
ชาวนาพิษณุโลกยังทำนาปรังรอบ2 ทั้งที่ภัยแล้งระบาดหนัก
ชาวนาเมืองพิษณุโลกไม่สนปัญหาภัยแล้งแห่ทำนาปรังรอบสองจำนวนมาก
ชาวนาเมืองพิษณุโลกไม่สนปัญหาภัยแล้งแห่ทำนาปรังรอบสองจำนวนมาก
ชาวนาแทบทุกอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก ยังคงทำนาปรังสอบที่สองอย่างต่อเนื่อง ไม่หวั่นว่าจะประสบปัญหาภัยแล้ง หลังจากเก็บเกี่ยวนาปรังรอบแรกในเดือนก.พ.แล้ว ในเดือนมี.ค.นี้ชาวนาได้เผาตอซังข้าวและไถนา และเริ่มหว่านข้าวจนผืนนาเขียวขจีไปหมด โดยเฉพาะที่อำเภอบางระกำ หลายพื้นที่ได้สูบน้ำจากคลองสาธารณะจนแห้งเหือด และใช้เครื่องคูโบต้า ดึงน้ำจากบ่อบาดาลขึ้นมาใช้ทำนา โดยไมสนคำของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะห่วงปัญหาภัยแล้งและออกโรงเตือนเกษตรกรให้งดทำนาปรังรอบที่สองอย่างเด็ดขาด แต่ดูเหมือนว่าคำเตือนของรัฐบาลจะไม่เป็นผล
นายสังวาล แสงคำ อายุ 41 ปี ชาวนาบ้านวังแร่ หมู่ 3 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ทำนา 98 ไร่ เก็บเกี่ยวไปแล้วเมื่อปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ปรับพื้นที่และหว่านข้าวทำนาปรังรอบที่สองเรียบร้อยแล้ว ไม่ทำก็ไม่รู้จะไปทำอะไร มันไม่มีอาชีพอื่น เพราะมีอาชีพทำนาอย่างเดียว ตอนนี้ดึงน้ำคลองมาได้ และใช้น้ำบาดาลกันแทบทุกแปลง อย่างนาตนแปลงนี้ 22 ไร่ ต้องใช้เครื่องคูโบต้าดึงน้ำจากบ่อบาดาลขึ้นมา 7 วัน 7 คืน ใช้น้ำมันประมาณ 200 ลิตร หรือ ประมาณ 6,000-7,000 บาท ชาวนาแถบนี้ต่างมีบ่อบาดาลกันหมด
"แม้ว่ารัฐบาลได้เตือนให้ชาวนาหยุดทำนาปรังรอบสอง แต่ไม่รู้จะไปทำอะไร ที่อำเภอบางระกำก็ทำนาได้แค่ปีละ 2 ครั้งเท่านั้น พอถึงหน้าฝนน้ำก็ท่วมหมด และในรอบสองก็รับรู้ว่ารัฐบาลจะไม่ช่วยเหลืออะไร พวกตนก็ไม่สนใจ ยอมเสี่ยง นาปรังรอบแรกประกันราคาข้าว ก็ได้ไม่เท่าไหร่ ขายข้าวได้เกวียนละ 7,000 กว่าบาท ต้นทุนตกไร่ละ 5,000 บาท ได้กำไรต่อไร่ไม่มาก ชาวนาจึงต้องทำนาในปริมาณมาก ๆ รายละไม่ต่ำกว่า 100 ไร่"
นางอัมพร จันทร์ดา ชาวนาหมู่ที่ 8 ต.วังพิกุล เปิดเผยว่า ตนปลูกข้าวจำนวน 70 ไร่ ขณะนี้ใกล้จะตั้งท้องแล้ว แต่น้ำในแม่น้ำวังทองแห้งขอด ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ กำลังคิดว่าจะลงทุนเจาะน้ำบาดาลดีหรือไม่ ต้องใช้ต้นทุนถึง 40,000 บาท กลัวว่าจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำนาก็ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร
นายวีระศักดิ์ เกิดแสง รักษาการเกษตรจังหวัดพิษณุโลก ได้แจ้งเตือน “เกษตรกรที่ต้องการจะลงทุนภาคการเกษตรในช่วงเดือนมี.ค.- พ.ค.2553 ขอให้ตัดสินใจเลือกลงทุนการเกษตรที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด. การปลูกข้าวนาปรังในช่วงมีนาคม – เมษายน 2553 เกษตรกรทุกท่านควรจัดหาแหล่งน้ำสำรองที่เพียงพอจากหนอง บึง บ่อบาดาล เป็นต้น และต้องมั่นใจแล้วว่าได้ตัดวงจรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยการพักพื้นที่ปลูกข้าว ก่อนปลูกข้าวรอบใหม่ อย่างน้อย 15 - 20 วัน การเลือกปลูกพืชทนแล้งทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย ฯลฯ ปลูกทดแทนข้าวนาปรัง ในกรณีที่แหล่งน้ำสำรองไม่เพียงพอ เพื่อลดปัญหาผลผลิตเสียหายจากฝนทิ้งช่วง







