posttoday
กองทุนรวมโครงการสร้างพื้นฐานปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ

กองทุนรวมโครงการสร้างพื้นฐานปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ

05 ตุลาคม 2555

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund : IFF) มีประโยชน์มากมาย แต่ก็ขอเสนอประสบการณ์ในการมองปัญหาและแนวทางแก้ไข ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกแบบประกาศต่างๆ และช่วยประสานงานหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาได้มากมายและที่คงค้างอยู่นั้น ก็น่าจะไม่ยากเกินไป ประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขต่างๆ มีดังนี้

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund : IFF) มีประโยชน์มากมาย แต่ก็ขอเสนอประสบการณ์ในการมองปัญหาและแนวทางแก้ไข ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกแบบประกาศต่างๆ และช่วยประสานงานหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาได้มากมายและที่คงค้างอยู่นั้น ก็น่าจะไม่ยากเกินไป ประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขต่างๆ มีดังนี้

1.ข้อจำกัดในรูปแบบสินทรัพย์ของ IFF อุปสรรคหนึ่ง คือ รูปแบบของกิจการโครงสร้างพื้นฐานมีหลายรูปแบบ ได้แก่ กิจการพื้นฐานที่อยู่กับภาครัฐ เช่น กฟผ. การทางพิเศษ ฯลฯ รูปแบบที่เป็นสัมปทานให้เอกชน เช่น ระบบขนส่งมวลชน ระบบทางพิเศษ ระบบโทรคมนาคม ฯลฯ รูปแบบที่เป็นของเอกชนและมีสัญญาธุรกิจกับภาครัฐ เช่น โรงไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการออกแบบ IFF ประกาศ ก.ล.ต. เรื่อง กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ได้กำหนดเงื่อนไขการลงทุนไว้อย่างเปิดกว้าง ครอบคลุมทางเลือกต่างๆ ไว้ ดังนี้

(ก) กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิการเช่าในที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ ตลอดจนทรัพย์สินอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน

(ข) สิทธิสัมปทานในการประกอบกิจ

การโครงสร้างพื้นฐาน

(ค) สิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้ในอนาคต หรือสิทธิตามสัญญาแบ่งรายได้ในอนาคตของกิจการ

(ง) สิทธิเรียกร้องตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ หรือสัญญาก่อสร้าง หรือสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์หรือบริการของกิจการโครงสร้างพื้นฐาน

(จ) หุ้นหรือตราสารแห่งหนี้ที่ออกโดยบริษัทที่มีธุรกิจหลัก คือ กิจการโครงสร้างพื้นฐาน

ในแต่ละประเด็นนั้น น่าจะเหมาะกับปัญหาหลายรูปแบบ แต่ก็ยังอาจจะมีปัญหาบ้าง ดังนี้

(ก) กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิการเช่าในที่ดิน ฯลฯ อาจจะทำได้ยากบนสินทรัพย์ของภาครัฐ แต่น่าจะเหมาะกับกรณีที่กิจการโครงสร้างพื้นฐานเป็นของภาคเอกชนมากกว่า

(ข) สิทธิสัมปทานในการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน อาจจะต้องจัดการเรื่องการโอนสิทธิสัมปทาน และการพิจารณาว่าเข้าข่ายเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน หรือไม่

(ค) สิทธิในการรับประโยชน์ หรือสิทธิตามสัญญาแบ่งรายได้ในอนาคตของกิจการ อาจจะยังมีปัญหาเรื่องการนับการแบ่งรายได้อนาคตเป็นหนี้ และประโยชน์ที่เข้ากองทุน IFF นับเป็นการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ซึ่งทำให้ภาระหนี้ของกิจการโครงสร้างพื้นฐานสูงขึ้น และเกิดภาระภาษีธุรกิจเฉพาะบนดอกเบี้ย ซึ่งประโยชน์ด้านภาษีต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้นั้น ยังไม่ได้รวมถึงภาษีบนดอกเบี้ยนี้ จึงต้องอาศัยการแก้ไขในขั้นตอนต่อไป

(ง) และ (จ) หุ้นก็สามารถเลือกใช้เป็นทางออกสำหรับกิจการที่เหมาะสม

2.ข้อจำกัดในการดำเนินการ กองทุน IFF ที่จะเกิดได้ก่อน น่าจะเป็นกิจการด้านผลิตไฟฟ้า เพราะได้มีการจัดโครงสร้างให้เป็นกิจการของภาคเอกชน ที่มีสัญญากับ กฟผ. หรือ กฟภ. แล้วแต่กรณีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามมีข้อจำกัดในด้านการดำเนินงานตามประกาศฯ ข้อ 43 (1) กองทุนรวมจะไม่ประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐานเอง โดยจะจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานโดยการให้เช่า ให้สิทธิ หรือให้ผู้อื่นดำเนินการเท่านั้น

หากหน่วยงานภาครัฐได้เข้าใจนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นแหล่งระดมทุนได้ และเห็นแนวทางว่า อาจมีการโอนสินทรัพย์ให้กองทุนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการเช่านั้น หากผู้ประกอบการเอกชนได้ดำเนินการให้กิจการในกลุ่มเช่าสินทรัพย์นั้นกลับมาในกลุ่มเดิมเพื่อดำเนินการตามสัญญาธุรกิจที่มีมาแต่เดิม ก็น่าจะสนับสนุนได้ เพราะที่สุดแล้ว ผู้รับผิดชอบดำเนินการก็จะยังเป็นกลุ่มเดิม กองทุน IFF เพียงเป็นเจ้าของสินทรัพย์และให้เช่าหรือให้สิทธิการบริหารแก่กลุ่มกิจการที่เป็นคู่สัญญาเดิมอยู่แล้ว

3.ข้อจำกัดใน BOI กองทุน IFF อาจได้ใช้กับกิจการที่เพิ่งก่อตั้ง โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ๆ เช่น พลังงานทางเลือก ฯลฯ กิจการเหล่านั้นอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุน BOI ให้ยกเว้นภาษีศุลกากรในการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมทั้ง VAT ในการก่อสร้าง การโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการเช่าเข้ากองทุน แล้วเช่ากลับมาในกลุ่มนั้น ก็เพื่อการดำเนินการในกิจการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เป็นไปตามโครงการที่ได้ขอส่งเสริมการลงทุนไว้ จึงน่าจะพิจารณาได้ด้วยเช่นกันว่า กิจการก็ยังจะดำเนินการต่อไปตามวัตถุประสงค์ เพียงแต่มีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการเช่า แล้วเช่ากลับมาในกลุ่มเพื่อดำเนินการต่อเท่านั้น และไม่น่าจะต้องมีการเรียกคืนภาษีนำเข้า หรือ VAT แต่อย่างใด

ผมได้เคยมีประสบการณ์การทำงานกับทีมพัฒนาตราสารใหม่ของสำนักงาน ก.ล.ต. มาหลายครั้ง ผมเห็นว่าเป็นไปอย่างริเริ่มสร้างสรรค์ (Proactive) และมุ่งมั่นตั้งใจจริง (Determination) ประกอบกับมีท่านรองนายกฯ กิตติรัตน์ ได้แสดงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของรัฐบาลหลายครั้ง ที่จะสนับสนุนให้กองทุน IFF เป็นกองทุนที่เป็นแหล่งการระดมทุนเพื่อการพัฒนากิจการโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยอีกมากมาย ผมเชื่อว่าปัญหาและอุปสรรคต่างๆ นั้นจะแก้ไขไปได้ เมื่อทุกฝ่ายร่วมกันคิดและทำแบบบูรณาการ ก็จะสำเร็จอย่างแน่นอน

ขอสรุปอีกครั้งว่า IFF เป็นตราสารที่เป็นประโยชน์เช่นนี้ น่าจะร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ดังที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนอย่างชัดเจน เพื่อจะได้มีส่วนสนับสนุนกิจการโครงสร้างพื้นฐานได้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์สำหรับคนไทยทุกคนครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท