posttoday
111 ไม่ดิ้นรนอยากเป็นรมต.

111 ไม่ดิ้นรนอยากเป็นรมต.

06 ตุลาคม 2555

ติดโผทุกครั้งที่มีกระแสข่าวปรับทัพเสนาบดีของรัฐบาล สำหรับ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ดีกรีอดีต รมช.คมนาคม ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ว่างลง หลัง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ยอมไขก๊อกแรงบีบทางการเมืองในคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ข่าวลือ “ภูมิธรรม” ผงาดยึด มท.1 กลับมาบนหน้าสื่ออีกครั้ง แต่เจ้าตัวยังเขิน แถมปฏิเสธเสียงดังว่ายังไม่มีการส่งสัญญาณ

ติดโผทุกครั้งที่มีกระแสข่าวปรับทัพเสนาบดีของรัฐบาล สำหรับ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ดีกรีอดีต รมช.คมนาคม ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ว่างลง หลัง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ยอมไขก๊อกแรงบีบทางการเมืองในคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ข่าวลือ “ภูมิธรรม” ผงาดยึด มท.1 กลับมาบนหน้าสื่ออีกครั้ง แต่เจ้าตัวยังเขิน แถมปฏิเสธเสียงดังว่ายังไม่มีการส่งสัญญาณ

“ไม่เห็นนายกฯ ส่งสัญญาณ มีแต่สื่อที่ตั้งให้ผมรายวัน” เสี่ยอ้วนเปรย พลางยิ้มอารมณ์ดี เมื่อ“โพสต์ทูเดย์” ถามถึงกระแสข่าวที่มีชื่อติดโผการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปู 3

ตอนเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก พ.ต.ท.ทักษิณ บอกก่อนไหม? เสี่ยอ้วน ตอบว่า วันที่รู้ครั้งแรกคือวันที่เชิญมาคุยเรื่องงาน เมื่อคุยเสร็จแล้วก็เรียกมาเขียนใบสมัครก็แค่นั้น ใครได้เขียนใบสมัครก็ชัดเจนว่าได้เป็นรัฐมนตรี เป็นกระบวนการธรรมดา นายกฯ จะจัด ครม. เขาย่อมรู้ว่าการบริหารประเทศเขาต้องการกำลังส่วนไหน อย่างไร เพื่อที่จะไปทำภาระหน้าที่อะไร แล้วคนในพรรคก็มีศักยภาพเยอะแยะ ดังนั้นจะต้องคิดว่าใครเหมาะกับจุดไหน เมื่อจัดได้ลงตัวทั้งหมด เขาก็เริ่มทาบทาม

เขาย้อนภาพไปสมัยรัฐบาลไทยรักไทย แต่ ณ ปัจจุบันสำหรับพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม ยืนยันว่า การปรับ ครม.เป็นอำนาจของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หากนายกฯ ไม่ปรับก็คือไม่ปรับ ย้ำว่าไม่ต้องเสียเวลาตีความมาก เพราะส่วนตัวไม่เคยดิ้นรนอยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรี

“สมาชิกบ้าน 111 ที่เพิ่งออกมา ทุกคนมีงานล้นมือหมด ไม่มีใครคิดถึงเรื่องปรับ ครม.เลย ที่สำคัญการแต่งตั้งเป็นเรื่องของนายกฯ ที่ชัดเจนว่าวันนี้ยังไม่ตั้ง ต้องใส่ใจพายุดีเปรสชันที่กำลังจะเข้าประเทศ มันก็ชัดเจนในเหตุผลอยู่แล้วว่าประเทศกำลังเผชิญปัญหาสำคัญ การปรับ ครม.ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ใครที่มัวแต่นั่งคิดเรื่องปรับ ครม. ก็คิดฝันไปตามแต่เจตนารมณ์ความต้องการของตัวเอง”

“ในทางที่ถูกต้องคือยังไม่ต้องคิดอะไร ผมเองก็ทำงานมีบทบาทชัดเจนอยู่แล้ว เป็นกองหลังของรัฐบาล เป็นกองหน้าของพรรค ไม่ใช่ภาระที่ต้องไปดิ้นรนอะไร” ภูมิธรรม ตอบเสียงดังฟังชัด

เสี่ยอ้วนแจงภารกิจ “กองหน้าพรรค” ที่กำลังง่วนแทบทุกสัปดาห์ว่า หลังเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค 3 เดือน ได้เริ่มปฏิรูประบบคณะกรรมการในพรรคเพื่อไทย ดึงอดีตผู้บริหาร สส. สมาชิกพรรค ที่ก่อนหน้านี้แตกกระเด็นกระจัดกระจาย หลังพรรคเผชิญมรสุมทางการเมืองเข้ามารวมไว้อย่างมีเอกภาพ เพื่อช่วยกันรวมศูนย์การบริหารงานนำพารัฐบาลไปให้ถึงฝั่ง ทำภารกิจครบเทอม

เริ่มที่ “ทีมขงเบ้ง” ประจำพรรคอย่าง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ ที่คอยวางแผน คุมทิศทาง เปลี่ยนยุทธวิธีรุกรับทางการเมือง “เสี่ยอ้วน” เผยว่า ดึงสมาชิก 111 เข้ามาประจำการอย่างเต็มตัว รวมคณะกรรมการทั้งสิ้น 10 กว่าชีวิต อาทิ ภูมิธรรม จาตุรนต์ ฉายแสง โภคิน พลกุล พงศ์เทพ เทพกาญจนา สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ประชุมสัปดาห์เว้นสัปดาห์ มี ยิ่งลักษณ์ เป็นประธาน แต่อาจมอบหมายผู้อื่นแทนได้

111 ไม่ดิ้นรนอยากเป็นรมต.

 

ต่อมาคือ “คณะกรรมการบริหารโซน 19 โซน” ที่เปลี่ยนมาจากการบริหารแบบ 5 ภาค ภูมิธรรม แจงว่า ก่อนหน้านี้คิดว่าระบบภาคง่ายกว่า เพราะมีผู้บริหารไม่กี่คน สามารถรวมศูนย์แล้วทำงานได้ แต่ในความเป็นจริง พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ มีสมาชิกสภา 260 กว่าคน ทำให้บริหารกันเองได้ไม่ทั่วถึง โดยระบบโซนแบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร (กทม.) 3 โซน ภาคกลาง 4 โซน อีสาน 6 โซน ภาคเหนือ 3 โซน ภาคใต้ 3 โซน ประธานแต่ละโซน คือ รัฐมนตรี มีหน้าที่ดูแลสมาชิกพรรค สส. อดีตผู้สมัคร สส. หรือผู้สมัครหน้าใหม่ที่เตรียมลงสมัคร ที่เน้นทำงานเข้าถึงประชาชน แล้วรายงานการประชุมทุกเดือนที่มีนายกฯ นั่งโต๊ะเป็นประธานคณะกรรมการโซนใหญ่เดือนละครั้ง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังอาจมีการมองว่าคณะกรรมการโซนเป็นผู้ส่งตัวผู้ลงสมัครเลือกตั้ง แต่ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการบริหารพรรค ในการตัดสินใจสามารถตั้งคณะอนุกรรมการคัดเลือกผู้สมัครขึ้นมาในช่วงเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง

ขึ้นชื่อว่าพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศทั้งที เสี่ยอ้วน อธิบายต่อว่า ยังมีอีกหลายคณะกรรมการ เช่น คณะกรรมการประสานภารกิจ ก็คือ เอาประเด็นที่หารือในที่ประชุมใหญ่ที่นายกฯ และประธานโซนกำหนด ลงมาดำเนินการผลักดันให้เกิดขึ้น เน้นว่าต้องประชุมทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการประสานงานในรัฐสภา ที่ประชุมกรรมการวิปรัฐบาลฝั่งพรรคเพื่อไทย ก่อนจะมีการเรียกประชุมวิปรัฐบาลทุกวันจันทร์เช้า โดยจะมีนายกฯ นั่งประชุมด้วยเช่นกัน เพื่อร่วมรับฟังว่าวิปมีข้อเสนออะไรจะตักเตือนรัฐบาล

ทั้งนี้ ยังมีที่ประชุมผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี และเลขานุการรัฐมนตรีอีกชุด ที่ผ่านมาประชุมวันละ 3 ครั้ง มีเจ้าตัวเป็นประธานในที่ประชุม รับฟังความเห็นปัญหาในแต่ละกระทรวง ทั้งยังจัดตั้งสำนักงานผู้อำนวยการ โดยสำนักผู้อำนวยการนี้ ภูมิธรรม ดึงคนสนิทตั้งแต่ไทยรักไทย มีประสบการณ์โชกโชนเข้ามาทำหน้าที่

ไม่เพียงจัดระบบเฉพาะคนในพรรค แต่คนนอกพรรค เสี่ยอ้วน ก็เร่งจัดระเบียบเช่นกัน วาดภาพสมาชิกพรรคของเพื่อไทยไม่ให้ต่างจากไทยรักไทยสมัยยังรุ่งเรืองเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว โดยสั่งตรง สส.พรรค ให้เดินหน้าหาสมาชิกพรรค 5,000 คนต่อ สส. 1 ราย ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้ต้องได้สมาชิกพรรคไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

“เราสะดุดไปมาจากการถูกยุบพรรคภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญที่มันไม่สมบูรณ์พิกลพิการ ผมไม่อยากใช้คำว่า รัฐธรรมนูญวิปริต เพราะพยายามสกัดกั้นบทบาทการเติบโตของพรรคการเมือง ทั้งที่พรรคการเมืองเป็นหัวใจของระบบรัฐสภา เป็นศูนย์รวมในการจะดึงเอาคนเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวสถาบัน แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบันกลับไม่ได้เปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองเท่าที่ควร”

“ที่ผ่านมาพรรคไทยรักไทยถูกยุบไป 2 ครั้ง เป็นการยุบที่ไม่ยุติธรรม ไม่ค่อยสมเหตุสมผลในระบอบประชาธิปไตย มันได้สร้างปัญหา เกิดภาวะบุคลากรของพรรคถูกทำให้ต้องยุติบทบาทลง เขาเองก็ต้องดิ้นรนกับกลไกของรัฐที่กระทำต่อเขา เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่มีเวลามาพัฒนาพรรคให้มีพื้นฐานที่แข็งแรง ต้องถือว่าช่วงที่เพิ่งผ่านมาผู้บริหารของพรรครุ่นใหม่เก่งมากที่ทำงานจนสามารถได้รับเสียงข้างมากในสภา แต่ว่าไม่พอ ยังต้องมีกระบวนการที่ต่อเนื่องที่ทำให้รัฐบาลและพรรคแข็งแรงมากขึ้น จะต้องดึงความร่วมมือของคนในพรรคและประชาชนให้มีส่วนร่วมให้มากขึ้น ให้เป็นองคาพยพที่พัฒนาทรัพยากรบุคคล สมาชิกพรรค หรือผู้ที่มีส่วนทางการเมืองทั้งระบบ แต่ปัจจุบันตรงนี้มันยังขาดไป”

“เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามา ผมพยายามดึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองของพรรคและสมาชิกของพรรคและประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้มากขึ้น มีการจัดองค์กรใหม่ จัดคณะกรรมการใหม่ วันนี้ทุกคนสบายใจขึ้น ได้มีบทบาทแสดงมากขึ้น พอดีกับคนในบ้านเลขที่111 ซึ่งเป็นคนเก่าคนแก่ของพรรคเราก็ถูกดึงเข้ามาช่วยกันทำงาน องคาพยพของพรรคก็สามารถระดมคนที่มีความสามารถในแต่ละบทบาทของเขาเข้ามาทำงานได้เต็มที่มากขึ้น”

ภูมิธรรม ชี้ความคืบหน้าของระบบสมาชิกพรรคว่า ขณะนี้ได้ให้ใบสมัครออกไปแล้ว 1 ล้านใบ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคจะแก้กฎระเบียบที่จะทำให้รับสมาชิกพรรคสามารถรับได้ที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา ประมาณ 6 สาขา ศูนย์ประสานงาน สส.และสถานที่จัดกิจกรรมของ สส.ทุกคนเต็มไปหมดหลายร้อยหลายพันที่ หากระเบียบนี้ออกไปก็ทำได้หมด ไม่ต้องเดินมาสมัครที่พรรคเพียงอย่างเดียว ขณะนี้รับสมัครบุคลากรมา 30-40 คน เตรียมที่จะคีย์ข้อมูลเข้าระบบพรรคแล้ว เราต้องจัดองคาพยพภายในพรรคให้ได้ภายในสิ้นปี

“ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากผมเข้ามาทำ ก่อนเข้ามาไม่ได้มีกลไกขนาดนี้” เสี่ยอ้วนพูดพลางยิ้มภูมิใจกับโครงการที่วาดฝันพรรคเพื่อไทยให้แข็งแรงไม่ต่างจากไทยรักไทยในครั้งอดีต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท