
คดีที่ Apple ฟ้อง Samsungs
หลายเดือนมาแล้ว ผู้เขียนได้เขียนเรื่องที่ Apple ฟ้อง Samsung ตั้งแต่ที่ Apple ฟ้องขอคุ้มครองในตลาดหลายๆ ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไปจนถึงการฟ้องว่า Samsung ลอกเลียน Apple ในหลายๆ ประเทศอีกเช่นกัน จนถึงขณะนี้ผลการตัดสินออกมากแล้ว ซึ่งถ้าดูผลรวมๆ ก็จะเป็นอย่างที่หลายๆ ท่านพูดถึงว่า Apple ชนะในศาลสหรัฐ แต่ไปแพ้ในศาลญี่ปุ่น ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ผู้เขียนซึ่งเดิมคิดว่าจะรอสักพักให้มีข้อมูลผลการตัดสินเพียงพอเสียก่อน จึงจะเขียนเรื่องนี้ ก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว อย่างน้อยคงจะต้องหยิบยกผลการตัดสินของศาลมาให้ดูกันบ้าง แม้จะยังไม่สมบูรณ์นักก็ตาม
หลายเดือนมาแล้ว ผู้เขียนได้เขียนเรื่องที่ Apple ฟ้อง Samsung ตั้งแต่ที่ Apple ฟ้องขอคุ้มครองในตลาดหลายๆ ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไปจนถึงการฟ้องว่า Samsung ลอกเลียน Apple ในหลายๆ ประเทศอีกเช่นกัน จนถึงขณะนี้ผลการตัดสินออกมากแล้ว ซึ่งถ้าดูผลรวมๆ ก็จะเป็นอย่างที่หลายๆ ท่านพูดถึงว่า Apple ชนะในศาลสหรัฐ แต่ไปแพ้ในศาลญี่ปุ่น ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ผู้เขียนซึ่งเดิมคิดว่าจะรอสักพักให้มีข้อมูลผลการตัดสินเพียงพอเสียก่อน จึงจะเขียนเรื่องนี้ ก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว อย่างน้อยคงจะต้องหยิบยกผลการตัดสินของศาลมาให้ดูกันบ้าง แม้จะยังไม่สมบูรณ์นักก็ตาม
ที่ผู้เขียนเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ก็เพราะประเด็นที่ Apple ฟ้อง Samsung นั้นมีรวมกันแล้วถึง 16 ประเด็น และถ้าจะพยายามทำให้ดูง่ายขึ้นโดยเจาะเฉพาะประเด็นสำคัญๆ ก็ยังเหลืออีก 9–10 ประเด็น แล้วก็มีทั้งประเด็นสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า รวมไปถึง Trade Dress ซึ่งอาจจะคล้ายคลึงกับสิทธิบัตรออกแบบ แต่ก็ไม่ใช่สิทธิบัตรออกแบบ ขณะเดียวกันก็อาจจะคล้ายคลึงกับเครื่องหมายการค้า แต่ก็ไม่ใช่เครื่องหมายการค้า กรณีของ Trade Dress จึงเป็นเรื่องที่ก้ำกึ่งระหว่างสิทธิบัตรออกแบบกับเครื่องหมายการค้า กล่าวคือ ผู้ผลิตหรือผู้ค้าสินค้าหรือบริการ มีการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับสินค้าหรือบริการของตนที่มีลักษณะเฉพาะ จนกระทั่งผู้บริโภครู้จักและจำรูปลักษณ์นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ร้านแมคโดนัลด์ที่มีการแต่งร้านเป็นสีแดงเหลือง มีเคาน์เตอร์ มีโต๊ะ และมีที่ทิ้งขยะเป็นสี่เหลี่ยมคล้ายตู้ เป็นต้น จนผู้บริโภคจำได้ ต่อให้ถูกปิดตาพาเดินเข้าไปในร้าน พอเปิดตาขึ้นก็จะทราบว่าเป็นร้านแมคโดนัลด์ เป็นต้น
ในกรณีของ Apple ก็ได้จดทะเบียน Trade Dress ในการออกแบบรูปลักษณ์ (Appearance) ของ iPhone, iPod และ iPad ไว้ด้วย
ดังนั้น ถ้ามาดูประเด็นสำคัญๆ ที่ Apple ฟ้อง Samsung และดูประเด็นที่ศาลสหรัฐ ญี่ปุ่น และเกาหลีตัดสิน จึงจะทราบจริงๆ ว่ามีอะไรแพ้อะไรชนะกันบ้าง ประเด็นที่ Apple ฟ้อง Samsung นอกจากเรื่อง Trade Dress แล้ว ก็มีเรื่องอื่นๆ เช่น
