posttoday
หมอไนติงเกลสู้หวัด 2009 ระบาดพื้นที่ชุมชน

หมอไนติงเกลสู้หวัด 2009 ระบาดพื้นที่ชุมชน

23 มีนาคม 2553

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสมฤตยูไข้หวัดใหญ่ 2009 สะเทือนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังผู้สื่อข่าวโทรทัศน์และอาสาสมัครกระทรวงมหาดไทยจาก จ.เพชรบุรี ติดเชื้อ และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ขณะที่หน่วยแพทย์พยาบาลประชาธิปไตย “ไนติงเกล” ที่ตั้งเต็นท์ให้บริการผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น ด้านหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้มีการลุกลามในกลุ่มผู้ชุมนุม และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อสยบข่าวมิให้ผู้ชุมนุมเกิดความตื่นกลัว

“ป้าติ๋ว” วิรัตน์ พรหมสาขา ณ สกลนคร อดีตพยาบาลวิชาชีพ วัย 62 ปี ในฐานะหัวหน้าหน่วยไนติงเกล ยืนยันว่าตั้งแต่เปิดให้บริการปฐมพยาบาลกลุ่มคนเสื้อแดง ยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หรือมีไข้สูง เชื่อว่าการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นยุทธการกระพือข่าวของรัฐบาล เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความตื่นตระหนกและล่าถอยออกจากถนนราชดำเนิน อีกทั้งผู้ติดเชื้อก็มิใช่ผู้ชุมนุมแต่อย่างใด

ป้าติ๋ว บอกว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีผู้ชุมนุมเป็นหวัด คัดจมูก แต่เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา ด้วยเหตุอากาศที่ร้อนจัด ประกอบกับมีฝนตกในบางวันจนทำให้เจ็บป่วยได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งจากกระทรวงสาธารณสุขประกาศเป็นเขตพื้นที่ควบคุมโรคระบาด แต่ก็ไม่ได้ประมาท ได้มีมาตรการเฝ้าระวังเบื้องต้นด้วยการเตรียมหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือสำหรับแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุม

ทั้งนี้ หน่วยไนติงเกลจัดตั้งขึ้นโดยแกนนำสามเกลอ และหมอเหวง โตจิราการ โดยมีการระดมทีมแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครกว่า 100 คน ทำหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ชุมนุม หากอาการหนักจะประสานหน่วยแพทย์กู้ชีพของวชิรพยาบาล และศูนย์นเรนทรของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียง

เช่นเดียวกับ สุวรรณี คชภูมิ อดีตพยาบาลวิชาชีพ วัย 64 ปี กล่าวว่า เท่าที่พบผู้ป่วยที่มีอาการไอ เจ็บคอ หรือเสียงแหบ ส่วนใหญ่เป็นเพราะใช้เสียงมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยบางรายที่มีอาการไอ จาม และมีน้ำมูกไหล เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้ มิใช่เป็นไข้หวัดใหญ่

สุวรรณี บอกว่า ผู้ชุมนุมป่วยเป็นโรคท้องร่วงมากที่สุด เพราะรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ หรือไปรับอาหารแจกตามเต็นท์ที่ร้อนอบอ้าว หรือเก็บไว้นานเกินไปจนทำให้อาหารเน่าบูดได้ง่าย

พิชชาภัทร์ จารุศิริฐกรณ์ อาสาสมัครหน่วยไนติงเกล วัย 30 ปี กล่าวว่า ทางหน่วยไนติงเกลได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจต่อผู้ชุมนุมถึงไข้หวัด 2009 อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่า หากผู้ชุมนุมมีอาการคล้ายหวัดให้รีบพบแพทย์หรือพยาบาลที่เต็นท์เพื่อจะได้ช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันท่วงที

“ถ้าใครรู้ตัวว่ากำลังป่วยก็ต้องรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่กระจายของเชื้อหวัด และขอให้ผู้ชุมนุมอย่าตื่นตกใจ แต่ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง” พิชชาภัทร์ กล่าว

ด้าน นพ.สราวุฒิ สนธิแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตือนว่า หากประชาชนมีอาการหวัด คัดจมูก หรือมีน้ำมูกไหล ควรพักผ่อนอยู่กับบ้าน ไม่ควรเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด รวมถึงใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ส่วนประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมหากพบว่ามีผู้ป่วยปะปนอยู่ควรหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้

“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในการป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะมาตรการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ซึ่งต้องตอกย้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนมีวินัยในการดูแลสุขอนามัยของตนเอง” นพ.สราวุฒิ กล่าว

ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประสานสำนักการแพทย์และสำนักอนามัยให้จัดชุดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 61 คัน เข้าตรวจสุขภาพผู้ชุมนุม โดยได้ประสานกับทางแกนนำเป็นที่เรียบร้อย เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เนื่องจากการชุมนุมมีการเคลื่อนขบวนไปตามสถานที่ต่างๆ รอบ กทม. ขณะนี้ได้จัดซุ้มให้บริการทางการแพทย์ 6 ซุ้ม โดยให้บริการตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ เจาะเลือด แจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท