
บทเรียนจากชาร์ป
หนังสือพิมพ์โยมิอูริของญี่ปุ่น แสดงความเห็นต่อวงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่นว่า แม้บริษัทจะมีเทคโนโลยีและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
หนังสือพิมพ์โยมิอูริของญี่ปุ่น แสดงความเห็นต่อวงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่นว่า แม้บริษัทจะมีเทคโนโลยีและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
แต่มีโอกาสล้มเหลวได้เช่นกัน หากผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ เหมือนเช่นกรณีของบริษัท ชาร์ป
โยมิอูริ ระบุว่า ครั้งหนึ่ง ชาร์ป เคยเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะการผลิตจอโทรทัศน์แบบแอลซีดี แต่ปัจจุบันกลับต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการปลดคนงานกว่า 1,000 คน และขายโรงงานผลิตทีวีในต่างประเทศ อีกทั้งยังต้องไปกู้เงินเพิ่มอีก 3.6 แสนล้านเยน (ราว 1.42 แสนล้านบาท)
สาเหตุที่ทำให้ชาร์ปต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวก็คือ การผงาดขึ้นมาของบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและจอแอลซีดีจากเกาหลีใต้ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตและการแข่งขันมากกว่า เข้ามาแย่งชิงตลาดและแทนที่บริษัทจากญี่ปุ่น
อีกทั้ง บริษัทเกาหลีใต้มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เนื่องจากค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าที่ผลิตจากญี่ปุ่นมีราคาแพงสวนทางกับเงินวอนที่อ่อนค่า จึงทำให้สินค้ามีราคาถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน
นอกจากนี้ กับดักความสำเร็จในอดีต ทำให้ ชาร์ป มีความเชื่อมั่นมากเกินไป โดยเฉพาะการที่บริษัทต้องจมเงินทุนจำนวนมากไปกับการสร้างโรงงานผลิตจอแอลซีดีในเมืองโอซากา เพราะเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนกับโรงงานผลิตจอทีวีแอลซีดีที่เมืองมิเอะ
ทว่า ยอดขายล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สะท้อนออกมาได้จากงบการเงินของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่ขาดทุนอย่างมหาศาล และคาดว่าจะขาดทุนต่อเนื่องอีกในไตรมาส 2
ฉะนั้น บริษัทญี่ปุ่นจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของชาร์ป และจะต้องยกระดับความสามารถในการแข่งขันและพัฒนายุทธศาสตร์การทำธุรกิจให้สอดคล้องกับภาวะตลาดในปัจจุบัน ในขณะที่ภาครัฐจะต้องช่วยควบคุมไม่ให้ค่าเงินเยนแข็งค่ามากเกินไป







