posttoday
ถามหาสปิริต "สรยุทธ"

ถามหาสปิริต "สรยุทธ"

05 ตุลาคม 2555

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

นับเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์|พอสมควรสำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้มีมติชี้มูลความผิด “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” นักเล่าข่าวชื่อดัง ผู้บริหารบริษัท ไร่ส้ม ในข้อหาทำให้ อสมท เสียหายจากการโฆษณาเกินเวลา 138 ล้านบาท เพราะได้ก่อให้เกิดกระแสถาโถมเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะบุคคลสาธารณะและสื่อสารมวลชน

อย่างไรก็ตาม กระแสเรียกร้องดังกล่าวยังไม่ได้รับการตอบสนองมากนัก เมื่อสรยุทธประกาศขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลให้ถึงที่สุด กลายเป็นที่มาให้|ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นได้ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดเสวนาเรื่อง “กรณีไร่|ส้มบทพิสูจน์ความเข้มแข็งของสังคมในการต่อสู้คอร์รัปชั่น” เพื่อตั้งคำถามดังๆ และข้อเรียกร้องไปถึงคนข่าวรายนี้

ภาพรวมของการเสวนาสามารถสรุปข้อเรียกร้องสำคัญได้ทั้งสิ้น 3 ประการ ได้แก่ 1.ให้สรยุทธแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม 2.สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ใน|ฐานะต้นสังกัดควรดำเนินการสั่งพักงานจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และ 3.บริษัทภาคเอกชนควรพิจารณาถอนโฆษณาและ|การสนับสนุนรายการของสรยุทธ

ขณะที่รายละเอียดในวงเสวนานับว่าเข้มข้นอย่างมาก เริ่มที่ “สนธิญาณ|ชื่นฤทัยในธรรม” หนึ่งในคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีไร่ส้มของ ป.ป.ช. สรุปการสอบสวนว่า บริษัท ไร่ส้ม และ อสมท ได้ทำสัญญาผลประโยชน์ทางธุรกิจกันตามข้อตกลง ระบุว่า ในเวลา 1 ชั่วโมง บริษัท ไร่ส้ม จะได้โฆษณา 5 นาที แต่ถ้าเวลาครึ่งชั่วโมงจะได้เวลาโฆษณา 2.30 นาที ถ้ามีโฆษณาเกินต้องชำระค่าโฆษณาเกินให้ อสมท ในอัตรานาทีละ 2.4 แสนบาท

“แต่พบว่า มีการโฆษณาเวลาเกินจริง ในช่วงปี 2548-2549 รวมประมาณ 138 ล้านบาท โดยไม่แจ้งให้กับ อสมท และมีความพยามทำลายเอกสารภายในเกี่ยวกับการออกอากาศของโฆษณา ดังนั้นโฆษณาที่เกินเวลามา บริษัท ไร่ส้ม รู้อยู่แล้วว่าโฆษณาเกิน แต่ยังไปเรียกเก็บเงินกับลูกค้า แสดงให้เห็นว่ามีเจตนาเอาเปรียบ อสมท จึงเป็นที่มาที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด”

ในมุมมองเรื่องจริยธรรมวิชาชีพ|“จักรกฤษ เพิ่มพูน” ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นำเสนอว่า ผู้ประกอบการวิชาชีพต้องไม่ประพฤติเสื่อมเสียในเกียรติวิชาชีพ กรณีนี้เพียงพอที่จะมีมลทินให้เกิดความมัวหมองแล้ว|ที่สำคัญสรยุทธเป็นบุคคลสาธารณะ|และได้รับความไว้วางใจจากสังคมระดับหนึ่ง สมควรพิจารณาว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในส่วนของสภาฯ ไม่มีอำนาจดำเนินการทางกฎหมาย ขึ้นอยู่กับมาตรการทางสังคมว่าจะมีมาตรการออกมา

ถามหาสปิริต "สรยุทธ"

 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องจิตสำนึกและความละอายใจ คนทำสื่อหัวใจต้องสะอาด เพราะถ้าไม่สะอาดแล้วก็ไม่ควรทำ|อีกต่อไป” จักรกฤษ กล่าว

สำหรับมิติเชิงวิชาการมีมุมคิดต่อ|กรณีศึกษานี้ไว้อย่างน่าสนใจเช่นกัน โดย “เสรี วงษ์มณฑา” นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน อธิบายว่า การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเท่ากับการเป็นครูให้กับสังคมไปโดยปริยาย เท่ากับว่าคนทำหน้าที่สื่อสารมวลชนต้องมีหัวใจยกระดับและไม่ควรกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคม ในเมื่อสื่อมวลชนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ และเรียกร้องให้คนอื่นแสดงสปิริตทันทีที่พบความไม่โปร่งใส ก็ควรจะทำตามที่เรียกร้องเช่นกันถ้าตัวเองมีปัญหาความไม่โปร่งใส

อาจารย์เสรี ยังได้เรียกร้องไปถึงช่อง 3 ด้วยว่า ควรนำกรณีของ บริษัท อาร์เอส สั่งพักงานศิลปินที่มีความเสื่อมเสียมา|พิจารณาดำเนินการเช่นกัน เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานที่ดีต่อสังคม อย่างน้อยก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ให้การสนับสนุนในสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่อย่างใด

“อยากให้บริษัทเอกชนที่อยู่ภายใต้ภาคีฯ ร่วมกันพิจารณาถอนการสนับสนุนรายการของคุณสรยุทธด้วยเช่นกัน เหมือนกับหมาถ้าเห่าอย่างเดียวแต่ไม่กัดต่อไปก็ไม่มีใครกลัว และสภาวิชาชีพสื่อก็ควรเลิกพฤติกรรมแมลงวันไม่ตอมกันเองได้แล้ว” อาจารย์เสรี ระบุ

ไม่ต่างอะไรกับความคิดจากนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ผู้บุกเบิกวงการข่าววิทยุโทรทัศน์อย่าง “สมเกียรติ อ่อนวิมล” ซึ่งมีมุมมองอยากเห็นการแสดงสปิริตจากนักเล่าข่าวผู้มากฝีมือรายนี้เช่นกัน

“กรณีของบริษัท ไร่ส้ม ต้องอย่าลืมว่าคุณสรยุทธมีสองสถานะในสังคม คือ สถานะนักธุรกิจ และ สถานะสื่อมวลชน เท่ากับว่าต้องรับผิดชอบต่อสังคมทั้งสองด้าน ถ้าหากไม่ดำเนินการอะไรเลย สังคมก็ควรมีมาตรการกดดันออกมา และไม่เข้าใจว่าทำไมคุณสรยุทธสามารถใช้เวลาของช่อง 3 ซึ่งออกอากาศทางคลื่นความถี่ที่เป็นของสาธารณะชี้แจงเรื่องของตัวเอง โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้มีโอกาส” อาจารย์สมเกียรติ ตั้งข้อสังเกต

ส่วน “สังศิต พิริยะรังสรรค์” คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ในภาพใหญ่ว่า สาเหตุของการทุจริตในปัจจุบันมาจากนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ก่อให้เกิดการแสวงหากำไรกันเป็นจำนวนมาก ซึ่ง อสมท ก็เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ถูกแปรรูปเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่ามีหลายครั้งที่ อสมท ทำสัญญาที่เสียเปรียบเสมอ”

“น่าสงสัยว่ากรณีของบริษัท ไร่ส้ม|มีบุคคลระดับผู้บริหาร อสมท ขณะนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะมักไม่แสดงออกให้เห็นถึงการเอาจริงจังเท่าไหร่ จึงเห็นว่าการตรวจสอบทุจริตควรไปให้ถึงระดับผู้บริหารด้วย”

สรุปทิศทางการเคลื่อนไหวหลังเวทีเสวนาครั้งนี้ “ประมนต์ สุธีวงศ์” ประธานภาคีฯ เสนอว่า การจะให้บริษัทเอกชนในเครือข่ายของภาคีฯ ถอนโฆษณาและเลิกสนับสนุนรายการสรยุทธ คงต้องรอให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนมีความเห็นในลักษณะชี้ชัดว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสม และไม่ควรคบหาด้วย แบบนี้จะช่วยให้ภาคีฯ สามารถนำไปอ้างอิงกับบริษัทเอกชนพิจารณาได้อย่างมีน้ำหนักต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท