
‘เอดีบี’ไม่ห่วงรัฐบาลก่อหนี้สาธารณะทุ่มลงทุน
เอดีบี เชื่อมือไทยฝ่าสถานการณ์โลกชะลอตัวได้ ไม่ห่วงหนี้สาธารณะ คาดดอกเบี้ยนโยบายนิ่งอยู่ที่ 3% ถึงสิ้นปี
เอดีบี เชื่อมือไทยฝ่าสถานการณ์โลกชะลอตัวได้ ไม่ห่วงหนี้สาธารณะ คาดดอกเบี้ยนโยบายนิ่งอยู่ที่ 3% ถึงสิ้นปี
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานผลสำรวจเศรษฐกิจเอเชียฉบับปรับปรุงล่าสุดปี 2555 ว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะสามารถรองรับกับภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้ โดยเฉพาะไทยที่สามารถฟื้นตัวจากน้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว
นางลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส เอดีบีประจำประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกของไทยในปีนี้น่าจะโตได้ประมาณ 5% แต่ในปีหน้าน่าจะดีขึ้น เพราะผู้ส่งออกจะเร่งทำการตลาดมากขึ้น
“ดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 3% ไม่น่าจะปรับลดลงในปีนี้ เพราะแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังไม่สูง ยกเว้นเศรษฐกิจโลก จีน อินเดีย แย่จริงๆ” นางลัษมณ กล่าว
สำหรับการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้ เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการใน 7 ปี แต่การลงทุนจริงจะยังไม่เกิดในปี 2556 จึงเชื่อว่าระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะไม่เกิน 50% ในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้
“การก่อหนี้ในระยะต่อไปไม่น่าห่วง เพราะเป็นการลงทุน ต่างจากการเร่งซื้อรถยนต์และบ้านหลังแรกซึ่งน่าจะจบในปีนี้ ส่วนเรื่องเงินทุนไหลเข้าคงมีไม่มากนัก แต่จะผันผวน จึงไม่น่าจะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในภาคใดภาคหนึ่งได้ในระยะสั้นนี้ เพราะเงินไม่ได้อยู่นาน” นางลัษมณ กล่าว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจชุดเล็กที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า รัฐบาลมั่นใจว่าเศรษฐกิจปี 2555 จะขยายตัวตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยจะขยายตัวที่ระดับ 5-6%
“การส่งออกคงช่วยเศรษฐกิจไม่ได้มากนัก แต่ภาคอื่นๆ ยังคงทำงาน ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจยังอยู่ในเป้าหมาย 5-6% และการเติบโตที่ 5.5-5.7% เป็นตัวเลขที่สามารถทำได้ ซึ่งในที่ประชุมนายกฯ เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ชะลอการทำงาน เพราะยังมีอีก 1 ไตรมาสที่จะทำงานได้เต็มๆ” นายกิตติรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายกฯ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งทำตลาดใหม่ในตลาดเดิม เช่น มณฑลอื่นๆ ในจีน เมืองรองๆ ในยุโรป และผลิตสินค้าเดิมในเซ็กเมนต์ใหม่ ขณะที่การทำงานต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งการรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน และการจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ







