาพอดี จึงช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ส่วนลูกเรือที่เหลืออีก 3 คน ขึ้นไปพักบนฝั่งก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้าของวันเดียวกัน
ทั้งนี้เรือดับเพลิงสามารถระงับเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังตัวเรือโดยรอบได้ทันเวลา โดยเรือลำดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท แต่ความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ราว 20 ล้านบาท ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวน เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องสื่อสาร.







