posttoday
"ประชาคมท้องถิ่น" จัดการฐานทัพยากร

"ประชาคมท้องถิ่น" จัดการฐานทัพยากร

03 ตุลาคม 2555

ช่วงนี้มีโอกาสไปเยี่ยมชุมชนคนรักป่าทุกภูมิภาคร่วมสิบแห่ง น่าชื่นใจที่เห็นขบวนการชาวบ้านในระดับชุมชนท้องถิ่นหลายแห่งมีจิตสำนึกแรงกล้าในการดูแลรักษาฐานทรัพยากรของตนท่ามกลางกระแสการช่วงชิงพื้นที่ปลูกข้าวโพด มัน และยางพารา กับปรากฏการณ์อุทกภัยดินโคลนถล่ม ควรที่ภาคประชาสังคมจะไปเรียนรู้สนับสนุนและให้กำลังใจกัน

ช่วงนี้มีโอกาสไปเยี่ยมชุมชนคนรักป่าทุกภูมิภาคร่วมสิบแห่ง น่าชื่นใจที่เห็นขบวนการชาวบ้านในระดับชุมชนท้องถิ่นหลายแห่งมีจิตสำนึกแรงกล้าในการดูแลรักษาฐานทรัพยากรของตนท่ามกลางกระแสการช่วงชิงพื้นที่ปลูกข้าวโพด มัน และยางพารา กับปรากฏการณ์อุทกภัยดินโคลนถล่ม ควรที่ภาคประชาสังคมจะไปเรียนรู้สนับสนุนและให้กำลังใจกัน

ต.คลองชะอุ่น อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี

ประชาคมท้องถิ่นที่นี่ประกอบด้วยชุมชน 13 หมู่บ้าน 1,816 หลังคาเรือน ประชากร 6,066 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทยพุทธ ซึ่งอพยพมาจากหลายที่ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้แล้ว คือ ทำการเกษตรกรรมสวนผลไม้ ยางพารา ปาล์ม และแปลงไม้ดอก มิได้ยังชีพจากการอาศัยของในป่าแบบคนอีสาน แต่มีจิตสำนึกและแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบชนชั้นกลางเป็นตัวขับเคลื่อน เริ่มจากเมื่อ 20 ปีมาแล้ว มีสถานการณ์ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและกระแสปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้พื้นที่เกิดความแห้งแล้งมากจนผู้นำกลุ่มหนึ่งทนไม่ได้ ลุกขึ้นมารวมตัวกันจัดตั้งตนเองเป็นกลุ่มอนุรักษ์ป่า ทำการเฝ้าระวังดูแลป่าและปลูกป่าขึ้นมาทดแทนอย่างต่อเนื่อง มีเครือข่ายที่แข็งแรงขยายไปจนทั่วทั้งตำบล มีผลงานการดูแลรักษาป่าขนาดใหญ่มากถึง 2.84 หมื่นไร่ ดีเด่นเป็นแบบอย่าง จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวปี 2549

ผมไปคราวนี้พบว่าป่าของพวกเขายิ่งมีความหนาแน่นและระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม ไม่มีการบุกป่าอีกเลย ชุมชนมีวิถีทำมาหากินแบบพอเพียง ทำเกษตรแบบยั่งยืนและคำนึงถึงสุขภาพ หมู่บ้านสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย จัดการขยะและสิ่งแวดล้อมได้ดี ซึ่งสะท้อนถึงจิตสำนึกและนิสัยใจคอของผู้คน นอกจากทรัพยากรป่าและที่ดินทำกินแล้ว เครือข่ายยังบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำขนาด 2.2 ล้าน ลบ.ม. กับบ่อน้ำในฟาร์มส่วนตัว 120 บ่อ รวม 2.5 แสน ลบ.ม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบฐานข้อมูลดิจิตอลและเครือข่ายจิตอาสา ที่นี่ไม่มีปัญหาน้ำท่วมหรือฝนแล้ง ในขณะที่หลายหมู่บ้านซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของภูเขากลับเกิดอุทกภัยดินโคลนถล่มทุกปี

ความเป็นประชาสังคมคือปัจจัยสำคัญ

เครือข่ายชุมชนที่นี่มีภาวะการนำที่แข็งแรงมีความสามัคคีเป็นปึกแผ่นมาก พวกเขามีกิจกรรมเวทีสภากาแฟที่พบปะกันเป็นประจำทุกวันที่ 20 ของเดือน โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพทั้ง 13 หมู่บ้าน ทุกครั้งจะมีชุมชนและผู้นำร่วมพบปะหารือในประเด็นสาธารณะหรืองานส่วนรวมของตำบลกันอย่างหนาแน่น บางคราวมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากถึง 500 คนก็เคย ล่าสุดเพิ่งจัดไปเป็นครั้งที่ 102 ครับ คนหนุ่มสาวที่เป็นศิลปินรวมตัวกันตั้งวงดนตรีขับเคลื่อนสังคมด้วยศิลปวัฒนธรรมเป็นตัวเสริม

