
เวียดนามยิ้มชี้รัฐจ่ายค่าโง่รับจำนำข้าว
ทีดีอาร์ไอ ชี้รัฐจ่ายค่าโง่จำนำข้าว เอาภาษีประชาชนไปช่วยส่งออกข้าวเวียดนาม
ทีดีอาร์ไอ ชี้รัฐจ่ายค่าโง่จำนำข้าว เอาภาษีประชาชนไปช่วยส่งออกข้าวเวียดนาม
นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า รัฐบาลควรฟังคำท้วงติงเรื่องนโยบายข้าวจากที่ประธานธนาคารแห่งประเทศไทย และจากนักวิชาการ และควรจะทบทวนนโยบายก่อนที่นโยบายนี้จะเสียหายมากไปกว่านี้
นายนิพนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเอาเงินภาษีของประชาชนไปช่วยการส่งออกข้าวของเวียดนามและอินเดีย เพราะผลจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด นอกจากทำให้ระบบพังแล้วยังทำให้ราคาข้าวส่งออกของไทยแพง เสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินเดีย นอกจากนี้ยังพบว่าข้าวที่ส่งออกไม่ได้มีต้นทุนในการเก็บรักษา และยิ่งเสื่อมคุณภาพ ขายได้ก็ขาดทุนยิ่งไปกว่าเดิม
ทั้งนี้ นโยบายจำนำส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ แห่กันปลูกและนำไปจำนำขาดเพราะราคาจำนำสูงกว่าราคาตลาด ในขณะที่รัฐขายข้าวต่ำกว่าราคาจำนำ โรงสีข้าวก็ลงทุนสร้างไซโลมากขึ้นเพื่อรับจ้างเก็บข้าวของรัฐ และในที่สุดแล้ว นโยบายนี้จะละลายงบประมาณมหาศาลไปโดยไม่ช่วยเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตอันเป็นหัวใจของการปลูกข้าว
“นโยบายเศรษฐกิจที่ดีไม่ควรมุ่งช่วยไปที่คนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับไปทำร้ายคนกลุ่มอื่น เช่น โครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลพยายามชี้ว่าช่วยให้ชาวนามีรายได้เพิ่ม โรงสีก็ได้ประโยชน์ กลายเป็นการช่วยคนที่รวยอยู่แล้วให้รวยขึ้นไปอีก ชาวนาได้น้อยกว่ามาก และในอนาคตจะยิ่งไปส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวให้มากโดยเน้นปริมาณไม่เน้นคุณภาพ ส่วนนี้ยังไม่นับรวมการทุจริตที่เกิดขึ้นในกระบวนการต่างๆ อีก” นายนิพนธ์ กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเอาเงินภาษีของประชาชนไปช่วยการส่งออกข้าวของเวียดนามและอินเดีย เพราะผลจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาที่สูงกว่าตลาด ทำให้ราคาข้าวส่งออกของไทยแพง เสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินเดีย นอกจากนี้ยังพบว่าข้าวที่ส่งออกไม่ได้มีต้นทุนในการเก็บรักษา และยิ่งเสื่อมคุณภาพ ขายได้ก็ขาดทุนยิ่งไปกว่าเดิม
ทั้งนี้นโยบายเศรษฐกิจที่ดีไม่ควรมุ่งช่วยไปที่คนกลุ่มใดกลุ่ม แต่กลับไปทำร้ายคนกลุ่มอื่น เช่นโครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลพยายามชี้ว่าช่วยให้ชาวนามีรายได้เพิ่ม โรงสีก็ได้ประโยชน์กลายเป็นการช่วยคนที่รวยอยู่แล้วให้รวยขึ้นไปอีก ซึ่งส่วนนี้ยังไม่นับรวมการทุจริตที่เกิดขึ้นในกระบวนการต่างๆอีก
" การจำนำข้าวแพงๆ เท่ากับเป็นการเอาเงินภาษีไปช่วยชาวนา และผู้ส่งออกข้าวในต่างประเทศเช่น เวียดนามและอินเดีย ซึ่งเราแทบไม่ได้อานิสงส์เลย ข้าวก็ขายไม่ได้เพราะราคาแพง คุณภาพก็เสื่อมไปทุกวัน มีต้นทุนในการเก็บรักษา ดอกเบี้ยก็เสียเพิ่มอีก " นายนิพนธ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “รัฐบาลเดินหน้านโยบายจำนำข้าวมา 1 ปีแล้ว ก็จะเห็นว่าอะไรเป็นอะไร ควรยอมรับความจริงและปรับรูปแบบโครงการ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
” โครงการดังกล่าวกำลังสร้างปัญหาให้กับเกษตรกร และต้องทบทวนโครงการ ไม่ว่าในแง่การส่งออกที่ทำให้เกิดการทุจริต และการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไม่ทั่วถึง สิ่งที่สังคมรับไม่ได้ คือ การยอมให้เกิดการทุจริตร้อยละ 20 ไม่ควรออกมาเปิดเผยจากคนรัฐบาล และรัฐบาลควรเปิดโอกาสให้เกิดการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย
“รัฐบาลต้องทบทวนว่า วิธีนี้ดีที่สุดแล้วหรือยัง หากจะใช้เงินปีละ 1.5 แสนล้านบาทในโครงการนี้ รัฐเอาเงินก้อนนี้มาหารให้ชาวนาเลยดีกว่า คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กลไกของโครงการจำนำข้าวทำให้เกิดทุจริตได้ง่าย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยชี้มูลมาตั้งแต่ต้น เป็นเหตุผลให้รัฐบาลที่แล้วเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปใช้การประกันราคา