1.ปุ่มกดที่ทำให้เสียงดังขึ้นหรือค่อยลงที่อยู่ข้างๆ ตัวเครื่อง โดยกดหัวทำให้เสียงดังขึ้น กดปลายทำให้เสียงค่อยลง หรือเรียกทับศัพท์ว่า Cantilevered push button having multiple contact and fulerums. ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องของสิทธิบัตร
2.ประเด็นสิทธิบัตรออกแบบ Apple ก็มีการจด ISO Home Screen และ iPhone 3G/3GS ไว้ นอกจากนี้ก็มีสิทธิบัตรออกแบบจอภาพและปุ่มกดด้วย
3.ส่วนสิทธิบัตรประดิษฐ์นั้น แน่นอนว่ามีหลายประเด็น ซึ่งผู้เขียนคงจะไม่พูดถึงทุกประเด็น เดี๋ยวจะกลายเป็นพูดซ้ำกับที่เคยเขียนไปแล้ว หากท่านผู้อ่านสนใจก็ขอให้กลับไปดูโพสต์ทูเดย์ฉบับประมาณเดือน ก.พ.ของปีนี้ ก็จะได้รายละเอียดครบถ้วน
ที่จริงผู้เขียนคาดไว้ว่า กว่าจะทราบผลการตัดสินของศาล ก็น่าจะประมาณ 1 ปี ซึ่งก็ใกล้เคียง แม้ว่าผลที่ออกมาจะเร็วกว่าที่คาดไว้เพียง 1–2 เดือนก็ตาม
ขอกลับมาเข้าเรื่องตัวอย่างสิทธิบัตรที่ Apple ฟ้องดีกว่า เช่น
ระบบ ISO ที่พอกดปุ่มเปิดปิดปั๊บ ก็จะเห็นรูป หรือปุ่มต่างๆ ที่เรียงรายอยู่ให้ใช้ได้เลย โดยแตะลงบนรูปเหล่านั้นที่หน้าจอ โดย Apple ยื่นขอจดสิทธิบัตรนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 และมาได้สิทธิบัตรเมื่อปี ค.ศ. 2002 และนำมาใช้กับรูปต่างๆ บนจอในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
ประเด็นสำคัญในเรื่องสิทธิบัตรอีกเรื่อง หรือถ้าเรียกเป็นภาษาสิทธิบัตรจริงๆ ก็คือ ข้อถือสิทธิ ข้อถือสิทธินี้ก็คือ ระบบรูป หรือตัวหนังสือที่จะโผล่ปุ๊บหรือเด้งขึ้นมาหน้าจอ (Bounce Back) เวลาที่มีการเปิดหรือเลื่อนรูปต่างๆ บนหน้าจอลงไปจนหมด หรือเลื่อนขึ้นไปด้านบน ถ้าเรียกทับศัพท์ก็คือ List Scrolling and Document Translation Scolling and Rotation on a Touch Screen Display
การให้ผู้ใช้แตะที่รูปหน้าจอได้เลย โดยไม่ต้องใช้ปุ่มกด หรือเรียกเป็นภาษาเทคนิคว่า Ellipse Fitting for MultiTouch Surface
การใช้นิ้วเดียวหรือหลายนิ้วเลื่อนภาพ หรือข้อความบนจอภาพและการใช้นิ้วขยายภาพหรือข้อความตัวอักษรบนจอภาพ หรือเรียกทับศัพท์ทางเทคนิคว่า Application Interfaces for Scrolling Operation
นอกจากนี้ ก็ยังมีประเด็นอื่นๆ อีกที่ Apple จดสิทธิบัตรไว้ และอยู่ในประเด็นที่ฟ้อง Samsung รวมไปถึงเรื่องการปฏิบัติทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม (Unfair Business Pratices) และการได้กำไรอย่างไม่เป็นธรรมด้วย (Unfair Enrichment)
เวลาที่มีข่าวว่า Apple ชนะ หรือ Samsung ชนะ จึงต้องดูว่าใครชนะในประเด็นไหน ใครแพ้ในประเด็นไหนบ้าง ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสอ่านคำตัดสินทั้งหมด แต่เท่าที่ติดตามข่าวการตัดสินของสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีความโปร่งใสมาก ก็ได้มาเพียงไม่กี่ประเด็น เป็นการตัดสินทั้งในเรื่องสิทธิบัตรการออกแบบและสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เช่น ในส่วนของสิทธิบัตรการประดิษฐ์ Samsung ได้นำเทคนิคการ “Bounce Back” และการใช้นิ้วขยายภาพหรือข้อความตัวอักษรบนจอภาพให้ใหญ่ขึ้น มาใช้กับ Samsung อย่างผิดกฎหมาย
ก็คงต้องขอแตะไว้แค่นี้ก่อน พอเรียกน้ำย่อย ฉบับหน้าจะได้มาลงรายละเอียดเพิ่มเติมกันต่อไป