การที่เครือข่ายภาคประชาชนในท้องถิ่นมีเวทีสาธารณะในลักษณะที่สร้างสรรค์เช่นนี้นับเป็นตัวอย่างรูปธรรมของการแสดงอำนาจเหนือสาธารณะที่ทรงพลัง นอกจากสภากาแฟของผู้ใหญ่แล้วที่นี่ยังมีสภาเด็กและเยาวชนที่แสดงบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นอีกด้วย รวมทั้งสตรีก็มีบทบาทเด่นชัดมาก

มีระบบการจัดการทรัพยากรร่วมกัน

ที่นี่มีความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ทั้งฝ่ายชุมชน (กลุ่ม เครือข่าย) ท้องถิ่น (เทศบาล) ท้องที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) และหน่วยงานภูมิภาค (ป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ อำเภอ จังหวัด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสามส่วนแรกที่แทบจะเป็นเนื้อเดียวกันเลย นับเป็นแบบอย่างของความเป็นประชาสังคมระดับท้องถิ่นที่เข้มแข็งมาก จึงมีพลังทางปัญญาและพลังทางสังคมที่มากเพียงพอที่จะกำกับทิศทางการพัฒนา และทำให้เกิดธรรมาภิบาลขึ้นจริงในพื้นที่

มีตัวอย่างรูปธรรมการจัดการร่วมกันที่มีพลังเป็นจำนวนมาก อาทิ กรณีเครือข่ายชุมชนได้จัดทำคู่มือสิ่งแวดล้อมตำบลที่ต้องใช้ทั้งองค์ความรู้และนโยบายยุทธศาสตร์จากหลายภาคส่วนมาร่วมกัน กรณีการจัดทำยกร่างเทศบัญญัติ โดยกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายชุมชนและสภาท้องถิ่น หรือกรณีที่มีโรงงานเข้ามาตั้งในพื้นที่ ผู้ประกอบการทุกรายจะได้รับแจ้งแนวปฏิบัติจากเครือข่ายพร้อมทั้งแจกคู่มือ เพื่อปฏิบัติตามกติกาสิ่งแวดล้อมชุมชน ซึ่งมักได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนั้นบางคราวที่เทศบาลต้องการความเห็นต่อนโยบาย หรือโครงการที่กำหนดมาจากส่วนกลางก็จะทำหนังสือขอข้อคิดเห็น คำแนะนำจากเครือข่ายอย่างเป็นกิจจะลักษณะ นับเป็นวิธีการทำงานที่อิงพลังกันและกันได้อย่างน่าสนใจ

เต็มไปด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม

ที่ ต.คลองชะอุ่น มีนวัตกรรมทางสังคมและการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นมากมาย ทั้งในเรื่องทรัพยากรดินน้ำป่าสิ่งแวดล้อม เรื่องการทำมาหากิน เรื่องประชาธิปไตยชุมชนประชาสังคมธรรมาภิบาลท้องถิ่น เรื่องการจัดระบบเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติของชุมชนขึ้นเอง โดยใช้เอสเอ็มเอส เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และวิทยุสื่อสาร เรื่องกระบวนการพัฒนาเทศบัญญัติ เพื่อเป็นเครื่องมือของสังคมในการอยู่ร่วมกัน เรื่องการนำเทคโนโลยีจีพีเอสและเอ็มไอเอสมาใช้พัฒนาระบบจัดการฐานทรัพยากร เรื่องการจัดตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อมชุมชนและการตั้งมูลนิธิ เพื่อยกระดับสถานภาพองค์กรเป็นนิติบุคคล สำหรับการขับเคลื่อนในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ควรที่จะมีการสังเคราะห์ไว้เป็นบทเรียนและองค์ความรู้สาธารณะ

ไม่เซ็นไม่เป็นไร จัดการด้วยตัวเองได้

มีกรณีตัวอย่างที่น่าศึกษาติดตามอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง (ร่าง) เทศบัญญัติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมชุมชน ซึ่งชาวบ้านเขาผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น และได้รับการเห็นชอบจากสภาเทศบาลเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเสนอผู้ว่าเพื่อลงนามประกาศกลับถูกระงับ ไม่ยอมเซ็นให้ อย่างไรก็ตาม ชุมชนและเทศบาลก็มิได้ติดใจและไม่รอคอยใดๆ พวกเขาถือว่ามันเป็นกติกาสังคมที่ร่วมกันสร้างขึ้น จึงใช้ (ร่าง) เทศบัญญัติดังกล่าวเป็นเสมือนธรรมนูญชุมชนที่ทุกคนยอมรับ แม้ทางราชการจะยังไม่ประกาศก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท